ผู้เขียน หัวข้อ: พ่อแม่ "ดร.ภิญโญ" เปิดใจไม่โทษราชสกุล หวังแค่ "แพรวา" มาขอโทษด้วยตัวเอง  (อ่าน 20 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3418
    • อีเมล์




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ทางทนายตัวแทน ราชสกุล เทพหัสดิน ณ อยุธยา แถลงข่าว เมื่อช่วงเวลา 18.00 น. วันที่ 18 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา กล่าวสรุปคือ คดีนี้เป็นเรื่องส่วนตัว แพรวา ไม่เกี่ยวกับราชสกุล ทางราชสกุล เทพหัสดิน ไม่คยนิ่งนอนใจ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และกราบขออภัยจากใจ และขอขมาทุกคนที่เกี่ยวของกับอุบัติเหตุในครั้งนั้น ไม่เคยลืมอุบัติเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนั้น และได้ผลักดันให้ทางครอบครัวของ "แพรวา" ปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอดไม่ได้หนีไปไหน  คดีแพ่งที่เพิ่งสิ้นสุดไป ยังไม่จบสิ้นกระบวนการ และทางผู้เสียหายไม่ต้องกังวลเรื่องหมดอายุความทางราชสกุล  มีข้อสรุปทางผู้เสียหายต้องได้รับการชดใช้อย่างแน่นอน

สำหรับการแถลงข่าวในวันนี้ แถลงเพื่อแนะนำ และช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ โดยขอมอบกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจำนวน 5 แสนบาท ต่อครอบครัว เพื่อสำรองใช้จ่ายในการติดตามบังคับคดีสืบทรัพย์ตามกฎหมาย  หลังจากนี้ต่อไปและในนามราชสกุล เทพหัสดิน ณ อยุธยา ขอเรียกร้องให้ครอบครัวของ แพรวา น้อมรับปฏิบัติตามคำพิพากษา อีกทั้งเร่งดำเนินการให้ทุกอย่างเรียบร้อยไปด้วยดี ภายใต้คุณธรรมและจริยธรรม นั้น

ล่าสุด เวลา 19.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 125 ม.5 ต.บ่อแร่ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท พบ นายโสภณ จินันทุยา อายุ 73 ปี และ นางบังเอิญ จินันทุยา อายุ 63 ปี พ่อแม่ของ ดร.ภิญโญ จินันทุยา อายุ 34 ปี ผู้ช่วยคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมืองจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย1 ในเหยื่อของ แพรวา 9 ศพ กำลังนั่งชมการแถลงข่าวของทนายตัวแทน ราชสกุล อย่างใจจดใจจ่อ

นางบังเอิญ จินันทุยา แม่ ดร.ภิญโญ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ลูกเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อ 9 ปีก่อน ทุกอย่างยังเก็บไว้เหมือนเดิม ห้องนอนก็ยังเหมือนเดิม ข้าวของวางไว้ที่เดิม ที่รูปหน้าศพของ ดร.ภิญโญ ก็นำกระเป๋าโน้ตบุ๊ก ที่ลูกชายเอาไปด้วย ยังมีคราบเลือดจางๆ เปื้อนอยู่ ก็วางไว้ที่หน้ารูปไม่เคยเอาไปไหน เพราะคิดเสมอว่าลูกยังอยู่ด้วยตลอด

ด้าน นายโสภณ จินันทุยา พ่อของ ดร.ภิญโญ เปิดเผยว่า ภายหลังจากฟังคำแถลงข่าว ก็รู้สึกแปลกๆ เพราะไม่ใช่คำพูดจากปากของครอบครัวน้องแพรวา ไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ มากล่าวขอโทษ ขอขมา มาขอแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เป็นคำพูดของทนายแทน ใจจริงนึกว่าจะได้ยินจากปากของผู้เกี่ยวข้อง ทางครอบครัวไม่คิดอยากได้สิ่งเยียวยาเพิ่มเติม เพราะเรื่องผ่านไปนานแล้ว ขอให้เป็นไปตามคำสั่งศาลอัยการ กระบวนการยุติธรรม

อยากฝากไปบอกแพรวา ให้สารภาพผิดในสิ่งที่ก่อขึ้นกับครอบครัวผู้เสียหายทุกคน เพราะเป็นการสูญเสียอย่างไม่มีวันกลับมา เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ทางเราถือว่าความผิดนี้เป็นความผิดส่วนบุคคลของแพรวา ซึ่งตอนนั้นเป็นเยาวชนอายุแค่ 16 ปี 6 เดือน ทางครอบครัวต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย แต่ไม่มีส่วนที่จะไปคิดถึงว่าทางราชสกุลมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นคนละเรื่องกัน ไม่เกี่ยวกันเลย ไม่เคยกล่าวโทษโกรธเคืองแต่อย่างใด ขอแค่อย่างเดียว แค่มาขอโทษ ขอขมา คนไทยด้วยกันการให้อภัยกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่นี่ไม่เคยมาทำอะไรเลยจนเรื่องเลยเถิดมาถึงตอนนี้ ก็ต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน



ที่มา....https://www.sanook.com/news/7838858/