พ.ต.ท.เป็นฮีโร่อีก แชทไลน์-เฟซบุ๊ก ช่วย 2 สาวพ้นซ่อง
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 06:59:16 AM »
รอง ผกก.สภ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ช่วยเหลือ 2 สาวไทยถูกลวงไปขายบริการทางเพศที่บาห์เรนสำเร็จ ขณะที่แม่เล้าคนไทยหลบหนีไปได้ พร้อมพาสาวไทยอีก 5 ราย หลบหนีไปด้วย...
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 กันยายน 2556 ที่ สภ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร พ.ต.ท.ธานินทร์ จินดามณี รอง ผกก.(ส).สภ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร นำเอกสาร พร้อมไลน์ และเฟซบุ๊ก มาเปิดเผยว่า เมื่อเย็นวานนี้ ตนได้ประสานงาน กับ ผอ.กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ให้ประสานงานกับ จนท.ตำรวจ เมืองมานามา ประเทศบาห์เรน เพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกไปขายบริการทางเพศ จำนวน 2 ราย จนสามารถช่วยเหลือออกมาได้สำเร็จ 2 คน คือนางสาวเอ นามสมมติ อายุ 26 ปี และนางสาวบี นามสมมติ อายุ 24 ปี ชาวภาคอีสาน ซึ่งทั้ง 2 ถูกขบวนการค้ามนุษย์หลอกไปจากกรุงเทพฯ เพื่อไปขายบริการทางเพศที่ประเทศบาห์เรน โดยขบวนการนี้หลอกว่า จะออกค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศบาห์เรนให้เพื่อไปทำงานยังสถานบริการนวดแผนไทย แต่กลับให้ขายตัว และยังถูกทำร้ายด้วย
พ.ต.ท.ธานินทร์ กล่าวอีกว่า น.ส.เอและน.ส.บี ทั้ง 2 ได้ออกเดินทางไปบาห์เรน เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2556 เมื่อไปถึงก็ถูกนายหน้ายึดหนังสือเดินทาง พร้อมแจ้งว่า ทั้ง 2 คนต้องชดใช้ค่าเดินทาง จำนวนเงิน 200,000 บาท มิเช่นนั้นก็ต้องอยู่ทำงานขายบริการเพื่อใช้หนี้แทน โดยมีคนที่มาบอกเรื่องนี้ผ่านแม่เล้า ซึ่งเป็นคนไทย ทราบเพียงชื่อเล่นว่า นางแมว อายุประมาณ 50 ปี ทั้งนี้ตนได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก และประสานงานมาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2556 จนสามารถช่วยเหลือได้ในที่สุด ยังเหลือคนไทยอีก 5 คนที่ยังช่วยเหลือไม่ได้ เนื่องจากแม่เล้า ชื่อแมว ได้ไหวตัวทัน และนำสาวไทยอีกครั้ง 5 คนหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปจับกุม สำหรับคนไทยทั้ง 2 คน ที่ช่วยออกมาได้จะถูกนำตัวส่งกลับประเทศไทยวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รายงานเพิ่มเติมว่า จากการสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ธานินทร์ จินดามณี รอง ผกก.สส.สภ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ว่าการช่วยเหลือครั้งนี้จะมีปัญหากรณีการช่วยเหลือในเด็กที่เกาหลีหรือไม่ พ.ต.ท.ธานินทร์ จินดามณี ระบุว่า ในครั้งนี้ การช่วยเหลือในรอบนี้รัดกุมมากที่สุด ป้องกันการเอ่ยถึงชื่อถึงหน่วยงานหรือบุคคลอื่น ได้ทำงานประสานอย่างรวดเร็ว เช่นประสานไปยังสถานกงสุล แม้เจตนาผู้ขอความช่วยเหลือจะเป็นอย่างไร แต่จากการรวบรวมหลักฐานและพฤติกรรมที่โดนหลอก หรือผู้ที่ร้องขอความช่วยเหลือ คงเดือดร้อนจริง หากไปแล้วไม่เดือดร้อนหรือไม่ลำบาก หรือมีรายได้จริง เขาก็คงไม่กล้ามาเสี่ยงขอความช่วยเหลือ ซึ่งตนก็ทำตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของตำรวจไทย ที่ทนเห็นคนอื่นเดือดร้อนไม่ได้ พร้อมทั้งอธิบายถึงการติดต่อทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ว่าติดต่ออย่างไร มีการเข้าแผนที่ระบุที่ตั้งของเมือง โรงแรม ตลอดจนให้เหยื่อถ่ายภาพผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อขบวนการค้ามนุษย์รายนี้ต่อไป
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ธานินทร์ เคยใช้โซเชียลมีเดียช่วยเหลือเด็กหญิงไทยถูกล่อลวง พ้นซ่องในเกาหลีใต้สำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา


บันทึกการเข้า