ผู้เขียน หัวข้อ: หนองน้ำอาถรรพณ์'กลืนชีวิต สังเวย'เด็กว่ายเก่ง'ศพที่5.  (อ่าน 39 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1951
    • อีเมล์
ไม่รู้ว่าเพราะความประมาทหรืออาถรรพณ์..หนองน้ำบ้านปลาเดิด จ.สุรินทร์ กลืนชีวิตคนที่มาเล่น "ศพที่ 5" ล่าสุดเป็น ด.ช.วัย 14 เผยทุกศพที่สังเวยลมหายใจ "ว่ายน้ำเก่ง" ทั้งนั้น...


เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่บ้านปลาเดิด ต.ระเวียง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ ต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าเป็นอาถรรพณ์ของหนองน้ำที่กลืนชีวิตคนในหมู่บ้านคนแล้วคนเล่ารวมถึง 5 ชีวิต ล่าสุดผู้ที่สังเวยชีวิตให้กับหนองน้ำนี้เป็นเด็กชายวัย 14 ปี ทำให้จำเป็นต้องจุดธูปจุดเทียนกราบไหวขอขมาให้หนองน้ำคลายความเฮี้ยน

สืบเนื่องจากวานนี้ (18 มิ.ย.) ร.ต.ท.เขตขัณฑ์ มาสูงเนิน รอง สวป.สภ.โนนนารายณ์ ได้รับแจ้งเด็กจมหนองน้ำท้ายหมู่บ้านปลาเดิด จึงประสานประดาน้ำมูลนิธิจิบเต็กเซียงตึ้ง ไปช่วยเหลือ โดยทราบว่าผู้สูญหายคือ ด.ช.สิทธิพงษ์ สวรรณงาม อายุ 14 ปี ซึ่งเพื่อนที่มาเล่นน้ำด้วยกันและรอดชีวิตได้เล่าให้ฟังว่า กลุ่มเพื่อนที่มี ด.ช.สิทธิพงษ์ รวมทั้งหมด 4 คน ได้มาเล่นน้ำคลายร้อนกัน ช่วงที่กำลังว่ายข้ามฝั่ง ตนและเพื่อนอีก 2 รู้สึกเหนื่อย จึงเปลี่ยนใจว่ายกลับ ส่วนผู้สูญหายยังคงว่ายต่อไป 

"กระทั่งพอเกือบถึงฝั่ง จู่ๆเขาก็จมน้ำลงไป สักครู่ก็โผล่ขึ้นมา พวกผมคิดว่าเขาคงดำน้ำเล่น เพราะรู้กันดีว่าเขาว่ายน้ำเก่งมาก เก่งที่สุดในบรรดารุ่นราวคราวเดียวกัน แต่สักพักเขาก็จมลงไปอีก ทีนี้กลับไม่โผล่ขึ้นมาแล้ว ตอนนั้นเห็นท่าไม่ดีเลยวิ่งไปบอกผู้ใหญ่ พอผู้ใหญ่มางมค้นหาแต่ก็ไม่พบอีก จึงโทรฯแจ้งตำรวจ" เพื่อนผู้สูญหาย เล่าเรื่อง..


ต่อมา นายวาน สวรรณงาม อายุ 75 ปี ตาผู้สูญหาย พร้อมด้วยกลุ่มชาวบ้านที่เชื่อในอาถรรพณ์ ได้ร่วมกันจุดธูปขอขมาหนองน้ำและอธิษฐานให้เจอร่างหลานชาย จากนั้นพอประดาน้ำลงงมค้นหาไม่เกิน 15 นาที ก็พบว่าร่างอันไร้วิญญาณ ก่อนนำส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาล ท่ามกลางความโศกเศร้าของผู้เป็นตา ก่อนจะเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนมีหลานชาย 2 คน ผู้ตายคือคนโต พ่อกับแม่ทำงานรับจ้างที่ชลบุรี ตอนนั้นรู้เรื่องแล้วกำลังมา

สำหรับ ด.ช.สุทธิพงษ์ ถือเป็นศพเด็กรายที่ 5 ติดต่อกันแล้วในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่จมหนองน้ำแห่งนี้เสียชีวิต และทั้ง 5 ศพ เป็นผู้ที่ว่ายน้ำเก่งมากด้วย อย่างไรก็ตามนอกจากสิ่งลี้ลับตามความเชื่อที่ยังพิสูจน์ไม่ได้แล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านก็เตรียมหาทางป้องกันด้วยการสั่งห้ามเด็กๆลงไปเล่นน้ำอีก รวมทั้งจะติดป้ายห้ามด้วย....


ที่มา:https://www.dailynews.co.th/regional/580555