ผู้เขียน หัวข้อ: สอบ'ผช.ผญบ.'ปมฆ่ายกครัว มั่นใจหลักฐานเด็ดจับยกทีม  (อ่าน 1098 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์
สอบ'ผช.ผญบ.'ปมฆ่ายกครัว มั่นใจหลักฐานเด็ดจับยกทีม | เดลินิวส์
„หิ้วผู้ช่วยผญบ.เค้นสอบ โยงร่วมทีมฆ่ายกครัว ตร.แย้มได้หลักฐานเด็ด พบรถปิคอัพ เพิ่งนำไปติดสติกเกอร์ใหม่ น้ำยายังไม่แห้งสนิท มั่นใจดิ้นไม่หลุด เตรียมขยายผลจับเพิ่มแบบยกทีม วันพฤหัสที่ 5 พฤษภาคม 2559 เวลา 23:50 น. จากคดีอำมหิตมือปืนขับรถกระบะไล่ยิงหวังฆ่ายกครอบครัว “รอดสุข” ทำให้นายสุเทพ หรือปู รอดสุข อายุ 29 ปี และ ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ หรือน้องสไปร์ท รอดสุข ลูกชายวัย 2 ขวบเศษเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ ส่วนนางวาสนา หรือทราย โสภิณ อายุ 27 ปี และ ด.ญ.วิภัชชา หรือน้องน้ำอิง รอดสุข อายุ 7 ขวบ ภรรยาและลูกสาวของนายสุเทพ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนสายเลียบทางรถไฟ หมู่ 1 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงดึกวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางผู้บาดเจ็บสามารถให้เบาะแสจนศาลอนุมัติหมายจับนายศิริชัย หรือปุ๋ม บุรินทร์โกษฐ์ อายุ 30 ปี ผจก.ร้านลานนม ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่นายสุเทพ ผู้ตายและภรรยา เคยทำงาน และมีปัญหาความขัดแย้งกัน จนอาจเป็นชนวนเหตุการณ์สังหาร ต่อมาผู้ต้องหาได้รีบเข้ามอบตัวพร้อมให้การปฏิเสธ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 พ.ค. พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พ.ต.ท.อาคม จอนนุ้ย สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี นำผู้เชี่ยวชาญด้านการติดสติกเกอร์มาช่วยตรวจสอบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ผก 9804 นครศรีธรรมราช ของนายศิริชัย ซึ่งต้องสงสัยว่าจะเป็นรถที่ใช้ในการก่อเหตุ หลังนาง น.ส.ชาลินี ใจรังสี อายุ 30 ปี ภรรยาของนายศิริชัย ยอมจำนนรับว่า เพิ่งไหว้วานให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งในพื้นที่ ต.นาเรียง อ.พรหมคีรี ซึ่งเป็นญาติกันเป็นผู้นำรถไปติดสติกเกอร์ โดยทางผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าสติกเกอร์ที่เห็นเป็นของใหม่ที่เพิ่งติดหมาด ๆ น้ำยายังไม่แห้งสนิทดี เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปเชิญผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวมาสอบปากคำตามขั้นตอน ก่อนต้องปล่อยตัวไป เพราะเจ้าตัวอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพยานหลักฐานเชื่อมโยง แต่จะมีการเรียกตัวมาสอบสวนปากคำอีกครั้ง






สอบ'ผช.ผญบ.'ปมฆ่ายกครัว มั่นใจหลักฐานเด็ดจับยกทีม | เดลินิวส์
„พ.ต.อ.อดิศักดิ์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำภรรยาผู้ต้องหาและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจพบพิรุธอย่างชัดเจน จึงเชื่อว่าทั้งสองน่าจะพอทราบเรื่องเกี่ยวกับคดีนี้อย่างแน่นอน ตอนนี้อยู่ระหว่างค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามเป็นที่แน่ชัดแล้วว่ารถกระบะที่ยึดไว้เป็นพาหนะที่คนร้ายใช้แน่นอน หลังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางตั้งแต่ขับตามรถ จยย.ของผู้ตายมาจากถนนกะโรมเลี้ยวเข้าถนนเทวบุรีไปถึงแยกศาลาหมอปาน และเลี้ยวขวาไปตามถนนเลียบทางรถไฟ จนถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ถึง 100 เมตร ในภาพจะแตกต่างกันตรงที่รถในภาพยังไม่มีการติดสติกเกอร์เท่านั้น ส่วนตัวจะยังไม่กดดันภรรยาผู้ต้องหา และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้ง ร.ต.ท.เจริญ บุรินทร์โกษฐ์ รอง สวป.สภ.พรหมคีรี เจ้าของร้านลานนม ซึ่งเป็นญาติกับผู้ต้องหา แต่ยืนยันว่าหากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใครจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกนอย่างเฉียบขาดแน่ “สำหรับอาวุธปืนของ รอง สวป.สภ.พรหมคีรี พบว่ามีทั้งหมด 4 กระบอก ซึ่งซื้อมาถูกต้องตามกฎหมาย และขายไปให้คนอื่นที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.ลานสกา 1 กระบอก โดยกระบอกนั้นเป็นขนาด 9 ม.ม. ซึ่งตรงกับกระสุนที่ใช้ยิงผู้ตายและผู้บาดเจ็บ จึงจะเรียกปืนทุกกระบอกมาตรวจสอบ เพื่อเปรียบเทียบหาอาวุธสังหาร ในส่วนของผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน ทางตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเสนอขออนุมัติหมายจับภายในวันสองวันนี้อย่างแน่นอน” ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ทางด้าน พ.ต.ท.อาคม กล่าวว่า จากพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ตำรวจมีเชื่อว่าสามารถมัดตัวผู้ต้องหาจนดิ้นไม่หลุดแน่ ทั้งคำให้การของภรรยาของผู้ตายที่ยืนยันหนักแน่น และพยานหลักฐานอื่น โดยเฉพาะประเด็นการสอบปากผู้ต้องหาล่าสุดที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เจ้าตัวให้การยืนยันว่าตัวรถไม่ได้มีการเปลี่ยนหรือติดสติกเกอร์ใด ๆ เลย นอกจากนี้ทางตำรวจยังได้เค้าลางของผู้ต้องหาอีกคนที่ร่วมก่อเหตุ โดยเป็นผู้ขับรถพาผู้ต้องหาไปประกบยิงผู้ตาย คาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้เร็ว ๆ นี้ โดยในวันที่ 6 พ.ค.นี้จะนำข้อมูลต่าง ๆ ไปรายงานความคืบหน้าของคดีต่อนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.นครศรีธรรมราช ที่ศาลากลางจังหวัดต่อไป.“





ที่มา
http://www.dailynews.co.th/regional/395870