ผู้เขียน หัวข้อ: ตาแดงระบาดหนัก! เดือนครึ่งป่วยแล้ว 1.5 หมื่นราย  (อ่าน 342 ครั้ง)

ออฟไลน์ beebee

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1550
    • อีเมล์





 
กรมควบคุมโรคเผยสถิติแค่เดือนกว่ามีผู้ป่วยตาแดงแล้ว 1.5 หมื่นราย เหตุปีนี้เป็นวงรอบการระบาด เตือนอย่าใช้ของร่วมกับผู้อื่น หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ถ้าป่วยต้องหยุดเรียน หยุดงาน จนกว่าจะหายเป็นปกติ อาการไม่ดีให้รีบพบแพทย์...

นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า สำนักระบาดวิทยา ได้รับรายงานผู้ป่วยโรคตาแดงจากข้อมูลเฝ้าระวังโรคตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-16 ก.พ.พบผู้ป่วย 15,963 ราย จาก 77 จังหวัด คิดเป็นอัตราป่วย 25.09 ต่อแสนประชากร ไม่มีผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 35-44 ปี (ร้อยละ 11.96) รองลงมา คือ 45-54 ปี (ร้อยละ 11.53 ) และ 25-34 ปี (ร้อยละ 11.30) อาชีพส่วนใหญ่ ไม่ทราบอาชีพ (ร้อยละ 30.0) เกษตรกร (ร้อยละ 23.8) และนักเรียน (ร้อยละ 19.8) จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 อันดับแรก คือ พัทลุง ปัตตานี นราธิวาส ปราจีนบุรี และสงขลา

โรคตาแดงเป็นโรคตาที่พบได้บ่อยเป็นการอักเสบของเยื่อบุตาที่คลุมหนังตาบนและล่าง รวมเยื่อบุตาที่คลุมตาขาว โรคตาแดงอาจจะเป็นแบบเฉียบพลัน หรือแบบเรื้อรังมีการรายงานผู้ป่วยตลอดทั้งปี และมีการระบาดมากในภาคเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับฤดูกาล การระบาดมักจะเริ่มระบาดตั้งแต่ ก.ค.-ส.ค.และพบผู้ป่วยสูงสุดในเดือน ก.ย.-ต.ค.ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน มักมีการระบาดทุก 2-3 ปี โดยไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต ติดต่อโดยการสัมผัสตาหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยที่ติดมากับนิ้วมือหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกัน ผ้าเช็ดหน้า ของใช้มาสัมผัสที่ตาโดยตรง อาการแสดง คันตา มีขี้ตา เยื่อบุตาขาวบวมแดง ปวดตา เป็นต้น โรคแทรกซ้อน ได้แก่ อาการปวดตา หรือมองแสงจ้าไม่ได้ ม่านตาอักเสบ

แม้โรคนี้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตแต่อัตราป่วยในแต่ละปีสูงมากกว่า 100 ต่อแสนประชากรทุกปี การระบาดมักพบในชุมชนขนาดใหญ่ สถานที่แออัด โรงเรียน สถานที่ดูแลเด็กเล็ก หรือสถานที่มีกิจกรรมร่วมกัน ดังนั้นการป้องกันโรคควรมุ่งเป้าหมายไปในสถานที่ดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการรักษาสุขลักษณะส่วนบุคคล การแยกผู้ป่วยและการให้สุขศึกษาในชุมชน เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค

การป้องกันโรคตาแดง ได้แก่
1.ไม่ใช้เครื่องสำอางร่วมกับคนอื่น
2.ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวร่วมกัน
3.หมั่นล้างมือบ่อยๆ ให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำ
4.ไม่เอามือขยี้ตา
5.ใส่แว่นตาป้องกัน ถ้าต้องเจอสารเคมี
6.ไม่ใช้ยาหยอดตาผู้อื่น
7.อย่าว่ายน้ำในสระที่ไม่ได้ใส่คลอรีน เป็นต้น
“ถ้ามีอาการตาแดง สามารถดูแลรักษาตนเองได้ ด้วยการประคบเย็นวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที อย่าขยี้ตาหรือใส่คอนแทคเลนส์ช่วงที่มีอาการตาแดง เพราะจะทำให้ตาระคายมากขึ้น ใส่แว่นกันแดด หากมองแสงสว่างไม่ได้ เปลี่ยนปลอกหมอนทุกวัน เป็นต้น มีอาการเจ็บป่วยเหล่านี้ เช่น ถ้าตามัวลง ปวดตามาก กรอกตาแล้วปวด มีไข้ หรือ อาการตาแดง 2 วัน อาการไม่ดีขึ้นรีบมาพบแพทย์” นายแพทย์โสภณกล่าว.



  ที่มา : www.thairath.co.th