ผู้เขียน หัวข้อ: กบอ.ฟันธง ปีนี้น้ำไม่ท่วม “เขื่อน”ยังรับพายุได้อีกหลายลูก  (อ่าน 405 ครั้ง)

ออฟไลน์ tikky

  • Global Moderator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1985

« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:30:43 AM »


กบอ.ฟันธง ปีนี้น้ำไม่ท่วม บอก “เขื่อน –แม่น้ำ” ยังรับน้ำได้อีกหลายล้านลูกบากศ์เมตร

      เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) เป็นประธานประชุม กบอ. นัดพิเศษ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนในหลายพื้นที่ โดยมีหน่วยงานเกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน เข้าร่วม จากนั้น นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสุพจน์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) ได้ประชุม  วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับผู้ว่าราชการจังหวัดในหลายพื้นที่ อาทิ จ.พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง บุรีรัมย์ โดย นายยุคล กล่าวด้วยว่า กบอ. ได้ตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญขึ้นมา เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และหากจังหวัดใด ต้องการผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำ กบอ.จะส่งไป พร้อมทั้งอุปการณ์ในการช่วยเหลือ และในวันที่ 22 ก.ย.นี้ นายปลอดประสพ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเริ่มต้นที่ท่าน้ำเทศบาลปากเกร็ด จ.นนทบุรี ไปยัง อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา   

      ด้านนายสุพจน์ กล่าวสรุปสถานการณ์ว่า จากการคำนวณของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า หากมีพายุเข้ามาในประเทศไทย1ลูก จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำเข้ามาประมาณ 5,000 ล้านลูกบากศ์เมตร(ลบ.ม.) และถ้าประเมินสถานการณ์ที่แย่สุด คือมีพายุเข้ามาสองลูกพร้อมกัน ก็จะมีปริมาณน้ำประมาณ10,000 ล้าน ลบ.ม. แต่ขณะนี้เรามีเขื่อนทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ สามารถรับน้ำได้ประมาณ 2.7หมื่น ลบ.ม. นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ว่างในแม่น้ำ และท้องทุ่งอีก ยืนยันว่าจะไม่มีสถานการณ์น้ำหลากเหมือนในปี 54 อย่างแน่นอน ส่วนปริมาณน้ำฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของระยะเวลา30ปีถือว่าปีนี้น้ำน้อยกว่าร้อยละ13 แต่หากคิดเฉพาะเดือน ส.ค. และก.ย.ถือว่ายังสูงกว่า ทั้งนี้คาดการณ์ว่า เมื่อสิ้นสุดคืนนี้ (20ก.ย.)สถานการณ์ฝนจะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ ที่เป็นฝนตามฤดูกาล เนื่องจากความกดอากาศต่ำจะหมดไป และเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศพม่า

       ขณะที่ น.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ประเมินสถานการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังอยู่ในภาวะปกติแต่ยังต้องเฝ้าระวังในบางพื้นที่ เช่น ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.ศรีษะเกษ อุบลราชธานี สุรินทร์ ร้อยเอ็ด นครราชศรีมา  ภาคตะวันออก จ.สระแก้ว ปราจีนบุรี จันทร์บุรี ระยอง ส่วนภาคกลาง ก็จะมีน้ำหลากในบางพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ เช่น อ.บางบาล อ.เสนา อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของพื้นที่ ประชาชนมีการปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิต จึงมีการสร้างบ้านที่ยกสูงและมีเรือ เพื่อหาปลายามน้ำหลาก.