
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการปีท่องเที่ยววิถีไทย 2558 โดยมีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เข้าร่วม
ต่อมาเวลา 15.30 น.นางกอบกาญจน์ แถลงผลประชุมว่า ที่ประชุมรับทราบการโปรโมทปีท่องเที่ยววิถีไทย 12 เมือง ต้องห้ามพลาด ทุกภาคของไทย ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวและมีรายได้เพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ โดยจังหวัดน่าน มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นอันดับต้น ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มเป็นอันดับหนึ่งคือจังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากนั้นได้มอบหมายให้หน่วยงานเกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย ความปลอดภัยในการเดินทางมาท่องเที่ยว รวมถึงการเตรียมตัวเรื่องการทำห้องน้ำสะอาดในพื้นที่สาธารณเพื่อการท่องเที่ยว เช่น สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ ท่าเรือขนส่ง ใน 10 จังหวัดหลัก โดยจะมีการบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ในวันที่ 4 ก.ค.ซึ่งตรงกับวันอนามัยสิ่งแวดล้อมไทย มีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากับกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับผิดชอบดูแ]
นอกจากนั้นกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอให้ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการรณรงค์การแต่งกายตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น ในทุกวันศุกร์ โดยขอความร่วมมือให้ประชาชน ข้าราชการ ทั่วประเทศ แต่งกายด้วยผ้าไทยหรือผ้าท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นด้วย ทั้งนี้จะเสนอให้ครม.รับทราบในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามนายกฯให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว การพัฒนาสินค้าโอท็อป หรือสินค้าน่าซื้อของชุมชน และยังไม่การประกวดเมืองน่ารักวิถีไทยในทุกจังหวัด โดยให้กระทรวงมหาดไทยรับไปดำเนินการ
สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วง 3 เดือนแรกของปี ตั้งแต่เดือนม.ค.-มี.ค.ที่ผ่านมาพบว่าตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2557 จำนวน 7.84 ล้านคน รายได้เพิ่มขึ้น 3.7 แสนล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศ เพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 38.37 ล้านคนครั้ง รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.33 แสนล้านบาท ขณะที่วันหยุดยาวที่ผ่านมานั้น มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่ม 15 เปอร์เซ็นต์ มีคนไทยเดินทางออกนอกประเทศ 1 แสนคน ขณะที่คนไทยเที่ยวไทย 2.1 ล้านคนครั้ง ซึ่งมากกว่าการเดินทางออกนอกประเทศ ทั้งนี้การโปรโมทการท่องเที่ยวต้องดูตัวเลขทั้งสองฝั่งคือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาและคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศ ต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสมเช่นกัน โดยประเทศไทยได้ดุลการท่องเที่ยวจากทุกประเทศ
ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1431091995


บันทึกการเข้า