ผู้เขียน หัวข้อ: พ่อหนุ่มรักสบาย สั่งส้มตำ-ไก่ย่างวิเชียรบุรี กินแค่หายอยาก ชิ่งหนีไม่จ่ายเงิน  (อ่าน 6 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3548
    • อีเมล์




แม่ค้าเก๊กซิม หนุ่มร่างใหญ่ประเดิมเป็นลูกค้าคนแรกของวัน สั่งส้มตำ-ไก่ย่างวิเชียรบุรี กินให้หายอยากแค่ครึ่งเดียว ก่อนสตาร์ทรถชิ่งหนี ยอมจ่ายเงินสักบาท

(9 ต.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นางวาสนา อายุ 45 ปี เจ้าของร้านส้มตำไก่ย่างวิเชียรบุรี ริมถนนสายโรจนะ หมู่ที่ 4 ตำบลคานหาม อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเตือนภัย โดยระบุว่า มีลูกค้าเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่เข้ามาสั่งอาหาร รวมมูลค่า 220 บาท ก่อนจะนั่งกินอยู่ที่ร้าน และทานได้แค่อย่างละครึ่ง

กระทั่งสักพักลูกค้าชายคนนี้ก็ลุกเดินไปที่รถ ก่อนจะทำท่าเปิดดูอะไรบางอย่างใต้เบาะ ก่อนจะอาศัยจังหวะพ่อค้าแม่ค้าเผลอ สตาร์รถขี่รถหลบหนีไป จึงได้โพสต์ฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าย่านใกล้เคียง ควรระมัดระวังมิจฉาชีพในรูปแบบดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบพบ นายอภิเดช อายุ 23 ปี หลานชายเจ้าของร้าน กล่าวว่า ช่วงเปิดร้านกำลังเตรียมจัดของที่ร้านอยู่ ได้มีลูกค้าเป็นชายวัยรุ่น รูปร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ ขี่รถจักยานยนต์ สีขาว มาจอดรถห่างจากร้านประมาณ 5 เมตร แล้วเดินเข้ามาสั่ง ประกอบด้วย ไก่ย่าง 1 ตัว ส้มตำกุ้งสด 1 จาน ข้าวเหนียว 1กระติ๊บ น้ำอัดลม 1 ขวด แล้วนั่งกินได้สักพัก

หลังจากนั้น ลูกค้ารายนี้ก็ได้ลุกเดินไปเปิดเบาะที่รถจักรยานยนต์ จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปหน้าตาเฉย โดยไม่ได้ชำระค่าอาหาร ช่วงนั้นไม่ได้สนใจอะไร เพราะคิดว่าลูกค้าเดินไปเอากระเป๋าเงินหรือหยิบของที่รถ ประกอบกับเป็นช่วงที่กำลังจัดของที่ร้านวุ่นๆ หันมาอีกทีลูกค้าก็ไปแล้ว ทั้งที่กินอาหารไปเพียงแค่ครึ่งเดียว

ขณะที่ นางวาสนา อายุ 45 ปี เจ้าของร้านอาหาร เปิดเผยว่า ชายคนดังกล่าวเป็นลูกค้ารายแรกที่ประเดิมเปิดร้านประจำวันนี้ ทำให้ตนไม่ได้ทันระวังตัวอะไร เพราะเป็นเพียงร้านเล็กๆ ริมถนน หากจะขอเก็บค่าอาหารก็ดูไม่ดี ทั้งนี้ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ส่วนใหญ่จะมีคนเร่ร่อนมาขอกินเราก็ให้กินเป็นการทำบุญทำทานไป

เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นจึงได้โพสต์ข้อความเตือนภัย ต่อมามีเจ้าของร้านนวดที่อยู่ใกล้ๆ กัน ได้ส่งภาพมาให้ดูว่าเป็นคนเดียวกันกับที่เข้าไปใช้บริการนวดหรือไม่ เพราะชายคนนี้ก็เข้าไปนวดและไม่จ่ายค่าบริการเช่นกัน พอรู้พฤติกรรมแล้วน่าจะเป็นมิฉาชีพ หลอกกินหลอกใช้บริการต่างๆ ไปทั่ว จึงได้แจ้งความเอาไว้ที่ สภ.อุทัย แล้ว



ที่มา....https://www.sanook.com/news/7918658/