ผู้เขียน หัวข้อ: ประโยชน์ของการนอนวันละ 8 ชั่วโมง  (อ่าน 261 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3346
    • อีเมล์
ประโยชน์ของการนอนวันละ 8 ชั่วโมง
« เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2018, 02:16:25 PM »




หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาวิธีดูแลตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี ง่าย และไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ดังที่ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านมักจะบอกว่า การนอนคือ ยาอายุวัฒนะที่ฟรี และดีที่สุด

 

อย่างที่เรารู้กันดีว่า การนอนมากหรือนอนน้อยย่อมมีผลต่อสุขภาพ รวมไปถึงส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกายด้วย เช่น บางคนที่นอนน้อยเกินไปจะรู้ตัวตั้งแต่เช้าวันถัดไปเลยว่า ตัวเองมีอาการล้า ความสามารถในการทำงานลดลง ไปจนถึงหน้ามืด และเป็นลมได้ วันนี้เราขอนำคำแนะนำในการนอนให้สวย และได้สุขภาพจาก ดร.เรเบก้า โรบินส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนจากนิวยอร์ก

 

 

7 , 8 ตัวเลขมหัศจรรย์

หลายคนรู้แล้วว่าเลขมหัศจรรย์ที่ว่านี้คืออะไร ดร.เรเบกก้าย้ำว่า วัยรุ่นและวัยทำงานควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงทุกๆ คืน ซึ่งในแต่ละช่วงอายุก็อาจจะต้องการชั่วโมงการนอนมากน้อยต่างกันไป แต่ไม่มีใครที่ต้องการเวลานอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงเลย ถ้าคุณกำลังแพลนว่าจะนอนนานๆ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ละก็ เราขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด เพราะการนอนนานไปก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก ดร.เรเบกก้ากล่าวเสริมว่า ปัจจุบันนี้มีงานวิจัยมากมายสรุปผลออกมาว่า การนอนมากกว่า 8 ชั่วโมงติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ สามารถส่งผลต่อการทำงานของร่างกายในระยะยาว โดยเฉพาะต่อระบบประสาทที่อาจทำให้เกิดอาการเกี่ยวกับระบบประสาทได้ เช่น โรคอัลไซเมอร์

 

ดร.เรเบกก้า โรบินส์ ได้แนะนำประโยชน์ของการนอนวันละ 8 ชั่วโมงว่า ส่งผลต่อสุขภาพผิวและสามารถทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย มีสุขภาพดีได้ ดังนี้ค่ะ

 

• ร่างกายผลิตฮอร์โมนช่วยฟื้นฟูผิว

การที่ร่างกายไม่ได้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ จะส่งผลต่อสภาพผิวโดยตรง การนอนไม่เพียงพอเป็นการกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมน ก่อให้เกิดปัญหาผิวหนังตามมา เช่น สิว โรคสะเก็ดเงิน โรคเรื้อนกวาง เพราะในขณะที่คุณนอนหลับ ร่างกายและผิวหนังจะได้ซ่อมแซมตัวเอง

 

ในช่วงเวลาที่หลับลึก ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการผลิตเซลล์ผิวทดแทนเซลล์ผิวที่โดนทำลายไป ระหว่างวันจากการโดนแดดและมลภาวะต่างๆ การผลิตเซลล์ใหม่เหล่านี้ในตอนกลางคืน ทำให้ตื่นมาพร้อมกับผิวพรรณที่กระจ่างใส ดูเป็นธรรมชาตินั่นเอง เพราะฉะนั้นการนอนหลับให้เต็มอิ่ม มีผลอย่างมากต่อผิวและใบหน้า เมื่อเรามีผิวและใบหน้าที่สดชื่นตั้งแต่ตื่นนอน ก็ช่วยประหวัดเวลาในการแต่งตัวไปทำงานตอนเช้าได้มาก

 

 

• ตื่นมาตาไม่บวม

การนอนน้อยเกินไป ทำให้เส้นเลือดบริเวณใต้ตาขยายตัว ส่งผลให้ใต้ตาดำ หากเราได้นอนหลับอย่างเพียงพอ ปัญหานี้จะน้อยลง เพราะช่วงเวลาแห่งการนอนหลับ ช่วยให้ร่างกายได้ลำเลียงน้ำไปบำรุงอวัยวะต่างๆ ที่ขาดน้ำ เพราะฉะนั้นการที่เรานอนไม่ครบ 8 ชั่วโมง ร่างกายจะสามารถนำน้ำไปบำรุงดวงตาได้น้อย ทำให้ใต้ตาหมองคล้ำ

 

 

• ลดน้ำหนักได้ผล

ถ้าคุณนอนหลับให้ครบ 8 ชั่วโมง คุณจะมีอาการอยากกินขนมขบเคี้ยวน้อยลง มีผลการวิจัยระบุว่า การนอนหลับที่ไม่เพียงพอ สามารถเพิ่มฮอร์โมนในเลือด ทำให้รู้สึกหิวจัด นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกกล่าวว่า ผู้ที่กำลังควบคุมอาหาร ที่นอนหลับพักผ่อนเต็มอิ่ม จะสามารถลดไขมันในร่างกายได้มากกว่า คนที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ถึงร้อยละ 55 เลยทีเดียว

 

 

• จิตใจแจ่มใส

จะเห็นได้ชัดเลยว่า คนที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จะมีอาการหดหู่ และอาจส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ในระยะยาว มีงานวิจัยหนึ่งระบุว่า คนที่นอนไม่หลับ มีแนวโน้มจะเกิดอาการหดหู่ มากกว่าคนที่นอนหลับสนิทประมาณสิบเท่า และถ้าคุณมีอาการนอนหลับไม่เพียงพอเป็นเวลา 1 สัปดาห์ อาจทำให้คุณรู้สึกเศร้า โกรธ และมีพฤติกรรมในด้านลบมากขึ้น เพราะฉะนั้นการที่คุณอารมณ์ดี หรือไม่ดีในแต่ละวัน บางทีก็อาจเกิดจากการนอนหลับของคุณในคืนก่อนหน้าด้วย

 

 

นอนให้สวย

• นอนบนปลอกหมอนผ้าซาติน หรือปลอกหมอนผ้าไหม

ปลอกหมอนที่ทำจากผ้าซาติน และผ้าไหม เป็นปลอกหมอนที่ให้สัมผัสนุ่ม ซึ่งจะช่วยลดการเกิดรอยยับบนใบหน้าในตอนเช้าได้ แพทย์หญิงเจสลิน อาร์ลูวาเลีย จากสถาบันผิวหนัง Spring Street ในนิวยอร์ก กล่าวว่า ปลอกหมอนผ้าไหม สามารถลดการเกิดผมแตกปลาย และผมพันกัน และยังช่วยชะลอการเกิดรอยเ***่ยวย่นบนใบหน้าได้อีกด้วย

 

 

• นอนหงาย

การนอนหงาย ก็ช่วยยับยั้งการเกิดรอยเ***่ยวย่นบนใบหน้า ที่อาจเกิดตอนเราแก่ตัวลงได้ แพทย์หญิงเจสลินกล่าวเสริมว่า การที่ผิวโดนกดทับที่เดิมๆ เป็นประจำ จะเป็นการกระตุ้นการเกิดรอยย่นบนใบหน้าแบบถาวร จะเห็นได้ชัดว่า คนที่นอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่งอย่างสม่ำเสมอ มักมีรอยบนใบหน้าข้างที่นอนทับ ส่วนอีกข้างจะไม่มี และสำหรับคนที่มีปัญหาตื่นมาแล้วตาบวม แนะนำว่าให้นอนหงายโดยหนุนหมอนเพิ่มขึ้นอีกใบ การนอนหงายบนหมอน 2 ใบ จะทำให้ร่างกายสามารถนำน้ำมาบำรุงบริเวณดวงตาได้ง่ายขึ้น

 

 

• โบกครีมบำรุง

ถ้าต้องการให้ผิวดูสดใส และดิวอี้ตั้งแต่ตื่นนอน นายแพทย์ฟรานเซนก้า ฟุสโก้ แพทย์ผิวหนังประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก แนะนำว่า เราควรเลือกใช้ครีมบำรุงตอนกลางคืนที่มีส่วนผสมของกรด ไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เพราะกรดชนิดนี้มีความสามารถในการกักเก็บน้ำมาใช้บำรุงผิว ทำให้ผิวดูมีน้ำมีนวลขึ้น

 

และถ้าจะสวยให้สุด ควรทาลิปมันบำรุงริมฝีปาก ทาครีมบำรุงขนตา และทาซีรั่ม หรือไนท์ครีมอย่างสม่ำเสมอ ทางที่ดีควรทำทุกคืนเลย เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีส่วนช่วยบำรุง และซ่อมแซมผิวตามวงจรการทำงานของร่างกาย รวมถึงช่วยฟื้นฟูผิวหนังขณะหลับได้

 

 

• หมั่นเปลี่ยนหรือซักปลอกหมอน

แพทย์หญิงเจสลินกล่าวว่า การซักปลอกหมอนให้สะอาด จะทำให้ผิวของคุณไม่ต้องต่อสู้กับเหล่าเชื้อโรค และแบคทีเรียบนปลอกหมอนตอนนอนอีก โดยควรเปลี่ยนปลอกหมอนทุกๆ 2 สัปดาห์ แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาจริงๆ อีกทางหนึ่งที่พอทดแทนกันได้ก็คือ การพลิกหมอนไปอีกด้านหนึ่งนั่นเอง

 

 

• หลีกเลี่ยงการกินอาหารเค็มจัด และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน

เมื่อเราดื่มแอลกอฮอล์มากๆ จะทำให้ร่างกายขาดน้ำ และเมื่อร่างกายขาดน้ำ ร่างกายของเราจะไปดึงน้ำจากส่วนอื่นๆ ที่มีน้ำมาก เช่น ดวงตา กรณีแบบนี้จะเกิดขึ้นกับการกินเค็มมากๆ ก่อนนอน ทำให้บางคนตื่นมามีอาการตาบวมบ้าง หรือตาแห้งบ้างแล้วแต่คน ถ้าวันไหนเผลอกินอาหารเหล่านี้เข้าไป ก่อนนอน คืนนั้นก็ลองเอาหมอนมาหนุนเพิ่มอีกใบ เพื่อให้ร่างกายนำน้ำไปบำรุงดวงตาได้ดีขึ้น

 

 

• มัดผมขึ้นหลวมๆ ตอนนอน

การนอนที่ดี คือ การนอนแบบที่ไม่มีผมมาปิดบังหน้า เราจึงแนะนำให้มัดผมหลวมๆ ไว้ เพราะการทำแบบนั้นจะทำให้น้ำมันตามธรรมชาติ เข้าไปบำรุงผมได้ดีขึ้น และช่วยลดอาการผมพันกันตอนตื่นนอนได้ แต่อย่ามัดผมให้แน่นมาก อย่ามัดทรงก้อนซาลาเปา หรือรวบหางม้าตึง เพราะจะทำให้เส้นผมขาด หลุดร่วง โดยเฉพาะช่วงรากผม ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมแนะนำว่า ควรมัดผมด้วยผ้าพันคอ และจะดีมากถ้าเป็นผ้าพันคอที่ทำจากผ้าไหม

 

 

• ล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอน

เอมิลี่ เคท วอร์เรน เมคอัพอาร์ติสต์ในนิวยอร์กกล่าวว่า มีหลายคนเลยที่มักเผลอหลับทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ล้างหน้าให้สะอาด และยังมีเมคอัพอยู่บนหน้า  แล้วก็มักจะตื่นมาแล้วใต้ตาดำ และมีขี้ตามากกว่าปกติ นอกจากตื่นมาตาไม่สวยแล้ว การที่ล้างเครื่องสำอางไม่หมด ยังทำให้เกิดรูขุมขนตัน และก่อให้เกิดสิวในที่สุด




ที่มา....https://www.haijai.com/4511/