ผู้เขียน หัวข้อ: กระชับพื้นที่! สสจ.สุรินทร์เพิ่มมาตรการป้องกันไข้เลือดออกหลังพบ-เฝ้าระวังผู้ป่วย  (อ่าน 4 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 2753
    • อีเมล์





( 12 ก.ค. 61 )  จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกของไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น ตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 1 กรกฎาคม 2561 พบผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก 25,408 ราย เสียชีวิต 38 ราย พบผู้ป่วยสูงสุดในกลุ่มอายุ 15 ถึง 24 ปี รองลงมา 10 ถึง 14 ปี และกลุ่มอายุ 25 ถึง 34 ปี

ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นผู้ใหญ่มากถึง 28 ราย และพบในชุมชนมียุงลายถึงร้อยละ 29 ในส่วนจังหวัดสุรินทร์พบผู้ป่วย 437 ราย อำเภอเมืองสุรินทร์พบผู้ป่วย 39 ราย ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

ดังนั้น โรงพยาบาลสุรินทร์ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง  จึงได้จัดกิจกรรม  “KICK OFF รณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก” อำเภอเมืองสุรินทร์ ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายภาคสาธารณสุข ภาคการศึกษา หน่วยงานส่วนท้องถิ่น วัด และภาคประชาชน ลงพื้นที่สุ่มสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และร่วมเดินขบวนรณรงค์โรคไข้เลือดออกเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์

นายกฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ นายอำเภอเมืองสุรินทร์ กล่าวว่า อำเภอเมืองสุรินทร์ร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วน รณรงค์ป้องกันการระบาด การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ระหว่างวันที่ 9-15 กรกฎาคม ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนและครอบครัวได้มีความรู้ในการป้องกันตนเองจากโรคไข้เลือดออก ร่วมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และเพื่อเป็นการสร้างกระแส ปลุกจิตสำนึกให้ภาคีเครือข่ายได้มีส่วนร่วมกับทางราชการ หวังลดจำนวนผู้ป่วยและจำนวนการแพร่ระบาด ในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์

ด้านนายแพทย์ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่า โรคไข้เลือดออกในประเทศไทยมีการระบาดมากและมีอัตราเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้พื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์ยังไม่มีผู้ป่วยที่เสียชีวิต แต่มีผู้ป่วยจำนวนมากที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสุรินทร์  โดยเฉพาะผู้ป่วยอาการหนัก จะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีภาวะบกพร่อง มีภาวะอ้วน  ซึ่งกระทรวงสารณสุขได้ตระหนักถึงความสำคัญ จึงได้มีการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกทุกอำเภอเพื่อลดอัตราป่วย หยุดยั้งการแพร่ระบาด และป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์





ที่มา...https://www.sanook.com/news/7163630/