โรคตาแดงระบาดหนักภาคอีสาน 'สารคาม'เดือนเดียวป่วย 3,700

นพ.ไพศาล วรสถิตย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ เผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-25 สิงหาคม 2557 สสจ.บึงกาฬ ได้รับรายงานผู้ป่วยโรคตาแดง 1,751 ราย ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต พบผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยพบเพศหญิง 983 ราย เพศชาย 768 ราย กลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือ กลุ่มอายุ 5-9 ปี จำนวน 293 ราย รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 0-4 ปี อาชีพที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดคือ เกษตรกร จำนวน 560 ราย รองลงมาคือ อาชีพนักเรียนรายงาน ข่าวแจ้งว่า ล่าสุด นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการด่วนให้ สสจ.เผยแพร่ความรู้ด้านการป้องกันโรคแก่ประชาชน โดยเฉพาะตามโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งพื้นที่น้ำท่วม
ด้านพญ.ศิวาพร หรดี จักษุแพทย์ โรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า หลายพื้นที่ในจังหวัดมหาสารคามเกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนติดเชื้อโรคที่ปะปนมากับน้ำ ทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบ หรือโรคตาแดง โดยจากข้อมูลของ สสจ.มหาสารคามพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยโรคตาแดงทั้งสิ้น 6,154 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 640 ต่อแสนประชากร เฉพาะเดือนสิงหาคมพบการแพร่ระบาดมากที่สุด มีผู้ป่วยถึง 3,722 ราย แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต โดยปกติผู้ที่ป่วยด้วยโรคตาแดงอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ แต่หากยังมีอาการเคืองตาเหมือนมีทรายเข้าตา ตามัว อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนคือ ตาดำอักเสบ ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดและให้การรักษา
ด้านนพ.พี ระ อารีรัตน์ นายแพทย์ สสจ.นครพนม เผยเพิ่มเติมว่าว่า สถานการณ์โรคตาแดงในประเทศไทย พบผู้ป่วยสะสมด้วยโรคตาแดง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-1 กันยายน 131,821 ราย จาก 77 จังหวัด ไม่พบรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 35-44 ปี (12.62%) 15-24 ปี (11.30%) 45-54 ปี (11.30%) ตามลำดับ สำหรับจังหวัดนครพนม ตั้งแต่ 1 มกราคม-1 กันยายน พบผู้ป่วยทั้งสิ้น 1,259 ราย
ส่วนนพ.ศศิธร ตั้งสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ขอนแก่น กล่าวว่า โรคตาแดง เป็นโรคตาที่พบได้บ่อย เป็นการอักเสบของเยื่อบุตาที่คลุมหนังตาบนและล่าง รวมเยื่อบุตาที่คลุมตาขาว โรคตาแดงอาจเป็นแบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง มีการระบาดมากในภาคเหนือโดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับฤดูกาล มักระบาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พบผู้ป่วยสูงสุดในเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน มักมีการระบาดทุก 2-3 ปี โดยไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต
***************************
ที่มาข่าว:นสพ.มติชน
ที่มาภาพ:Internet

นพ.ไพศาล วรสถิตย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ เผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-25 สิงหาคม 2557 สสจ.บึงกาฬ ได้รับรายงานผู้ป่วยโรคตาแดง 1,751 ราย ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต พบผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยพบเพศหญิง 983 ราย เพศชาย 768 ราย กลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือ กลุ่มอายุ 5-9 ปี จำนวน 293 ราย รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 0-4 ปี อาชีพที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดคือ เกษตรกร จำนวน 560 ราย รองลงมาคือ อาชีพนักเรียนรายงาน ข่าวแจ้งว่า ล่าสุด นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการด่วนให้ สสจ.เผยแพร่ความรู้ด้านการป้องกันโรคแก่ประชาชน โดยเฉพาะตามโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งพื้นที่น้ำท่วม
ด้านพญ.ศิวาพร หรดี จักษุแพทย์ โรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า หลายพื้นที่ในจังหวัดมหาสารคามเกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนติดเชื้อโรคที่ปะปนมากับน้ำ ทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบ หรือโรคตาแดง โดยจากข้อมูลของ สสจ.มหาสารคามพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยโรคตาแดงทั้งสิ้น 6,154 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 640 ต่อแสนประชากร เฉพาะเดือนสิงหาคมพบการแพร่ระบาดมากที่สุด มีผู้ป่วยถึง 3,722 ราย แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต โดยปกติผู้ที่ป่วยด้วยโรคตาแดงอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ แต่หากยังมีอาการเคืองตาเหมือนมีทรายเข้าตา ตามัว อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนคือ ตาดำอักเสบ ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดและให้การรักษา
ด้านนพ.พี ระ อารีรัตน์ นายแพทย์ สสจ.นครพนม เผยเพิ่มเติมว่าว่า สถานการณ์โรคตาแดงในประเทศไทย พบผู้ป่วยสะสมด้วยโรคตาแดง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-1 กันยายน 131,821 ราย จาก 77 จังหวัด ไม่พบรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 35-44 ปี (12.62%) 15-24 ปี (11.30%) 45-54 ปี (11.30%) ตามลำดับ สำหรับจังหวัดนครพนม ตั้งแต่ 1 มกราคม-1 กันยายน พบผู้ป่วยทั้งสิ้น 1,259 ราย
ส่วนนพ.ศศิธร ตั้งสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ขอนแก่น กล่าวว่า โรคตาแดง เป็นโรคตาที่พบได้บ่อย เป็นการอักเสบของเยื่อบุตาที่คลุมหนังตาบนและล่าง รวมเยื่อบุตาที่คลุมตาขาว โรคตาแดงอาจเป็นแบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง มีการระบาดมากในภาคเหนือโดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับฤดูกาล มักระบาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พบผู้ป่วยสูงสุดในเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน มักมีการระบาดทุก 2-3 ปี โดยไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต
***************************
ที่มาข่าว:นสพ.มติชน
ที่มาภาพ:Internet


บันทึกการเข้า