ผู้เขียน หัวข้อ: “พุทธะอิสระ” นั่งรถเข็นขึ้นศาล รับสารภาพทำร้ายตำรวจในม็อบกปปส.  (อ่าน 6 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 2932
    • อีเมล์




พุทธะอิสระ เดินทางไปศาลอาญารับสารภาพ คดีทำร้ายตำรวจสันติบาลในที่ชุมนุม กปปส. ศาลสั่งสืบเสาะก่อน นัดฟังคำพิพากษาปลายเดือนตุลาคมนี้
วันที่ 12 ก.ย.2561 ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีทำร้ายตำรวจสันติบาลในม็อบ กปปส.แจ้งวัฒนะ หมายเลขดำ อ.2498/2561ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจท ยื่นฟ้องนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อายุ 59 ปี หรือ อดีตพระพุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ เป็นจำเลย

ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือกระทำด้วยการใดให้เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ฯ ให้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายฯ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 310 ประกอบมาตรา 83

นายสุวิทย์ เดินทางมาพร้อมผู้ติดตาม 2 คน เมื่อลงจากรถต้องนั่งรถเข็นพร้อมผ้าปิดตาข้างขวา ผู้ติดตามช่วยพยุงและพาขึ้นรถเข็นเข้าไปในศาลอาญา

ศาลออกนั่งบัลลังก์พร้อมทั้งอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยพร้อมทนายจำเลยฟังเข้าใจพร้อมถามคำให้การจำเลยว่า จะรับสารภาพหรือปฏิเสธ นายสุวิทย์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลมีคำสั่งให้สำนักงานคุมประพฤติสืบเสาะประวัติและพฤติการณ์ของนายสุวิทย์ประกอบทำคำพิพากษา และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 ตุลาคม นี้

สำหรับขั้นตอนการสืบเสาะก่อนมีคำพิพากษานั้น สำนักงานคมประพฤติจะทำการสืบเสาะว่าจำเลยที่ให้การรับสารภาพถึง ประวัติการกระทำผิด พฤติการณ์กระทำผิด อายุ อาชีพ นำมาเพื่อให้ศาลพิจารณาประกอบคำวินิจฉัยในการเขียนคำพิพากษาว่าจะมีบทลงโทษอย่างไรกับจำเลย

ซึ่งกรณีการสืบเสาะจะมีด้วยกัน 2 แบบ คือคู่ความร้องขอ หรือผู้พิพากษาเห็นควรสืบเสาะ เอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกรณีที่ศาลเห็นว่าควรมีการสืบเสาะก่อนมีคำพิพากษา เนื่องด้วยคดีของนายสุวิทย์ ไม่ได้มีการสืบพยานในชั้นศาลการที่จะรู้รายละเอียดในพฤติการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นก็จะมีข้อเท็จจริงจากการคุมประพฤติไปสืบเสาะด้วย




ที่มา...https://www.sanook.com/news/7503710/