ผู้เขียน หัวข้อ: กรมสุขภาพจิต ชี้ พฤติกรรมความรุนแรง พบเร็วตั้งแต่วัยเด็ก  (อ่าน 106 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 2044
    • อีเมล์


นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงพฤติกรรมความรุนแรงของเด็กและวัยรุ่นที่ปรากฏเป็นข่าวในสังคมอยู่บ่อยครั้ง ว่า โดยทั่วไป จะมีความสัมพันธ์กับการเลี้ยงดูในวัยเด็ก โดยเฉพาะในช่วงปฐมวัยและ วัยเรียน จากการเติบโตมาในลักษณะที่ขาดความรักความอบอุ่นในครอบครัว ถูกทำร้าย ถูกทอดทิ้ง ที่ทำให้เด็กสะสมความรุนแรงและแสดงออกกับสิ่งของ สัตว์เลี้ยง และเพื่อน โดยไม่รู้สึกผิด และพอกพูนจนเป็นวิถีชีวิต เข้าสู่กระบวนการของความรุนแรง กลายเป็นอาชญากรได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม หากพบความผิดปกติทางพฤติกรรมเช่นนี้ ตั้งแต่วัยเด็กหรือช่วงวัยรุ่นถือเป็นโอกาสที่ยังสามารถแก้ไขได้ทัน
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า แนวทางแก้ปัญหาความรุนแรงที่ดีที่สุด คือ การป้องกัน ด้วยการเลี้ยงลูกด้วยการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด คอยชี้แนะ สั่งสอน แนะนำลูกตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะ ในวัยเด็ก ช่วง 3-6 ขวบ ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ในการปลูกฝังและวางรากฐานทางคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็ก โดยเฉพาะ ศีล 3 ใน 5 ข้อ ได้แก่ ศีล ข้อที่ 1 ไม่ใช้ความรุนแรง รวมถึงไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ศีลข้อที่ 2 ไม่เอาของของผู้อื่นหรือไม่ลักขโมย และศีลข้อที่ 4 คือ ไม่พูดปด หรือพูดหยาบ ซึ่ง 3 ข้อนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถปลูกฝังให้กับเด็กๆ ได้ ปัญหาพฤติกรรมก็จะไม่เกิด แต่หากเด็กมีปัญหาด้านสติปัญญา เลี้ยงยาก หรือสมาธิสั้น อาจสอนแล้วไม่เชื่อฟัง แนะนำให้มาพบจิตแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หรือน่าอายแต่อย่างใด แสดงถึงความรัก ความเอาใจใส่ลูก ที่สำคัญช่วยป้องกันปัญหาความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตามในหลายครอบครัวอาจไม่มีเวลาใกล้ชิดลูกมากนัก แต่อย่างน้อยขอให้พ่อแม่สละเวลาสักนิดให้กับพวกเขาในการแสดงความรัก ความเอาใจใส่ที่สามารถทำได้ง่ายๆ เช่น หากเราต้องทำงานบ้าน ก็ชวนลูกๆ มาช่วยทำด้วยและชื่นชมพวกเขา หรือเล่นเกมกระดาน อ่านหนังสือร่วมกับพวกเขา ไม่ว่าจะกับลูกคนใด ขอให้ปฏิบัติต่อพวกเขาเช่นเดียวกัน เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ว่า พวกเขามีเวลาดีๆ กับพ่อแม่ พ่อแม่ดูแลเอาใจใส่และรักพวกเขาเท่ากัน ที่จะช่วยลดช่องว่างและความน้อยเนื้อต่ำใจที่เกิดขึ้นได้ในเด็กทุกคน ครอบครัวจึงเป็นเหมือนต้นแบบในการใช้ชีวิตของเด็ก หากเด็กขาดบุคคลที่อบรมสั่งสอนอย่างเอาใจใส่หรือขาดแบบอย่างที่ดีหรือความสัมพันธ์ในครอบครัวเปราะบาง ย่อมก่อให้เกิดปัญหาการใช้ความรุนแรงได้ในอนาคต ทั้งนี้ กรณีเด็กที่โตขึ้นมา ที่มีความผิดปกติทางพฤติกรรม จนเกินความสามารถของครอบครัวที่จะดูแล สามารถใช้กระบวนการทางสังคม เข้ามาช่วยได้ เช่น จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่จะเข้ามาประเมินเด็กถึงความเหมาะสมในการอยู่กับครอบครัว หากไม่เหมาะสม ก็จะส่งเข้าสู่กระบวนการสวัสดิการสังคมต่อไป อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว
 


ที่มา:http://www.thaihealth.or.th/Content/37925-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%20%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%20%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%20%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81.html