ผู้เขียน หัวข้อ: มาฆบูชา ปะทะ วาเลนไทน์ วัยรุ่นไทยทำอะไรกัน...  (อ่าน 383 ครั้ง)

ออฟไลน์ tikky

  • Global Moderator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1985





 14 ก.พ. เวียนมาอีกครั้งในปฏิทินวันสำคัญของไทย ปีนี้ตรงกับวันสำคัญถึง 2 วัน คือ มาฆบูชา ให้ชาวพุทธได้ระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า และยังตรงกับวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักที่วัยรุ่นไทยคุ้นเคยกันดีเสียด้วย เพราะมีกิจกรรมสุดกุ๊กกิ๊ก ทั้งซื้อดอกกุหลาบแดงให้เพื่อนและคนที่รัก ซื้อช็อกโกแลต สติกเกอร์หัวใจ ของแลกแทนใจแก่กัน...

เมื่อ 2 วันสำคัญมาเจอกัน เด็กวัยรุ่นวัยเรียนของไทยวางแผนกิจกรรมทางพุทธศาสนาให้จิตใจผ่องใส อิ่มบุญ หรือสรรหาอะไรสนุกๆ เติมความสดใสในชีวิตวัยรุ่นกับวันแห่งความรัก ตามวัยเรียนของพวกเขาอย่างไรบ้าง "ไทยรัฐออนไลน์" ขอรับหน้าที่ไปคุยกับพวกเขากัน

 

เริ่มต้นที่ "เนติวัฒน์ จันทร์ประสิทธิ์" และ "วัชรพัฐ อุปตัชเฐียร" นักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และ "กันตินันท์ รังสีมงคล" นักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สามหนุ่มเพื่อนซี้ ให้มุมมองวันสำคัญ 2 วันที่ตรงกัน จึงประสานเสียงว่า ขอให้ความสำคัญกับทั้ง 2 วันพร้อมกัน "แบ่งเวลาทั้งสองอย่าง ทั้งการทำบุญในวันสำคัญทางศาสนา และไปเที่ยวกับแฟน ทำบุญด้วย มีแฟนก็ต้องให้เวลาด้วย ถึงช่วงวัยเรียนจะมีความรัก ก็สามารถทำทั้งสองอย่างได้ มีความรักก็ชวนกันเรียนด้วย มีความรักก็ต้องแบ่งเวลาให้ถูก อย่าไปเที่ยวอย่างเดียว อ่านหนังสืออะไรบ้าง เวลามีความสำคัญ ต้องใช้ให้เป็นด้วย"

ด้านนางสาวอริส สถิรพัฒนเกียรติ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสารสาสน์เอกตรา กล่าวว่า วันมาฆบูชากับวันวาเลนไทน์ตรงกัน และเป็นวันหยุด ก็มีการวางแผนไว้แล้ว เพราะว่าคุณแม่ชวนไว้ คงจะไปทำบุญที่วัด และเวียนเทียนกับคุณแม่ ไปกับที่บ้านเพราะวันหยุด ดูเป็นวันครอบครัวมากกว่า

ส่วน "กมลวรรณ สีน้ำ" นักเรียนชั้นปี 2 สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า "วันมาฆบูชา มีกิจกรรมกลับบ้านไปทำบุญกับครอบครัวค่ะ ตอนเย็นอาจจะไปกินข้าวด้วยกัน แต่คงจะนัดแฟนมากินข้าวกับครอบครัวเราด้วยค่ะ วาเลนไทน์เป็นวันแห่งความรัก เราไม่จำเป็นต้องให้ความรักแต่กับแฟน เราควรให้ความรักกับคนในครอบครัวของเราด้วย"

 ขณะที่นางสาวพลอยชมพู พงษ์วริษฐ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กล่าวว่า หนูเน้นวันมาฆบูชาค่ะ นับถือศาสนาพุทธ จะไปทำบุญกับครอบครัว กับเพื่อนด้วยค่ะ ส่วนตัวมองความรักว่า ไม่จำเป็นแค่วันเดียว สมควรจะต้องมอบความรักให้ทุกๆ วัน ให้เท่าเทียมกัน ไม่จำเป็นต้องให้มากเฉพาะวันวาเลนไทน์

"ศักดิ์สิทธิ์ ติณราช" นิสิตชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงวันหยุดโอกาสพิเศษนี้ว่า ตอนเย็นอาจจะไปทำบุญที่วัด สำหรับวันวาเลนไทน์เป็นวันที่ทำให้ทุกคนมองโลกสวยงาม เป็นวันที่มีความรักต่อกัน เมื่อสองวันมาตรงกัน ขอให้น้ำหนักไปที่วันวาเลนไทน์ เพราะว่าจะทำให้เรามีความสุขในวันนี้

ว่ากันว่า "ความรัก คือสิ่งสวยงาม" ไม่ว่าตามช่วงวัยไหน ในวัยรุ่นเอง หากความรักเป็นพลัง ช่วยส่งเสริมให้การดำเนินชีวิตและการเรียนก้าวหน้าไปได้ ย่อมถือเป็นข้อดีอีกข้อของความรัก ทำให้หัวใจฟูฟ่อง ความสุขเต็มอก พร้อมเผชิญอุปสรรค และเรียนรู้โลกด้วยความสวยงามต่อไป และอย่าลืมสนุกอย่างมีสติ แนะนำให้เริ่มต้นง่ายๆ สำหรับวัยรุ่นไทย ด้วยการไปทำบุญกับครอบครัวในวันสำคัญเช่นนี้ ก็ถือว่าเราได้เริ่มต้นทำอะไรที่ดีเพื่อคนที่เรารัก และปฏิบัติดีตามหลักพุทธศาสนาได้เช่นกัน.


  ที่มา : www.thairath.co.th