ผู้เขียน หัวข้อ: ฝนถล่มกรุง รถชน40คัน รามฯ ติดวินาศ ถนนจมน้ำอื้อ  (อ่าน 344 ครั้ง)

ออฟไลน์ tikky

  • Global Moderator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1985



พายุฤดูร้อนถล่มกรุงเทพฯ น้ำท่วมหลายถนน ย่านรามคำแหงรถติดวินาศหลังเกิดเหตุชนกัน40 คันรวด ขณะที่ทั่วประเทศทั้งภาคเหนือ อีสานก็อ่วมไม่แพ้กัน โคราชโดนหนักถล่ม 11 อำเภอ บ้านพังนับพันหลัง ร้อยเอ็ดหนุ่มวัยเบญจเพสดวงถึงฆาตต้นยางโค่นทับดับอนาถขณะขี่จยย.ฝ่าพายุ ส่วนภาคเหนือพิษณุโลก พะเยา ลำปาง อ่วมเจอทั้งพายุฝน-ลูกเห็บถล่มบ้านพังยับ ผวจ.สั่งระดมปภ.เร่งช่วยเหลือเยียวยาด่วน อุตุฯ เตือนซ้ำทั่วทุกภาคจะมีฝนตกต่อเนื่องถึงวันที่ 28 มี.ค. ก่อนอากาศกลับมาเริ่มร้อนขึ้น



เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 23 มี.ค. รายงานจาก จส.100 แจ้งว่าพื้นที่สน.หัวหมากเกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายกันรวม 40 คัน บนถนนรามคำแหงขาออก เลยทางลงยกระดับถนนรามคำแหง ส่งผลให้เส้นทางถนนรามคำแหงขาออกท้ายแถวคลองตัน ขาเข้าท้ายมหาดไทย ติดขัดอย่างหนัก และก่อนหน้านี้เวลา 13.20 น.เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน 10 คันบนถนนรามอินทราขาออก บนสะพานข้ามเกษตร- นวมินทร์ช่องซ้าย ทำให้การจราจรติดขัด



ขณะที่ สวพ.91 รายงานว่าบนถนนรัชดาฯขาออกบนทางต่างระดับรัชวิภาช่วงทางลงเกิดอุบัติเหตุรถ ชนกัน 5 คัน ทำให้รถยนต์ติดขัดอย่างหนัก ท้ายแถวสะสมบนถนนจรัญสนิทวงศ์ สาเหตุเกิดจากรถที่ผ่านจุดเกิดเหตุชะลอดู สาเหตุที่ทำเกิดอุบัติเหตุรถชนกันทางสำนักงานตำรวจจราจร (บก.จร.) รายงานว่า ก่อนหน้านี้เกิดฝนตกในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ผิวการจราจรเปียกลื่น รวมทั้งมีน้ำท่วมบนพื้นผิวจราจรจนเกือบเสมอทางเท้า อาทิ ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณแยกหลักสี่ และแยกบางเขน ฝนตกน้ำท่วมผิวจราจรสูงระดับทางเท้า ถนนงามวงศ์วาน บริเวณแยกเกษตร (หน้าตลาดอมรพันธ์) น้ำท่วมเสมอทางเท้าถนนรัชดาภิเษก บริเวณแยกห้วยขวาง และแยกเทียมร่วมมิตร ฝนตกน้ำท่วมผิวจราจรสูงระดับทางเท้า และถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ หน้าสำนักงานเขตห้วยขวาง ทำให้รถติดขัดในจุดดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่กทม.เร่งสูบน้ำแก้ไข



ด้านพล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร.กล่าวว่า เนื่องจากช่วงเช้าเวลาประมาณ 10.00 น. มีฝนตกลงมาอย่างหนักกระจายทั่วพื้นที่ของ กทม.ทำให้เกิดการขัดข้องของระบบสัญญาณไฟจราจรประมาณ 40 แยก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาซ่อมแซม โดยเน้นที่แยกที่มีปริมาณรถสัญจรผ่านจำนวนมากก่อน ล่าสุดสัญญาณไฟส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้การได้ปกติ ยังคงเหลือแยกหลักประมาณ 9 แยก ได้แก่ พญาไท มักกะสัน ศาลาแดง วิทยุ ด่วนพระราม ด่วนดินแดง สามเหลี่ยมดินแดง แม้นศรี และแยกเกษตร สาเหตุเกิดปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณ โดยเจ้าหน้าที่กทม.ได้เร่งดำเนินการสูบน้ำระบายออกแล้วทำให้พื้นที่กลับสู่ ปกติแล้ว



นอกจากนี้รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศ ยานไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่าในช่วงเที่ยงที่ผ่านมาเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ซึ่งส่งผลให้มีเครื่องบินไม่สามารถบินลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ และต้องเปลี่ยนเส้นทางบินไปลงที่ท่าอากาศยานอื่นจำนวน 7 เที่ยวบิน ก่อนกลับสู่สภาพปกติในช่วงต่อมาโดยเที่ยวบินต่างๆ ทยอยบินกลับมาลงที่ทสภ.ได้ตามเดิมแล้ว



จากกรณีกรมอุตุนิยม วิทยาได้มีการประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวัง พายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนประชาชน ล่าสุดทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครราชสีมา ได้รายงานความเสียหายจากพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 19-21 มี.ค. ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายแล้วทั้งหมด 11 อำเภอ ประกอบด้วย ขามทะเลสอ สีคิ้ว สูงเนิน โนนแดง ประทาย คง โนนสูง โนนไทย พระทองคำ เมืองยาง และลำทะเมนชัย มีพื้นที่ความเสียหายรวม 16 ตำบล 70 หมู่บ้าน บ้านเรือนราษฎรเสียหายแล้วจำนวน 893 หลังคาเรือน มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 4 พันราย



ด้านความช่วยเหลือ นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.นครราชสีมาได้สั่งการให้แต่ละอำเภอที่ประสบภัยได้แจ้งไปยังองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ให้สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น และส่งเจ้าหน้าที่ออกไปช่วยเหลือชาวบ้านในการซ่อมแซมบ้านเรือนเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนในเบื้องต้นพร้อมรวบรวมข้อมูลความเสียหายรายงานไปยังอำเภอ เพื่ออนุมัติเงินช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยต่อไป



ส่วนที่ จ.ร้อยเอ็ด หลังเกิดพายุฤดูร้อนฝนตกอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้แหล่งน้ำลำคลองและท้องนาในหลายพื้นที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้นาข้าวนาปรังของเกษตรกรที่ประสบปัญหาขาดน้ำกว่า 3,000 ไร่ ในเขต อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด กลับฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากมีปัญหาฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะชาวนาที่ปลูกข้าวนาปรังห่างไกลลำน้ำชี



นายวสันต์ สวัสดิรัมย์ เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ดออกโรงเตือนเกษตรกรชาวนาอาจประสบปัญหาแมลงศัตรูพืช เช่น โรคใบไหม้ หนอนกระทู้กล้า และเพลี้ยกระโดดลงแปลงนาในช่วงนี้ เนื่องจากข้าวกำลังเฉาตาย แต่เมื่อมีฝนตกลงมาข้าวเหมือนได้มโหสถกลับฟื้นคืนขึ้นมา ทำให้ข้าวยืดตัวลำต้นสูงเหมาะสำหรับการระบาดของแมลงศัตรูพืชดังกล่าว หากพบการระบาดต้องรีบแจ้งเกษตรตำบลหรือเกษตรอำเภอใกล้บ้านก่อนที่จะลุกลามไป หมด



นายณัฐ เอกก้านตรง ผอ.อุตุนิยม จ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางยังคงแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจะแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 มี.ค. ประกอบกับในระยะนี้จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าเคลื่อนเข้ามาปก คลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชน จ.ร้อยเอ็ด ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง



วันเดียวกัน เวลา 01.30 น. ร.ต.อ.สมคิด ไชยพลงาม ร้อยเวร สภ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งว่ามีต้นยางขนาดใหญ่ 3 คนโอบ หักโค่นทับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขณะขี่ผ่านมาจนเสียชีวิต บริเวณถนนทางหลวงชนบท รอ.3013 สาย อำเภออาจสามารถ-สุวรรณภูมิ หลักกิโลเมตรที่ 23 บ้านหัวโทน รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตและรถจยย.ฮอนด้า ถูกต้นยางล้มทับทั้งคนและรถผู้ตายชื่อนายทวิช ผลาจิต อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 52 ม.10 บ้านศาลา ต.อาจสามารถ สภาพศพถูกทับศีรษะและดวงตาถลนออกนอกเบ้ากระเด็นสยดสยอง จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายทำงานก่อสร้างที่บ้านหนองขาม มาขอเบิกเงินค่าแรง 600 บาทกับหัวหน้าคุมงานก่อนขี่รถกลับบ้าน ระหว่างทางเกิดพายุฝนตกหนักมีลมกระโชกแรงจนต้นยางนาขนาดใหญ่หักโค่นลงมาปะทะ กับผู้ตายขณะขับรถจยย.ผ่านมาพอดี



ขณะที่นายประวิทย์ แจ่มปัญญา ผอ.ส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวถึงกรณีฝนตกหนักเช้านี้ว่า เกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางยังคงแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออก เฉียงเหนือ และจะแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับในระยะนี้จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าเคลื่อนเข้ามาปก คลุมภาคเหนือ ส่งผลให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น มีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่



นายประวิทย์ กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะพื้นที่จ.เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ แพร่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ควรระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ ฝนจะตกต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 23 มี.ค.นี้ และช่วงวันที่ 25-28 มี.ค. บริเวณความกดอากาศสูงจะมีกำลังอ่อนลง และคลื่นกระแสลมตะวันตกจะเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบนไปประเทศลาว ทำให้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองลดลง และอากาศจะร้อนขึ้น และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ



ส่วนที่ จ.พิษณุโลก ได้เกิดลมพายุลูกเห็บพัดถล่มอย่างหนักในหลายอำเภอ เป็นบริเวณกว้าง สร้างความเสียหายใน 4 อำเภอ อ.พรหมพิราม อ.วัดโบสถ์ อ.เมือง และ อ.วังทอง โดยเฉพาะที่บ้านย่านขาด ต.พรหม พิราม มีฝนตกหนักตั้งแต่เช้าและพายุลูกเห็บตกลงมาทำให้บ้านเรือนประชาชนและหลังคา วัดโบสถ์และหลังคาปั๊มน้ำมันพังเสียหาย



ด้านกรมอุตุนิยมฯ จ.พิษณุโลก รายงานจากสภาพอากาศทางภาคเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวจะมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 16-24 องศาเซลเซียส สูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส



ที่ จ.พะเยา นายสุภชัย ศูนย์กลาง นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) จุน อ.จุน จ.พะเยา แจ้งว่าเวลา 17.00 น.เกิดพายุพัดอย่างแรง ฝนตกและมีลูกเห็บตกลงมากระจายทั่วพื้นที่ทั่วทั้ง 17 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนประชาชน 14 หลังหลังคาแตกพังเสียหาย พบว่าลูกเห็บตกลงมาเป็นกองๆ เป็นหย่อมๆ ไม่กระจาย บรรดาผู้ขับรถยนต์หยุดพักรถต่างตื่นเต้นดูลูกเห็บ และถ่ายภาพโพสต์ในโซเชี่ยลมีเดียอย่างคึกคัก ทั้งนี้ พบว่าลูกเห็บมีขนาดเท่าหัวแม่มือซึ่งไม่เคยตกลงมารวมกันเป็นหย่อมๆ ซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่มีลูกเห็บตกในรอบกว่า 10 ปี



ขณะที่ จ.กาญจนบุรี นายสมศักดิ์ โพธิ์ศรีทอง นายอำเภอบ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่าเกิดพายุโซนร้อนพัดถล่มพื้นที่ อ.บ่อพลอย สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนใน 3 ตำบล หมู่ 1-11 ต.หลุมรัง มีบ้านเรือนพังเสียหาย 120 หลัง หมู่ 2, 4 ต.หนองรี มีบ้านเรือนพังเสียหาย 65 หมู่ 1, 2, 3 ต.หนองกร่าง พังเสียหาย 31 หลัง รวม 216 หลัง พื้นที่เกษตรกรนาข้าว ไร่มัน ไร่ข้าวโพด เสียหาย 55 ไร่ และมีต้นไม้หักโค่น 20-30 ต้น เสาไฟฟ้าเสียหาย 2-3 ต้น โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต



ส่วนจ.ลำพูน เกิดพายุลูกเห็บและพายุฝนพัดกระหน่ำถล่มพื้นที่ ม.5 ม.6 และ ม.9 ต.ปลาดุก อ.แม่ทา จ.ลำพูน สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชนกว่า 115 หลัง และพืชผลทางการเกษตรเสียหายจำนวนมาก เนื่องจากลูกเห็บมีขนาดเท่าลูกองุ่นที่ตกลงมาใส่หลังคาบ้าน ชาวบ้านเล่าด้วยอาการตื่นตระหนกว่าชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพหาของป่า เนื่องจากพื้นที่เป็นพื้นที่ภูเขาล้อมรอบ สภาพอากาศร้อนจัดแล้วจู่ๆ ก็มีพายุลมแรงจากนั้นมีฝนตกและมีลูกเห็บตกลงมาอย่างหนักลูกเท่าผลองุ่น ชาวบ้านต่างพากันวิ่งหลบเข้าที่กำบังและรีบกลับบ้านก็พบบ้านพังเสียหาย นอกจากนี้ ช่วงเวลา 18.15 น.มีลูกเห็บตกลงมาอีกในพื้นที่ ต.ต้นธง ต.เวียงยอง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน และลมพายุฝนพัดแรงทำให้ชาวบ้านที่จับจ่ายชื้อของอยู่ในตลาดสดหนองดอกลำพูน ต่างวิ่งหลบลูกเห็บกันจ้าละหวั่น เบื้องต้นไม่มีความเสียหายแต่อย่างใด



ที่ จ.ลำปาง เกิดพายุลูกเห็บถล่มในหมู่บ้านสบเฟือง หมู่ 2 ต.บ้านเอื้อม อ.เมือง เป็นเวลานานกว่า 20 นาที บริเวณถนนและในเขตรั้วบ้านแต่ละหลังมีเศษกิ่งไม้ต้นไม้ตกกระจัดกระจายทั่ว บริเวณ หลังพายุสงบชาวบ้านต่างเก็บกวาดบ้านและพบลูกเห็บกองอยู่เต็มพื้นขาวโพลน อีกทั้งบางส่วนยังค้างบนหลังคา เบื้องต้นพบมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 100 หลัง



นายแก้วมา จะงาม อายุ 66 ปี กล่าวว่า ฝนตกในพื้นที่และมีลูกเห็บตกตามมานาน 20 นาทีจนขาวโพลนไปทั่วบ้าน แต่ไม่ได้รับความเสียหาย มีเฉพาะพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้ที่เสียหายบางส่วนเท่านั้น ทั้งนี้ พายุลูกเห็บไม่เกิดในพื้นที่นี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว โชคดีที่บ้านไม่ได้รับความเสียหายเพราะลูกเห็บมีขนาดไม่ใหญ่มาก