
หัวเมืองใหญ่ "เชียงใหม่ โคราช ขอนแก่น หาดใหญ่ ภูเก็ต พัทยา" รถติดหนักไม่แพ้กรุงเทพฯ สนข.งัดแผนเร่งด่วนแก้ปัญหา ปี'58 แจกคู่มือองค์กรท้องถิ่นวางระบบขนส่งมวลชน คาดใช้งบฯแสนล้านบาท ภูเก็ตลุย 3 อุโมงค์ยักษ์ เล็งสร้างทางด่วน-บีอาร์ที ทุ่ม 3 หมื่นล้านอุ้มเชียงใหม่ ตัด ถ.วงแหวนรอบที่ 4 ผุดมอเตอร์เวย์ เชื่อมทุกทิศ "โคราช" ขยายถนนเพียบ
ปัญหาวิกฤตจราจรกำลังคุกคามหัวเมืองใหญ่ตั้งแต่เหนือจดใต้อย่างแสนสาหัส โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว เชียงใหม่ นครราชสีมา ภูเก็ต พัทยา มีสภาพรถติดไม่ต่างจากกรุงเทพฯ เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวในช่วงที่ผ่านมา ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว แต่ระบบโครงสร้าง พื้นฐานกลับเติบโตไม่ทันการพัฒนา
คนเพิ่ม-รถพรวด โคราชติดหนัก
นายจักริน เชิดฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้การจราจรในเมืองโคราชติดขัดอย่างมาก จากผลพวงการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการลงทุน รวมทั้งจำนวนประชากรแฝงที่เพิ่มขึ้น ล่าสุดปี 2556 มีประชากรในเขตเทศบาลนครนครราชสีมามากกว่า 2 แสนคน มีการจดทะเบียนรถใหม่ประมาณ 4 หมื่นคันต่อปี โดยเป็นรถจากโครงการรถคันแรกอีกราว 2 หมื่นคัน
เส้นทางที่รถติดหนักมากที่สุด ได้แก่ ถนนมิตรภาพหน้าห้างเดอะมอลล์โคราช แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการตั้งกรวยกั้นรถออกจากห้าง แต่กลับส่งผลกระทบมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่จะมาติดต่อซื้อขายสินค้ากับร้านค้าและปั๊มน้ำมันมากกว่า 15 ราย ซึ่งมีผู้ประกอบการได้มาร้องเรียนกับทางหอการค้าว่า ได้รับผลกระทบมากกว่า 10 ล้านบาท ขณะที่เดอะมอลล์ก็ร้องเรียนเช่นกัน และระบุว่ายอดขายลดลงกว่า 15%
ทั้งนี้ ในอนาคตจำเป็นต้องเปิดเส้นทางใหม่เพื่อระบายการจราจรในเขตเมือง แนวทางที่ดีที่สุดคือ การใช้ระบบรถราง ตัดถนนใหม่ และขยายช่องจราจรให้มากขึ้น แต่ที่ผ่านมาการวางแผนแก้ไขยังไม่เป็นระบบ การจราจรในเขตเมืองเลยเป็นอัมพาต เศรษฐกิจก็อัมพาตตามไปด้วย
นายบุญเหลือ เจริญวัฒน์ รองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครนครราชสีมา กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาก็พยายามแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งตัดถนนใหม่ ซ่อมแซมผิวจราจร และขยายช่องจราจร เช่น ทำช่องทางเดินรถสลับทิศทางบนถนนมุขมนตรีในช่วงเวลาเร่งด่วน, เพิ่มช่องทางขาเข้าเมืองเป็น 3 ช่อง, ติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะบริเวณห้าแยกหัวรถไฟ
นอกจากนี้ยังมีแผนแก้ไขปัญหาจราจรอีก 2 โครงการ คือ 1.ขยายถนน 2 เป็น 4 เลน ตั้งแต่สี่แยกถนนร่วมเริงไชย-แยกหวานคาร์แคร์ 2.สร้างถนนหลังห้างเดอะมอลล์ เพื่อระบายรถจากถนนมิตรภาพ ตั้งแต่โค้ง วัดโคกพรมตัดเข้าหลังเดอะมอลล์ ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบและขออนุมัติ งบประมาณก่อสร้าง คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปีนี้ ส่วนระยะยาวมีโครงการก่อสร้าง Sky Bus มูลค่าการลงทุน 4 พันล้านบาท ระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร เริ่มสร้างปีหน้า
ล่าสุด กรมทางหลวงชนบท (ทช.) จะก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง (สาย ฉ) ด้านตะวันออก ขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทาง 16.323 กม. ค่าก่อสร้าง 3,000 ล้านบาท มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่จุดตัดถนนมิตรภาพ กม.ที่ 171 สิ้นสุดที่จุดบรรจบกับถนนสาย 224 กม.ที่ 5 บริเวณดูโฮม เวนคืนจะแล้วเสร็จปี 2557 เริ่มสร้างปี 2558 แล้วเสร็จปี 2560
ภูเก็ตลุย 3 อุโมงค์แก้วิกฤต
นายสมัคร เลือดวงหัด ผู้อำนวยการแขวงการทางภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีทางหลวงเชื่อมต่อกับจังหวัดพังงาและสนามบินนานาชาติภูเก็ตพียงเส้นทางเดียว คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 402 ทำให้การจราจรวิกฤตมากในชั่วโมงเร่งด่วน แขวงการทางภูเก็ต กรมทางหลวง จึงเร่งก่อสร้างโครงข่ายทางหลวง ได้แก่ 1.ทางลอดจุดตัดทางหลวงหมายเลข 402 กับ 402 (เลี่ยงเมือง สามแยกบ้านบางคู) 2.ทางลอดจุดตัดทางหลวง 402 กับถนนเยาวราช (สามกอง) 3.ทางลอดจุดตัดทางหลวง 402 กับ 4020 (แยกดาราสมุทร)
ถนนที่ติดหนักมากขณะนี้คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 402 มุ่งหน้าเข้าเมืองภูเก็ต มีผู้ใช้รถ 56,000 คันต่อวัน ล่าสุดกรมทางหลวงกำลังเร่งก่อสร้างทางลอดทั้ง 3 แห่งให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด คาดว่าทางลอดแยกดาราสมุทร ความยาว 820 เมตร งบฯก่อสร้าง 600 ล้านบาท ซึ่งคืบหน้าไป กว่า 67% จะเสร็จประมาณเดือนตุลาคม 2557
สำหรับทางลอดแยกสามกองความยาว 1,014 เมตร ขนาด 4 ช่องจราจร งบฯก่อสร้างกว่า 800 ล้านบาท คืบหน้า 13% จะแล้วเสร็จกรกฎาคม 2558 ส่วนแยกบางคู อยู่ระหว่างของบประมาณ 600 ล้านบาท
นอกจากนี้ กรมทางฯกำลังสำรวจและออกแบบพัฒนาโครงข่ายบริเวณ 5 แยกฉลอง โดยวันที่ 21 เมษายนนี้ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 2 หากแผนโครงการแล้วเสร็จหมดจะช่วยให้การจราจรในภูเก็ตคล่องตัวขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สนข.มีแผนวางระบบรถบีอาร์ที 3 สายให้กับภูเก็ต ระยะทาง 76.6 กม. ลงทุน 12,816 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.จากสนามบินนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง 2.จากป่าตอง-อ.เมือง และจากสามแยกบางคู-ห้าแยกฉลอง ส่วนการทางพิเศษแห่งประเทศไทยมีแผนจะก่อสร้างทางด่วนสายกะทู้-ป่าตอง เงินลงทุน 8,730 ล้านบาท จะเริ่มสร้างปี 2560 แล้วเสร็จปี 2564
เชียงใหม่-พัทยาโคม่า
เช่นกันที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ประสบปัญหารถติดหนัก พ.ต.อ.สิทธิชัย ทนันไชย ผู้กำกับการจราจรกลุ่มงานจราจรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหาการจราจรในเชียงใหม่มีผลต่อการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว ซึ่งเกิดจากปัญหาผังเมือง ระบบขนส่งมวลชน วินัยจราจร ความเจริญเติบโตของเมือง รวมทั้งการกระจุกตัว ของสถานศึกษา สถานประกอบการ ร้านค้าในใจกลางเมือง
ที่สำคัญ ปี 2556 มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เปิดใหม่ถึง 3 แห่งคือ ห้างพรอมเมนาดา รีสอร์ต มอลล์, ห้างเมย่า และห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล ซึ่งอยู่ในย่านเศรษฐกิจของเมือง มีพื้นที่จอดรถรวมกันเกือบ 6,000 พันคัน รวมทั้งมีการลงทุนของภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้งบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม โรงแรม และคอมมิวนิตี้มอลล์ หลายสิบโครงการ
ดังนั้น หน่วยงานระดับจังหวัดหรือระดับชาติต้องเข้ามาเร่งแก้ปัญหา เช่น สร้างอุโมงค์เจาะเข้าห้างโดยเฉพาะ ส่วนระยะยาวจะต้องปรับปรุงระบบขนส่งมวลชน รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวด และจะต้องมีแผน Public Transportation อย่างเป็นระบบ เช่น นำรถโดยสารแดงมาทำเป็นรถไฟฟ้าขนาดกลาง หรือทำระบบรถบีอาร์ที
ด้านนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ล่าสุดโครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดทางแยกพัทยากลางได้ประกาศหาผู้รับจ้างแล้ว หากผ่านขั้นตอนนี้จะรีบประชุมเรื่องผลกระทบโครงการดังกล่าวต่อชุมชน มั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหารถติดในเมืองพัทยาได้ รวมทั้งเขตเชื่อมโยงในอนาคต ตามแผนจะใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี เริ่มดำเนินการในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และอาจจะต่อยอดสร้างอุโมงค์ลอดบริเวณแยกพัทยาใต้-เทพประสิทธิ์อีกด้วย
สนข.เปิดโพยแก้จราจรเมืองใหญ่
นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สนข.มีแผนงานแก้ปัญหาจราจรให้กับทุกจังหวัด ยกเว้นบึงกาฬซึ่งเป็นจังหวัดใหม่ ล่าสุดพบว่าจังหวัดใหญ่ ๆ กำลังเผชิญกับวิกฤตจราจรมากที่สุด ได้แก่ เชียงใหม่ โคราช ขอนแก่น หาดใหญ่และภูเก็ต ที่เหลือจะมีปัญหาเฉพาะช่วงเทศกาล คาดว่าต้องใช้เงินลงทุนร่วมแสนล้านบาท
ในเดือนมิถุนายนนี้ สนข.จะเริ่มศึกษาแผนแก้จราจรอย่างเป็นระบบให้ 2 จังหวัดคือ โคราช ส่วนพิษณุโลกต้องนับหนึ่งใหม่ว่าจะลงทุนระบบรถรางหรือบีอาร์ที
ขณะที่ "เชียงใหม่" มีผลศึกษาแล้ว โดยท้องถิ่นต้องการให้สร้างรถไฟฟ้า แต่ สนข.มองว่ารถรางหรือบีอาร์ทีจะเหมาะสมกว่า เช่นเดียวกับภูเก็ตควรเป็นรถราง เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว จะวิ่งจากสนามบิน ผ่านในเมือง และเชื่อมสถานีรถไฟท่านุ่น แต่รถไฟฟ้าเหมาะกับการขนคนเข้าเมือง
ในปี 2558 สนข.จะออกคู่มือการพัฒนาประเทศ โดยให้จังหวัดนำไปใช้ จะกำหนดขนาดเมืองเป็น S M L ตามฐานประชากรและระบบขนส่งที่เหมาะสม อาทิ รถเมล์ แท็กซี่ ไลท์เรล รถราง รวมถึงรูปแบบการลงทุน รัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนท้องถิ่นจะนำไปเป็นต้นแบบพัฒนา ไม่ไร้ทิศไร้ทางเหมือนทุกวันนี้
เชียงใหม่ทุ่ม 3 หมื่นล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดใหม่จะมี 3 ระยะ ลงทุนรวม 32,000 ล้านบาท ระยะสั้น 1-3 ปี จัดระเบียบรถสี่ล้อแดงและรถบัสให้เป็นระบบ โดยลงทุน 700-1,000 ล้านบาท ระยะกลาง 10 ปี สร้างรถไฟฟ้าขนาดเบาในเมือง ลงทุน 14,000 ล้านบาท และระยะยาว 10 ปีขึ้นไป พัฒนาระบบขนส่งมวลชนเต็มรูปแบบ ครอบคลุมพื้นที่เขตเมืองและนอกเมือง ลงทุน 17,000 ล้านบาท
ระบบขนส่งมวลชนที่เหมาะสมคือ รถเมล์ด่วนพิเศษหรือบีอาร์ที และรถรางไฟฟ้า (Tram) ช่วง 3-10 ปีแรก ระยะทาง 50 กม. อยู่ในเขตเมืองตามถนนวงแหวนรอบสอง พื้นที่ 150 ตร.กม. มี 4 สาย ลงทุน 14,000 ล้านบาท ได้แก่ สายศาลากลาง-สวนสัตว์กลางคืน สาย ม.เชียงใหม่-บวกครก สายศูนย์ราชการ-สามแยกสันทราย และสายพุทธสถาน-ช้างคลาน-เชียงใหม่แลนด์- ศรีดอนไชย รองรับได้ 3 แสนเที่ยวคน/วัน
นอกจากนี้ จะขยายถนนวงแหวนรอบที่ 3 เป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 28 กม. คือทางหลวงหมายเลข 11 และแยกดอยติ จ.ลำพูน-จ.เชียงใหม่ เป็น 6-8 ช่องจราจร ระยะทาง 30 กม. สร้างทางลอดแยกกองพันสัตว์ป่าอีก 2 ปีเสร็จ สร้างอุโมงค์ลอดบริเวณสามแยกแม่โจ้ และขยายสะพานข้ามแม่น้ำปิงเป็น 6 ช่องจราจร ตัดถนนวงแหวนรอบที่ 4 และมอเตอร์เวย์สายเชียงใหม่-เชียงราย ระยะทาง 150 กม.
ขณะที่ จ.ขอนแก่น จะมีระบบรถบีอาร์ที 5 สายคือ 1.รอบเมือง 2.สำราญ-ท่าพระ 3.หนองโคตร-หนองใหญ่ 4.น้ำต้อน-ศิลา และ 5.บ้านทุ่ม-บึงเนียม ระยะทาง 108 กม. ลงทุน 6,356 ล้านบาท และอุโมงค์ลอดจุดตัดทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ กับถนนหลังศูนย์ราชการ
ฟื้นรถไฟเชื่อมหาดใหญ่-สงขลา
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา มีแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชน 10 ปี (2555-2565) และจะฟื้นเส้นทางรถไฟจากสถานีหาดใหญ่-สถานีสงขลา ระยะทาง 30 กม. ทั้งมีแผนสร้างมอเตอร์เวย์สายหาดใหญ่-สะเดา (ชายแดนมาเลเซีย) ระยะทาง 50 กม. ลงทุน 12,000 ล้านบาท, ทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ 29 กม. จากบริเวณหมู่บ้านฉัตรแก้ว-บ.ท่านางหอม อ.หาดใหญ่, ถนนตัดใหม่ จากแยกคูหาควนเมือง-บรรจบกับถนนสาย 408 ระยะทาง 32 กม. วงเงิน 1,400 ล้านบาท, ก่อสร้างถนนสาย 4287 ต่อเขตเทศบาลนครหาดใหญ่-สามแยกท่าชะมวง ระยะทาง 8.3 กม.
นอกจากนี้ จะมีระบบรถไฟโมโรเรล จาก เทศบาลเมืองบ้านพรุ สถานีขนส่ง ม.สงขลานครินทร์ สามแยกคอหงส์ ตลาดพลาซ่า ตลาดเกษตร แนวเส้นทางจะผ่านศูนย์การค้า สถานีราชการและสถาบันการศึกษา คาดว่า จะลงทุน 12,000 ล้านบาท
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2557

บันทึกการเข้า