ผู้เขียน หัวข้อ: 'หลวงพ่อ'ล่องหน  (อ่าน 478 ครั้ง)

ออฟไลน์ tikky

  • Global Moderator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1985
'หลวงพ่อ'ล่องหน
« เมื่อ: กันยายน 13, 2014, 08:26:25 pm »







          ล่องหน...สาวไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 30 ปี กำลังบีบ-นวดขาให้หลวงพ่อพิมพ์ ขณะนอนรักษาตัวใน รพ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ล่าสุดได้ออกจาก รพ.ดังกล่าว เพื่อย้ายไปรักษาตัวที่ รพ. ชัยภูมิ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้เข้ารักษาตัว ขณะเดียว กันก็ยังไม่ได้เดินทางกลับวัด
     
          "หลวงพ่อพิมพ์" เผ่นออกจากโรงพยาบาลตอนตี 3 หายตัวล่องหน คาดหลบข่าวร้อนไปพักกับศิษย์ใกล้ชิดหรืออาจไปบ้านเมียและลูก ๆ ในปทุมธานี แต่สื่อจับภาพไว้ได้มีสาวนั่งบีบ-นวดขาให้หลวงพ่อพิมพ์ ขณะนอนอยู่บนเตียงคนไข้ รพ.คอนสาร ผกก.-กรรมการวัดแจงเรื่องเงินบริจาคเข้าวัด 120 ล้านบาท เป็นไปไม่ได้ เรียกผู้ดูแลเงินวัดมาสอบ พร้อมนำสมุดบัญชีธนาคารของวัดมาชี้แจงยันมีเงินแค่ 6 แสน พศ.จะขอ มส.ออกมติเวียนกำชับสงฆ์ทั่วประเทศไม่ให้โอ้อวดเรื่องละสังขาร-คุณวิเศษ ส่อเข้าข่ายอวดอุตริมนุสธรรม
 
          ความคืบหน้าหลังจากเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิและเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกหิ้วพระครูเวฬุวัน จันทะรังษี หรือ "หลวงพ่อพิมพ์" อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ออกจากโลงศพแล้วส่งไปนอนพักรักษาตัวใน รพ.คอนสาร หลังจากหลวงพ่อพิมพ์ประกาศละสังขารแล้วลงไปนอนในโลงศพเมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ที่ผ่านมา โดยให้ลูกศิษย์มาเปิดโลงดูศพในวันที่ 11 ก.ย. 57 แต่เจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิและเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยเจรจาให้ยุติการกระทำแต่เจ้าตัวยังประกาศจะละสังขารตอนอายุ 80 ปีอีกแล้ว ท่ามกลางข่าวเจ้าหน้าที่เตรียมสอบสวนเรื่องเงินบริจาคภายในวัดที่อาจสูงถึง 120 ล้านบาทนั้น
   
          เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ รพ.คอนสาร เพื่อเยี่ยมสอบถามอาการหลวงพ่อพิมพ์แต่ปรากฏว่าที่ห้องหมายเลข 9 ตึก 3 ชั้นของโรงพยาบาลดังกล่าว ซึ่งเป็นห้องที่หลวงพ่อพิมพ์นอนพักรักษาตัวมีแต่เตียงว่างเปล่า ทั้งนี้ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ว่าหลวงพ่อพิมพ์ให้ลูกศิษย์ทำเรื่องขอออกจากโรงพยาบาลไปตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพื่อย้ายไปรักษาตัวต่อที่รพ.ชัยภูมิ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยัง รพ.ชัยภูมิ แต่ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่พยาบาลว่าไม่มีชื่อหลวงพ่อพิมพ์อยู่ในสารบบของ รพ.ชัยภูมิ และไม่ได้เข้ามาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้อย่างแน่นอน
 
          ผู้สื่อข่าวจึงไปตรวจสอบที่วัดเวฬุวัน แล้วได้รับการบอกเล่าจากลูกศิษย์ว่าหลวงพ่อพิมพ์ยังไม่ได้กลับมาที่วัด ยืนยันว่าหลวงพ่อพิมพ์ไม่ได้กลับมาอยู่ที่วัดแน่นอนอย่างไรก็ตามมีรายงานด้วยว่าเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา  ผู้สื่อข่าวได้ถ่ายคลิปวิดีโอเป็นภาพสาวไม่ทราบชื่อคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี กำลังนั่งบีบ-นวดขาให้หลวงพ่อพิมพ์ ขณะนอนอยู่บนเตียงคนไข้ใน รพ.คอนสาร และไม่มีใครทราบว่าสาวคนดังกล่าวเป็นใคร เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อพิมพ์อย่างไรขณะเดียวกันก็พูดถึงความไม่เหมาะสมกับพฤติกรรมใกล้ชิดสีกากันอย่างกว้างขวาง
 
          พระมหาบัว ปิยวณุโณ พระลูกวัด และเป็นน้องของหลวงพ่อพิมพ์ เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้วัดมีเงินอยู่ 5 แสนจึงนำไปฝากธนาคารไว้ ส่วนเงินที่ได้รับบริจาคและทำบุญช่วงวันที่ 9-11 ก.ย.ที่ผ่านมา  หลังจากเป็นข่าวโด่งดังมีประชาชนมาทำบุญกันล้นวัดนั้น ได้เงินประมาณ 2 แสนบาท จึงนำไปฝากธนาคารเช่นกัน โดยตั้งใจจะนำเงินไปสร้างสะพานคอนกรีตเข้าหมู่บ้านให้เสร็จตามเจตนาของหลวงพ่อพิมพ์ส่วนกรณีข่าวว่าวัดได้เงินบริจาค 120 ล้านบาท ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดขณะนี้ทางวัดได้ว่าจ้างช่างให้ไปเทเสาสะพานไว้แล้ว 3 ต้น แต่มาเกิดเรื่องเสียก่อนงานจึงชะงักลงไปและราคาประเมินการก่อสร้างสะพานสูงถึง 8 แสนบาท ทางวัดต้องขอรับบริจาคเพิ่มอีกจำนวนมาก เพื่อนำมาก่อสร้างสะพานให้เสร็จตามความประสงค์ของหลวงพ่อพิมพ์
 
          ด้าน พ.ต.อ.พงศ์ศักดิ์ สุขอิ่ม ผกก.สภ.คอนสาร เปิดเผยว่า กรณีมีกระแสข่าวตำรวจจะตรวจสอบเงินบริจาคนับล้านบาทที่ญาติโยมบริจาคก่อสร้างวัดและก่อสร้างสะพานจนเป็นที่กังขาของสังคม ในฐานะที่ตนเป็นกรรมการวัดดังกล่าวยอมรับว่าไม่ค่อยรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องการเงินภายในวัดมากนัก เพราะเพิ่งมารับตำแหน่ง ผกก.สภ.คอนสาร เมื่อต้นเดือน ต.ค. 56 จนถึงปัจจุบันพบว่าทางวัดมีเงินเดิมอยู่ไม่มากต่อมามีญาติโยมผู้ใจบุญถูกหวยรางวัลที่ 1 มาบริจาคเงินให้แต่ไม่มากรวมทั้งเงินญาติโยมที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด มาร่วมทำบุญจำนวน 3 แสนเศษ และในช่วงตกเป็นข่าวดัง (9-11 ก.ย. 57) มีญาติโยมมา บริจาคให้วัดรวมแล้วประมาณ 2 แสนบาทเศษ โดยทางวัดได้นำเงินไปฝากไว้ที่ธนาคารออมสิน 5 แสนเศษเท่านั้นโดยการเบิกจ่ายเงินทุกครั้ง ทางวัดจะตั้งกรรมการมาเบิกจ่าย  3 คน ทุกคนต้องเซ็นในใบถอนเงินทุกครั้ง
 
          "วันนี้ได้เรียกผู้ดูแลเงินวัดมาสอบสวนและให้นำสมุดบัญชีธนาคารของวัดมาชี้แจง พบว่าที่บัญชีธนาคารออมสิน สาขาภูผาม่านจ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบัญชีของวัด มีเงิน ณ วันที่ 10 ก.ย. 57 จำนวน 624,282 บาทจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนไม่พบความผิดปกติ ส่วนกระแสข่าวเงินบริจาค 120 ล้านบาท ไม่พบว่ามีข้อมูลหรือมีการพูดถึงแต่อย่างใดแต่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามดูอย่างใกล้ชิด" ผกก.สภ.คอนสารกล่าว
 
          ส่วนนายธนกร นวลมะลัง อายุ 56  ปี สมาชิก อบต.ทุ่งพระ และเป็นกรรมการวัดกล่าวว่า หลังจากมีกระแสข่าวถึงเงินบริจาค 120 ล้านบาท ขอยืนยันไม่เป็นความจริง สำหรับศาลาการเปรียญหลังใหญ่ เป็นเงินทำบุญ-กฐิน-ผ้าป่าของญาติโยมจำนวน 2 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างและรวบรวมเงินกว่า 2 ปี ตั้งปี 48-49 จึงก่อสร้างแล้วเสร็จส่วนสะพานที่กำลังจะก่อสร้างตอนนี้ได้ลงเสาเอกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยให้ช่างจาก อบต.ทุ่งพระประเมินให้คาดต้องใช้เงินประมาณ 8 แสนบาท ตอนนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างแบบทำกันเองไม่มีผู้รับเหมา มีแต่ชาวบ้านและพระสงฆ์ที่ว่างก็มาช่วย ๆ กัน ตอนแรกจะของบประมาณจากทาง อบต.ในการก่อสร้าง แต่ อบต.ไม่มีงบ หลวงพ่อพิมพ์จึงบอกว่าเดี๋ยวเราบอกบุญญาติโยมแล้วแต่ใครจะมีจิตศรัทธาเพื่อนำเงินที่ได้มาก่อสร้าง จึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างส่วนการก่อสร้างอื่น ๆ ยังไม่มี ตนไม่เข้าใจว่าข่าวเรื่องเงิน 120 ล้านบาท ออกไปได้อย่างไรเพราะเป็นไปไม่ได้ที่วัดจะมีเงินขนาดนั้น
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับบรรยากาศตลอดทั้งวันที่วัดเวฬุวันมีประชาชนในพื้นที่นุ่งขาว ห่มขาวเข้ามาฟังธรรมและทำบุญในช่วงเช้ากันตามปกติประมาณ 50 คน เหมือนเช่นทุกวัน ส่วนญาติโยมจากต่างจังหวัดเดินทางกลับภูมิลำเนาไปหมดแล้ว
 
          มีรายงานว่า บรรดาลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดพากันปิดปากเงียบ ไม่มีใครปริปากว่าหลวงพ่อพิมพ์ไปอยู่ที่ไหนส่วนใหญ่คาดการณ์กันไป ต่าง ๆ นานาว่าอาจหลบข่าวร้อนไปพักอยู่กับศิษย์ผู้ใกล้ชิด หรืออาจกลับไปบ้านของภรรยาและลูก ๆ ใน จ.ปทุมธานี ก็เป็นไปได้
 
          ขณะที่ นายนพรัตน์  เบญจวัฒนานันท์  ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ตนได้ประสานงานเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ ไปว่า หลังจากที่หลวงพ่อพิมพ์มีสุขภาพดีแล้วให้สอบถามข้อเท็จจริงถึงการให้ข่าว หรือประกาศละสังขารว่า เกิดจากสาเหตุอะไร หากไม่ได้เกิดจากความเชื่อหรือความเครียดจากการป่วยแต่พูดเพื่อให้เห็นว่า ท่านหยั่งรู้ดินฟ้า ก็ต้องมีการตักเตือน ทั้งนี้ตนจะนำเรื่องการประกาศละสังขารของหลวงพ่อพิมพ์รายงานให้มหาเถรสมาคม (มส.) รับทราบ เพื่อแจ้งกำชับพระสงฆ์ทั่วประเทศ ไม่ควรมีความประพฤติเช่นนี้เพราะส่อเข้าข่ายอวดอุตริมนุสธรรม รวมทั้งขอความเมตตาเจ้าคณะจังหวัดให้ดูเรื่องของเงินบริจาคที่เข้ามาที่วัดในตอนนี้ด้วย.

  ที่มา
เดลินิวส์ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557