ผู้เขียน หัวข้อ: ครบ 1 ปี ย้อนรอย จุดกำเนิด คสช. กับ ร่างรธน.ฉบับประวัติศาสตร์  (อ่าน 402 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


วันนี้...เป็นวันครบ 1 ปี ก่อกำเนิดรัฐบาลคสช. หากย้อนกลับไป วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เมื่อเวลา 16.30 น. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในขณะนั้น ประกาศตัวเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งนับเป็นการรัฐประหารครั้งที่ 13 ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย


ทหารลุย!! ประกาศกฎอัยการศึก
ถ้าจำกันได้ ช่วงบ่ายเวลาประมาณ 14.00 น. มีการประชุมร่วม 7 ฝ่าย ที่สโมสร ทบ. ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อหาทางออกกับวิกฤติการเมืองในประเทศ ตามประกาศ กอ.รส. ฉบับที่ 8/2557 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธานในที่ประชุม ระหว่างประชุม พลเอกประยุทธ์ ได้เปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายได้เสนอแนวทางที่เห็นว่า เป็นทางออกที่ดีที่สุดของประเทศ แต่จนแล้วจนรอด หลังจากเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง ก็ยังไม่มีข้อยุติ


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.
ต่อมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ขอแยกไปหารือเป็นการส่วนตัว ขณะเดียวกัน "บิ๊กตู่" เองก็ได้ไปหารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ เมื่อกลับมาหารือกันต่อ บิ๊กตู่ ได้สอบถามนาย ชัยเกษม นิติสิริ หัวหน้าตัวแทนฝ่ายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในขณะนั้น ว่า รัฐบาลยืนยันไม่ลาออกทั้งรายบุคคลและทั้งคณะ ใช่หรือไม่ นายชัยเกษม ยืนยันว่า ไม่ลาออก และจะดำเนินการต่อจนกว่าจะครบวาระตามกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์จึงตอบกลับเป็นประโยคประวัติศาสตร์ ว่า "หากเป็นแบบนี้ ผมขอโทษด้วยที่ต้องยึดอำนาจ" โดยสั่งจับกุมสมาชิกครม. แกนนำ กปปส., แกนนำ นปช. และแกนนำพรรคการเมือง ที่เข้าร่วมเจรจา ได้แก่ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ในทันที โดยทั้งหมดถูกนำขึ้นรถตู้ ไป ที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์


พล.อ.ประยุทธ์ ให้โอวาท...หัวหน้าข้าราชการที่สโมสรกองทัพบก วิภาวดีรังสิต
แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ประกาศตั้ง "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" (คสช.) ซึ่งเป็นการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการพรรคเพื่อไทย ทันที รวมถึงให้ยุบกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ลงด้วย

หลังจากนั้น คณะรัฐประหารก็ประกาศแผนโรดแม็ป 3 ระยะ โดยวันที่ 26 พ.ค. 2557 ก็มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ต่อด้วย วันที่ 22 ก.ค. 2557 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มีผลใช้บังคับ

ขณะ 31 ก.ค. 2557 จึงมีการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ชุดแรก และมาจนถึง วันที่ 25 ส.ค. 2557 จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. แต่งชุดขาว เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
นั่นเป็นความเป็นมาคร่าวๆ จากวันนั้น 22 พ.ค.2557 มาจนถึงวันนี้ 22 พ.ค. 2558 เป็นเวลา 1 ปี พอดิบพอดี ที่ประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากอำนาจในภาวะพิเศษเข้ามาบริหาร เพื่อให้มีการเดินหน้าปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ซึ่งจะว่าไปปัญหาหลายๆ อย่างที่รัฐบาลในรูปแบบปกติไม่สามารถทำได้ แต่พอมาเป็นรัฐบาลชุดนี้ก็สามารถทำได้

ในทางกลับกัน เรื่องสิทธิเสรีภาพบางเรื่อง ที่ในภาวะบ้านเมืองปกติทำได้ แต่เมื่อประเทศอยู่ในภาวะพิเศษก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน แต่ก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจถึงความจำเป็น เพราะ คงไม่มีใครอยากกลับไปสู่วิกฤติการเมืองแบบเก่าๆ ที่ยาวนานต่อเนื่องกันมานับ10ปี อีกเป็นแน่

ฉะนั้น หนทางเดียวที่จะนำไทยเดินหน้าไปสู่การปฏิรูปประเทศ ตามเจตนารมณ์คนส่วนใหญ่ได้ ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมไม้ร่วมมือกันในทุกด้าน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก 


สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
ร่างรธน.ฉบับใหม่ ที่กำลังอยู่ในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มในขณะนี้ ก็ถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนโรดแม็ป 3 ขั้น ที่มีเป้าสูงสุดเพื่อให้ไทยเดินไปสู่จุดหมายนั้น ปฏิรูปประเทศขนานใหญ่ในทุกด้าน เพื่อให้คนไทยทุกคนมีความสุขและมีอนาคตที่ดี จึงนับว่า ร่างรธน.นี้มีความสำคัญ นั่นเพราะหากร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านความเห็นชอบออกมาใช้ได้เร็วเท่าไหร่ ประเทศก็คืนสู่ภาวะปกติได้เร็วเท่านั้น

แต่นั่น ก็ต้องอยู่บนข้อแม้ ว่า ร่างรธน.ฉบับใหม่ ที่กมธ.ยกร่าง รธน. (36 อรหันต์) กำลังทำคลอด และอยู่ในขั้นตอนเสนอทำคำแก้ไข จากทุกฝ่าย ต้องได้รับการยอมรับจากเสียงคนส่วนใหญ่ในสังคมด้วย

นับเป็นสัญญาณดี เมื่อที่ประชุม คสช.-ครม. มีมติให้แก้ รธน.ฉบับชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติ แม้จะต้องแลกด้วยการขยายเวลาโรดแม็ป 3 ขั้นของรัฐ คือ ต้องเลื่อนเลือกตั้งออกไปเป็นปลาย ส.ค.-ต้นก.ย.59 และอาจยังต้องเสียงบประมาณ อีก 3 พันล้านบาท หากมีการทำประชามติจริง แต่ก็น่าจะคุ้มค่า เพราะหาก รธน.ฉบับใหม่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย


บิ๊กตู่ ตอนเป็น นายกรัฐมนตรีประเทศไทย ชี้แจงนโยบายรัฐบาล-คสช.
ซึ่งก็หมายความว่า ปมความขัดแย้ง ร่างรธน.ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น"ระบบโอเพ่นลิสต์ เลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว. คำจำกัดความ ประชาชน-พลเมือง ตัดไม่ให้มีกลุ่มการเมือง  หรือประเด็นโละ ม.181-182 ทิ้ง หรือแม้แต่เสนอให้ ดึงกลับอำนาจแจกใบแดงให้ กกต.ฯลฯ" ต้องหาทางออกให้ได้ได้ แม้จะไม่ได้ทั้งหมด แต่ถ้าปมปัญหาที่ถกเถียงส่วนใหญ่ถูกนำมาแก้ไข โดย กมธ.ยกร่างรธน.ที่นำโดย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ จนคลี่คลายได้ในที่สุด


บิ๊กตู่ ย้นวันตอนยังเป็นผู้บัญชาการทหารบก ผบ.ทบ.
เมื่อนั้นก็เชื่อว่า รธน.ฉบับใหม่ก็จะสามารถนำมาใช้เป็นกฎหมายสูงสุด เป็นหลักในการบริหารปฏิรูปประเทศในทุกด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ที่เป็นต้นตอของปัญหาความขัดแย้งของไทยอย่างแท้จริงเสียที มิใช่เป็นเพียง รธน.ในฝัน เหมือนหลายๆ ฉบับที่ผ่านมา

นั่นล่ะ! ถ้าเวลานั้นมาถึงจริง จึงจะเรียกว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่ก่อนหน้าประเทศและประชาชนชาวไทยต้องสูญเสียไป มาถึงตอนนี้คงไม่มีใครอยากได้ยินคำ ว่า "เสียของ" กลับมาหลอกหลอนอีกเป็นแน่!!!






ที่มา http://www.thairath.co.th/content/499411