ผู้เขียน หัวข้อ: รู้จักโรค “ไอพีดี” (IPD) โรคติดเชื้อในเด็กที่เสี่ยงพิการ-เสียชีวิตได้  (อ่าน 33 ครั้ง)

ออฟไลน์ admin

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 647
    • อีเมล์



กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี  เผยโรคไอพีดี (IPD) ในเด็กป้องกันได้ พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจพาลูกฉีดวัคซีนป้องกันโรคไอพีดี

โรคไอพีดี คืออะไร?
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคไอพีดีเป็นโรคติดเชื้อชนิดรุนแรงในเด็ก สาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า นิวโมคอคคัส ที่อาศัยอยู่ในโพรงจมูกและคอ ซึ่งสามารถติดต่อซึ่งกันและกันโดยผ่านการไอ จามหรือสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง เหมือนกับการแพร่เชื้อไข้หวัดธรรมดา แต่ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัด ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบรุนแรง โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุ 2 ปี ยังไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้


อาการของโรคไอพีดี
อาการของโรคไอพีดีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งขึ้นอยู่กับอวัยวะที่ติดเชื้อเช่นกัน ได้แก่

     หากมีการติดเชื้อในระบบประสาท เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เด็กจะมีอาการดังนี้

- มีไข้สูง
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
- คลื่นไส้อาเจียน
- คอแข็ง
- ในเด็กทารกจะร้องงอแง
- ซึม
- ไม่กินนม
- อาจชักได้
- ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจพิการ หูหนวก ปัญญาอ่อน เสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด หรือเสียชีวิตได้

     หากติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เช่น หูน้ำหนวก เด็กจะมีอาการดังนี้

- มีไข้สูง
- บ่นปวดหู
- งอแง
- ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจลุกลามไปอวัยวะข้างเคียงหรือสมอง หูน้ำหนวกเรื้อรัง แก้วหูทะลุ และการได้ยินบกพร่อง
- อาจมีผลต่อพัฒนาการด้านภาษาของเด็กด้วย

     หากติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนกลาง อาจมีอาการดังนี้

- มีไข้
- ไอ
- หายใจเร็ว หอบ
- ปอดอักเสบ
- อาจรุนแรงถึงขั้นต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และเสียชีวิตหากได้รับการรักษาล่าช้า

การรักษาโรคไอพีดี
นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาโรคไอพีดี ถ้าเป็นการติดเชื้อไม่รุนแรง เช่น คออักเสบ หูน้ำหนวก หรือไซนัสอักเสบสามารถรักษาโดยการรับประทานยา แต่ถ้าติดเชื้อแบบลุกลามต้องให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือด


วิธีป้องกันโรคไอพีดี
โรคไอพีดีสามารถป้องกันเบื้องต้นได้โดย

1. สอนให้เด็กล้างมือ ปิดปาก ปิดจมูกทุกครั้งที่ไอหรือจาม
2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับคนที่เป็นหวัดหรือป่วย
3. ควรให้ลูกกินนมแม่ เพื่อให้มีภูมิต้านทานจากแม่ไปสู่ลูกทางอ้อม
4. ฉีดวัคซีนซึ่งเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด

ที่มา...https://www.sanook.com/health/20863/