ผู้เขียน หัวข้อ: สาวสะอื้น! คลินิก "ทำนมเน่า" ซ้ำหมอผ่าตัดเอาหัวนมออกไม่บอกสักคำ  (อ่าน 3 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3478
    • อีเมล์




แผนมีลูกอีกคนพังพินาศ สาวแม่ค้าออนไลน์เจอพิษศัลยกรรม แจ้งจับคลินิกย่านห้วยขวาง ลดไซส์หน้าอกแต่ทำนมเน่า ซ้ำหมอยังผ่าตัดเอาหัวนมออกแบบพละการ

เมื่อวานนี้ (12 ก.ย.) น.ส.เอม (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ได้เดินทางร้องทุกข์ที่ สน.สุทธิสาร พร้อมด้วย นายไพศิษฐ์ ชาครานนท์ ทนายความ เพื่อต้องการดำเนินคดีกับคลินิกศัลยกรรมแห่งหนึ่ง ย่านห้วยขวาง หลังเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก เพื่อลดไซส์และย้ายหัวนม แต่ปรากฏว่าหัวนมมีอาการอักเสบเน่าและต้องตัดทิ้งทั้ง 2 ข้าง โดยที่ไม่มีการรับผิดชอบใดๆ

น.ส.เอม เปิดเผยว่า ตนเป็นแม่ค้าออนไลน์ และเป็นนายหน้าหาลูกค้าให้กับคลินิกศัลยกรรมต่างๆ โดยจะทดลองทำด้วยตัวเองก่อนจะไปแนะนำให้กับผู้อื่นเสมอๆ ที่ผ่านมาตนพิจารณาจากการรีวิวและเช็กประวัติของหมอทุกครั้ง ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา ตนเคยทำศัลยกรรมหน้าอกมาแล้วครั้งหนึ่ง ก็ยังใช้ชีวิตตามปกติและยังให้นมลูกได้

กระทั่งเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตนอยากจะลดไซส์หน้าอก และกระชับหน้าอก เนื่องจากวางแผนจะมีลูกอีกคน จึงตัดสินใจหาข้อมูลของคลินิกศัลยกรรมหน้าอก และตัดสินใจเลือกคลินิกแห่งนี้ เพราะเห็นว่าแพทย์ที่รักษาเป็นศัลยแพทย์ชื่อดังเฉพาะด้าน รวมทั้งมีการรีวิวลูกค้าที่เคยทำหน้าอกทั้งก่อนและหลังทำ โดยมีการพูดคุยรายละเอียดนานนับเดือน และมั่นใจที่จะเลือกใช้บริการคลินิกแห่งนี้

จากนั้นวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนติดต่อที่คลินิกเพื่อทำศัลยกรรมหน้าอกครั้งที่ 2 ตามที่ตั้งใจไว้ โดยต้องการลดไซส์หน้าอก จากเดิมปริมาณ 380 ซีซี ลดเหลือ 275 ซีซี พร้อมให้ยกกระชับ ย้ายหัวนม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของคลีนิกแจ้งว่า ค่ารักษาทั้งหมดอยู่ที่ 79,000 บาท หากต้องการที่จะทำและรีวิวให้ ราคาจะลดเหลือ 70,000 บาท ซึ่งก็เป็นไปตามที่เจรจากันก่อนหน้านี้

ต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น. แพทย์นำตนเข้าห้องผ่าตัดและเริ่มศัลยกรรมหน้าอก โดยแพทย์ที่ทำมีท่าทีเร่งรีบแต่ตนก็ไม่ได้สนใจอะไร ก่อนจะผ่าตัดเสร็จสิ้นลง ในเวลา 13.40 น. ซึ่งตนมองว่าเร็วกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร หลังจากนั้นตนก็กลับไปพักฟื้นที่บ้าน

น.ส.เอม กล่าวอีกว่า จากนั้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ตนก็กลับไปที่คลินิกเดิมอีกครั้ง เพื่อไปตัดไหม เป็นจังหวะที่เปิดแผลผ่าตัดที่ปานนมเป็นแผล และมีรอยคล้ำผิดปกติ ตนจึงไปถามเจ้าหน้าที่ว่าเกิดรอยดำเช่นนี้ผิดปกติหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องปกติ อีกสักพักจะเริ่มลอกและเข้ารูปเอง

กระทั่งจนวันที่ 27 สิงหาคม พบว่าแผลบริเวณหน้าอกเริ่มแข็ง ตนจึงกลับไปหาหมอที่คลินิกดังกล่าวอีกครั้ง หมอแกะแผลบริเวณห้วนมออกให้ และหมอมีการมองหน้ากับผู้ช่วย 1 ครั้ง และนำน้ำเกลือและเบตาดีนใส่ผ้าก๊อซ มาปิดบริเวณหัวนมอีกครั้ง พร้อมทั้งกำชับให้ตนถ่ายรูปส่งไปให้ดูทุกวัน

ต่อมาในวันที่ 3 กันยายน ตนก็ได้กลับไปที่คลินิกอีกครั้ง เพื่อให้หมอแกะแผลบริเวณหน้าอก แต่ครั้งนี้หมอกลับบอกให้ไปนอนบนเตียง และนำผ้ามาปิดใบหน้า ก่อนจะฉีดยาชาบริเวณหน้าอก จากนั้นตนก็รู้สึกเหมือนหมอกำลังแกะแผล และเย็บบริเวณหน้าอก

หลังจากนั้นตนมาเปิดหน้าอกดู ก็พบว่าหน้าอกด้านขวาไม่มีหัวนมแล้ว ส่วนด้านซ้ายมีหัวนมโผล่ออกมานิดหน่อย แต่สภาพยับเยินหมดแล้ว ตอนนั้นตนรู้สึกช็อกจนพูดไม่ออก เพราะไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการตัดหัวนมออกแต่อย่างใด ตนจึงขอคุยกับหมอเป็นการส่วนตัว เพราะตนรู้สึกแย่และได้รับความเสียหาย

แต่ปรากฏว่าคนที่มาคุยคือผู้ช่วยหมอ โดยทางผู้ช่วยหมอมีการโทรศัพท์ติดต่อไปยังหุ้นส่วนขอคลินิก และเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง และเรียกร้องค่าเยียวยา 5 แสนบาท โดยหุ้นส่วนขอคลินิกพูดเพียงว่า ตนได้เรียกร้องมากเกินไป ถ้าอยากได้เยอะขนาดนั้น ให้ไปแจ้งความเอาเอง โดยไม่มีการขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ

น.ส.เอม เปิดเผยว่า หลังจากที่ออกจากคลินิกมาแล้วตนได้เข้าทำการรักษาแผลที่หน้าอกที่ รพ.ศิริราช ซึ่งแพทย์ระบุว่าหากต้องการแก้ไขตามที่ตนต้องการจะต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 3 แสนบาท แต่จะได้เพียงหัวนมเทียม ซึ่งตนมองว่าตนจะใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้อีกต่อไป ไม่สามารถให้นมลูกได้ ทำให้ตนต้องยกเลิกแผนที่จะมีลูกไปทันที

ทั้งนี้ตนอยากให้มีการแสดงความรับผิดชอบและจริงใจมากกว่านี้บ้าง เพราะสิ่งที่ทำผิดพลาดไปแล้ว ก็เอากลับคืนมาไม่ได้ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ตนก็อยากให้ร่างกายกลับมาเป็นเหมือนเดิม ตอนนี้รู้สึกแย่มาก ยิ่งไปกว่านั้นอาการจากโรคซึมเศร้ากลับมากำเริบอีกครั้ง หลังจากที่เคยรักษามาเกือบ 10 ปี

ทางด้าน พ.ต.ท.สืบพงศ์ กรุณา รอง ผกก.สอบสวน สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า ในส่วนของทางเจ้าหน้าที่หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน และเรียกผู้ถูกกล่าวหามาทำการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง หากพบว่าผู้ถูกกล่าวหามีการกระทำผิดจริงแจ้งข้อกล่าวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ที่มา....https://www.sanook.com/news/7894954/