ผู้เขียน หัวข้อ: สลด อาจารย์ ป.โท ผูกคอดับคาห้องทำงานวิทยาลัย ที่คอใส่ถุงห้อยอัฐิแม่ที่เพิ่งเสีย  (อ่าน 27 ครั้ง)

ออฟไลน์ admin

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1160
    • อีเมล์



อาจารย์หนุ่มใหญ่จบ ป.โท ผูกคอดับในห้องทำงานวิทยาลัยพยาบาล ที่คอห้อยถุงใส่อัฐิแม่ที่เสียชีวิตไปเมื่อ 1 ปีก่อน พ่อเศร้าเผยลูกมีโรคเครียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (21 ม.ค.) เมื่อเวลา 18.30 น. สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุชายผูกคอเสียชีวิตบนอาคารวิทยาลัยพยาบาล ในเขตเทศบาล อ.เมืองนครพนม ที่เกิดเหตุ ภายในอาคารเรียนวิทยาลัยพยาบาล มหาวิทยาลัยชื่อดัง บนชั้น 3 เป็นห้องปฏิบัติการกายวิภาคและสรีระวิทยา พบศพผู้เสียชีวิตใช้ผ้าพันคอยาวประมาณ 1 เมตร สีน้ำเงิน ผูกคอตายกับบานพับประตู ทราบชื่อภายหลังคือ นายโกมล อายุ 48 ปี อาจารย์สอนวิชากายวิภาคศาสตร์

จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลการถูกทำร้ายตามร่างกาย เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ มาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ ที่คอผู้ตายยังพบว่ามีถุงพลาสติกใสใช้เชือกคล้องคล้ายพระ ภายในพบว่าเป็นกระดูกอัฐิแม่ของผู้ตาย ที่เพิ่งเสียชีวิตได้ประมาณ 1 ปี  รวมถึงพบกระปุกยารักษาโรคส่วนตัวอยู่ในโต๊ะทำงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเก็บเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี

เบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ทราบว่า ผู้ตายได้เดินทางมาทำงาน โดยมี นายมั่ง อายุ 69 ปี พ่อผู้ตาย ขี่รถจักรยานยนต์มาส่ง โดยผู้ตายสอนออนไลน์วิชากายวิภาคศาสตร์ให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในช่วงสถานการณ์โควิดระบาด

ซึ่งโดยปกติพ่อผู้ตายจะขับรถมาส่งทุกวันเพราะมีความเป็นห่วง เนื่องจากผู้ตาย มีโรคประจำตัวคือความเครียด เพราะคิดถึงแม่ที่เสียชีวิตมาได้ประมาณ 1 ปี  บวกกับมีความเครียดเรื่องการทำงาน การเรียนหลังเรียนจบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และมีความคาดหวังจะเรียนให้จบปริญญาเอก แต่มีปัญหาด้านการเงิน จึงยังเรียนไม่จบ

ก่อนตัดสินใจมาสมัครทำงานเป็นอาจารย์สอน ที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี มหาวิทยาลัยนครพนม มาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี  ซึ่งพื้นฐานเป็นชาว จ.สิงห์บุรี แต่ย้ายมาทำงานที่นี่กับครอบครัว

จากการสอบถาม อาจารย์ที่เป็นเพื่อนผู้ตาย ระบุว่า ผู้ตายได้ขอทำงานในห้อง ทั้งที่ถึงเวลาเลิกงาน และบอกว่าไม่ให้ใครมารบกวน จนถึงเวลากลับบ้าน ผู้เป็นพ่อขี่รถจักรยานยนต์มารับ แต่ไม่พบ ตัวลูกชายและติดต่อไม่ได้ จึงประสานเจ้าหน้าที่ช่วยกันตามหา ก่อนจะพบว่าผู้ตายผูกคอตายในห้องทำงาน

ด้าน ผู้เป็นพ่อ ระบุเสียใจมาก สังเกตลูกชายตลอด และมีความกังวล เพราะพบว่ามีโรคเครียดส่วนตัว พยายามดูแลใกล้ชิด ไม่คิดว่าจะมาคิดสั้นแบบนี้ แต่ไม่ติดใจการเสียชีวิต เชื่อเครียดสะสม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


ที่มา...https://www.sanook.com/news/8343174/