ผู้เขียน หัวข้อ: รมว.สธ.เผย คกก.ค่าตอบแทนกำลังคน เห็นชอบ การจ่าย  (อ่าน 1151 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


รมว.สธ.เผย คกก.ค่าตอบแทนกำลังคน เห็นชอบ การจ่ายค่าตอบแทน สธ. ยืนยันยังคงมีเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายควบคู่กับการจ่ายตามภาระงาน ดูทั้งปริมาณและคุณภาพ


วันนี้ (28 มีนาคม 2556) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมคณะกรรมการพิจารณาทบทวนระบบการจ่ายค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในภาครัฐ              โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร  สำนักงานคณะกรรมการข้าราชพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กรมการแพทย์กรมสุขภาพจิต ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป

นายแพทย์ประดิษฐ ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่มติ ครม. เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2556 อนุมัติในหลักการทบทวนการจ่ายค่าตอบแทนตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ โดยให้ดำเนินการเป็นระยะ ซึ่งให้คงมีเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล และเป็นพื้นที่เฉพาะ และให้ผสมผสานกับการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน ส่วนอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย ให้พิจารณาร่วมกันแบบมีส่วนร่วม ก่อนเสนอคณะกรรมการกลั่นกรอง และเสนอเข้าที่ประชุมครม.ในวันที่ 31 มีนาคม 2556 นั้น

ในวันนี้ คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบในหลักการ ในการผสมผสานระหว่างเงินเหมาจ่ายกับเงินตอบแทนตามภารกิจตามภาระงาน  ขอยืนยันว่าการเหมาจ่ายก็ยังคงมีอยู่ ในพื้นที่ที่จำเป็นต่างๆ เช่น พื้นที่ทุรกันดาร หรือพื้นที่เสี่ยงภัยยังมีอยู่  ส่วนเงินตอบแทนตามภารกิจและตามภาระงาน  ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตรวจคนไข้ และก็ไม่ได้ดูในเชิงปริมาณ แต่ดูเชิงคุณภาพด้วย  ภารกิจก็มีหลายอย่าง  ครอบคลุมทั้งการรักษาพยาบาล การออกไปส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค  ส่วนขั้นตอนการดำเนินงานเสนอให้ทำเป็น 2 เฟส  เฟสแรก 1 เมษายน 2556- 31 มีนาคม 2557  โดยจะมีการประเมินผล ก่อนที่จะนำเฟสที่ 2 มาใช้  ซึ่งเฟส 2 ที่ร่างไว้เป็นทิศทางการดำเนินงาน  แต่ในรายละเอียดก็ให้มีการปรับปรุงได้ ตามผลงานที่ประเมิน

สำหรับตัวเลขอัตราการจ่ายต่าง ๆ ยังคงเดิมตามที่เสนอ   โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความเห็นว่า ควรขอเป็นงบประมาณ   เพราะกลัวความไม่แน่นอน  อีกทั้งกลัวว่าจะมีเงินมาจ่ายหรือไม่ถ้าเป็นเงินบำรุง    ซึ่งได้ชี้แจงว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ทำตามนโยบายรัฐบาล  เพื่อสร้างความมั่นคงของเงิน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ปรับตัวก่อน โดยการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานควบคู่ไปกับงบประมาณที่ได้จากรัฐบาล  เพื่อให้มีเงินเหลืออยู่  ส่วนจะพอหรือไม่นั้น ต้องรอผลการทำงาน   ซึ่งทุกหน่วยงานควรจะมีการปรับตัวในเชิงระบบการทำงานควบคู่ไปกับการของบประมาณ  จะได้ไม่เป็นภาระของรัฐบาล  แต่ยืนยันว่ารัฐบาลมีการจ่ายค่าตอบแทนแน่นอน




ที่มา : www.moph.go.th