ผู้เขียน หัวข้อ: ฮือประท้วงในย่างกุ้ง ประหาร2พม่า!  (อ่าน 1079 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์
ฮือประท้วงในย่างกุ้ง ประหาร2พม่า!
« เมื่อ: ธันวาคม 26, 2015, 02:08:42 pm »
ฆ่า2ฝรั่งเกาะเต่าจ่ออุทธรณ์สู้คดี

ชาวเมียนมานับพันรวมตัวประท้วง หน้าสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำนครย่างกุ้ง ไม่พอใจ คำพิพากษาศาลให้ประหาร 2 ผู้ต้องหาชาวเมียนมาคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เชื่อว่าเป็น “แพะรับบาป” เรียกร้องให้ทางการไทยอภัยโทษให้ผู้ต้องหา ขณะที่เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ยืนยันเรื่องที่เกิดขึ้นไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ พร้อมให้คำมั่นจะดูแลสถานทูต นักการทูต และนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างดี ส่วนด้านคดียื่นอุทธรณ์แน่นอน ขณะที่ ตำรวจเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวแรงงานเมียนมาในหลายพื้นที่ แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ส่วนชายแดนด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก สุดเงียบเหงาแทบไม่มีคนไทยข้ามไปฝั่งเมียนมา

หลังจากศาลจังหวัดเกาะสมุยมีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตนายซอลิน หรือเซเรน อายุ 21 ปี ชาวเมียนมา กับนายเวฟิว หรือวิน อายุ 21 ปี ชาวเมียนมา จำเลยคดีร่วมกันฆ่า น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ อายุ 24 ปี และนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ อายุ 24 ปี 2 นักท่องเที่ยว

ชาวอังกฤษ ที่หาดทรายรี หมู่ 2 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และร่วมกันโทรมหญิง ซึ่งญาติจำเลยไม่เชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ขณะที่ชาวเมียนมาในนครย่างกุ้งประมาณ 30 คนไม่พอใจต่อคำตัดสินดังกล่าว มาประชุมประท้วงหน้าสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงย่างกุ้ง แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง พร้อมกันนี้สถานทูตไทยได้แจ้งเตือนชาวไทยในเมียนมาเพิ่มความระมัดระวังการเดินทาง และหลีกเลี่ยงการแสดงตัวเป็นคนไทยในที่สาธารณะโดยไม่จำเป็น
ความคืบหน้าความเคลื่อนไหวชาวเมียนมาต่อผลคดีฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานการชุมนุมประท้วงของชาวเมียนมาที่หน้าสถานทูตไทยในนครย่างกุ้งของเมียนมา เพราะไม่พอใจคำตัดสินของศาลไทยที่สั่งลงโทษประหารชีวิต2 ผู้ต้องหาชาวเมียนมาในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า โดยสื่อต่างประเทศประเมินว่า มีผู้เข้าร่วมชุมนุมประมาณหลักร้อยถึง 1,000 คน ทั้งหมดพยายามเดินขบวนไปยังหน้าสถานทูตไทย แต่ถูกตำรวจเมียนมาประมาณ 24 นายสกัดเอาไว้ได้ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมล่าถอยไปปักหลักชูป้ายประท้วงบริเวณท้ายถนนแทน โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งถูกจับเป็นแพะรับบาป และบางรายไม่เชื่อมั่นในกระบวนการเก็บหลักฐานของตำรวจไทย ขณะที่บางรายถือป้ายภาษาอังกฤษเรียกร้องให้ทางการไทยอภัยโทษแก่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย

ด้านนายอู วิน หม่อง เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายวินคาดหวังว่าคดีดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่ขณะเดียวกันก็เชื่อมั่นว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมาและไทย แต่ในฐานะปุถุชนต้องยอมรับว่ารู้สึกสะเทือนใจเมื่อได้ยินคำตัดสินประหารชีวิตพลเมืองเมียนมา ขณะที่นายมู ซอ ผู้อำนวยการสำนักประธานาธิบดีเมียนมา แถลงว่ากระบวนการพิจารณาคดีชาวเมียนมาทั้ง 2 รายในคดีเกาะเต่ายังไม่ถือว่าสิ้นสุดและรัฐบาลเมียนมาจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องหาในการยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป

ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีส่งมอบเงินบริจาคในนามของรัฐบาลไทย จำนวน 11,879 ดอลลาร์ ที่ประชาชนบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติแก่นายอู วิน หม่อง เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย จากนั้น ม.ล.ปนัดดาให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมหน้าสถานเอกอัครราชทูตนครย่างกุ้งว่า ได้สนทนากับเอกอัครราชทูตเมียนมาเล็กน้อย ท่านทูตได้ฝากข้อสังเกตให้นำเรียนต่อนายกรัฐมนตรี และมุ่งมั่นที่จะเห็นความรักความผูกพันระหว่างประเทศทั้งสองที่ดำรงมายาวนาน โดยเฉพาะความซาบซึ้งของรัฐบาลเมียนมาและเอกอัครราชทูตที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เอกอัครราชทูตได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยดูแลประชาชนชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยว ตลอดจนสถานเอกอัครราชทูตที่นครย่างกุ้ง รวมถึงนักการทูตไทยทุกคนจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี มีความปลอดภัย ขอให้ประชาชนชาวไทยอย่ากังวล และรัฐบาลเมียนมาเข้าใจดีถึงกระบวนการยุติธรรมของนานาประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องของนานาประเทศนั้น

ด้านนายอู วิน หม่องกล่าวว่า ทุกคนที่เป็นมนุษย์ ถ้าได้ยินคำว่าประหารชีวิตก็ต้องเสียใจ แต่เรื่องนี้ต้องดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม ตนได้นำเรียนกับ ม.ล.ปนัดดาว่า เมื่อเรื่องนี้อยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว คงไม่สามารถก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรมได้ ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคดีนี้จะได้รับความดูแลอย่างดีโดยรัฐบาลไทย และจะไม่มีปัญหาที่จะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ขอยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน และตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในขั้นตอนของศาลอุทธรณ์คงจะเรียบร้อยดี

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต 2 แรงงานชาวเมียนมา ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ จนทำให้เกิดกระแสต่อต้านและนัดหมายชุมนุมกันบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำนครย่างกุ้ง ว่า วันนี้เป็นวันหยุดทำการของสถานทูต การมาชุมนุมคงจะไม่มีผลอะไร เมื่อช่วงเช้ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20-30 นาย คอยให้การดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณหน้าสถานทูต นอกจากนี้ สำนักประธานาธิบดีของเมียนมาได้มีคำเตือนหากชุมนุมประท้วงต้องให้อยู่ในขอบเขต พร้อมกับรับปากว่าจะช่วยดูแลคดีที่ยังมีความต่อเนื่อง เพราะครั้งนี้เป็นการตัดสินของศาลชั้นต้น นอกจากนี้ สถานทูตได้ออกคำเตือนเรื่องความปลอดภัยของคนไทยในช่วงนี้หากไม่จำเป็นว่าไม่ควรแสดงตัวว่าเป็นคนไทย ซึ่งคนไทยในนครย่างกุ้งจำนวน 1,200-1,300 คน ส่วนใหญ่เดินทางกลับมาเที่ยวในประเทศไทยอยู่แล้ว

“อย่าลืมว่าเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการของศาล สื่อจำนวนไม่น้อย ยังคงกลับมาติดตามขุดคุ้ยเรื่องเก่า เรื่องของการสอบสวนประหนึ่งว่ายังมีข้อกังขา ก็อยากจะดึงกลับมาให้เข้ามาสู่กระบวนการศาล อย่าไปรื้อของเก่ามากนัก เพราะของเก่าก็ผ่านไปแล้ว เพราะมีตำรวจของหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ได้ร่วมเข้ามาตรวจสอบและรับทราบการสอบสวนของไทย และพอใจถึงขั้นแสดงออกโดยการเดินทางไปแจ้งกับครอบครัวของผู้เสียหายชาวอังกฤษ ซึ่งครอบครัวผู้เสียหายก็ฟังเจ้าหน้าที่ตำรวจของเขา และเมื่อวาน (24 ธ.ค.) ครอบครัวผู้เสียหายออกมาแสดงความยอมรับและแสดงความพอใจต่อกระบวนการของประเทศไทย” รมว.ต่างประเทศกล่าวย้ำ

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มแรงงานเมียนมาในประเทศไทย พ.ต.ท.สมพงษ์ เพ็ชรสุด สวป.สภ.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้จัดกำลังตำรวจออกสืบสวนหาข่าวและติดตามกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาที่ทำงานอยู่เกาะเต่า แต่ยังไม่พบความเคลื่อนไหว หรือมีการรวมตัวเพื่อเรียกร้องต่อผลการตัดสินของศาลแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้จัดสายตรวจดูแลความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวที่เกาะเต่าด้วย เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.เด่นดวง ทองศรีสุข รอง ผกก.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่าได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ออกติดตามหาข่าวกลุ่ม แรงงานเมียนมาในพื้นที่เกาะสมุยอย่างใกล้ชิด ยังไม่พบว่ามีการเคลื่อนไหวใดๆเช่นกัน

ที่ จ.สมุทรสาคร มีคนงานชาวเมียนมาอาศัยอยู่มากเป็นอันดับต้นๆของประเทศ ไม่มีความเคลื่อนไหวของชาวเมียนมาแต่อย่างใด โดย ร.ต.ท.วีรวุฒิ เอมทอง รอง สว.สส.กก.สส.ภ.จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่และตรวจสอบในพื้นที่แล้ว พบว่าไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น เพราะแรงงานส่วนใหญ่ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เลยตั้งหน้าทำมาหากินอย่างเดียว และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รับรู้ข่าวสารมากนัก ส่วนนายเล็ก อายุ 28 ปี ชาวเมียนมา อาชีพรับจ้าง กล่าวว่า ในกลุ่มเฟซบุ๊กพวกตนนั้นบอกว่าอาวุธที่ฆ่านักท่องเที่ยวนั้นไม่มีดีเอ็นเอของผู้ต้องหาเลย จึงไม่เชื่อว่าผู้ต้องหากระทำผิดและคิดว่าคงจะอุทธรณ์อย่างแน่นอน สำหรับกลุ่มแรงงานในพื้นที่สมุทรสาครไม่มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด ส่วนมากจะทำมาหากินกันไปวันๆ

ที่ จ.ตาก บริเวณด่านพรมแดนถาวรเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา อ.แม่สอด และตามท่าเรือจุดผ่อนปรนริมแม่น้ำเมยค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงคนไทย 10-15 คนเท่านั้น เดินทางไปเที่ยวยังเมืองมะละแหม่ง รัฐกะเหรี่ยง แต่ไม่มีคนไทยที่ข้ามแดนไปเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจในฝั่งเมียวดีประเทศเมียนมา มีเพียงคนไทยขับรถขนส่งสินค้าไปส่งที่เขตการค้าที่จังหวัดเมียวดีเท่านั้น ส่วนชาวเมียนมายังเดินทางเข้าออกประเทศไทยตามปกติ พ.ต.อ.สมชาย เดชแพ ผกก.ตม.ตาก กล่าวว่า ได้พยายามเตือนคนไทยที่จะข้ามไปฝั่งเมียนมา หากไม่มีความจำเป็นขอให้เดินทางกลับมาฝั่งไทยหรือไม่สมควรแสดงตัวตนว่าเป็นคนไทยในที่สาธารณะเพื่อความปลอดภัยตามประกาศของกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนชายแดนจังหวัดตากยังปกติ ไม่มีเหตุร้ายแรงใดๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเฝ้าดูแลอย่างเข้มงวด

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเพิ่มเติมเมื่อเวลา 17.18 น. ตามเวลาในประเทศไทย ว่า ชาวเมียนมาที่ชุมนุมประท้วงได้สลายตัวเมื่อช่วงบ่ายโดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ หลังกลุ่มผู้กลุ่มผู้ประท้วงยื่นข้อเรียกร้องขอเข้าพบนายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทยประจำเมียนมา แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง รอยเตอร์เผยด้วยว่า ผู้ประท้วงทั้งชูแผ่นป้ายเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ความว่า “รัฐบาลไทยหน้าไม่อาย” และตะโกนว่า “เราต้องการความยุติธรรม” ด้วย

สมาคมนักข่าวแห่งเมียนมา (เอ็มเจเอ) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ทีเจเอ) เรียกร้องให้ร่วมมือกันรายงานข่าวเพื่อทำความจริงและความยุติธรรมให้ปรากฏ หลังศาลจังหวัดเกาะสมุยตัดสินประหารชีวิต 2 จำเลยชาวเมียนมาในข้อหาฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โดยเอ็มเจเอระบุว่า ในฐานะนักข่าว ความรับผิดชอบของเราคือแสวงหาความจริงและความยุติธรรม ขอให้นักข่าวไทยและเมียนมาร่วมกันทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอันเป็นที่รักยิ่งของเรา เพื่อให้ความยุติธรรมเป็นฝ่ายชนะ เพื่อแสดงให้ชาวโลกเห็นว่า นักข่าวไทยและเมียนมาจะร่วมกันต่อสู้เพื่อความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และคุณค่าแห่งประชาธิปไตย




ที่มา http://www.thairath.co.th/