
เชียร์เตะสนั่นคืนวันเสาร์ รอปิดเมืองฉลองแชมป์ ลุ้นอีก2สโมสรผงาดตาม
นักวิเคราะห์ด้านการเงินฟันธง “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในทีมบอลร่ำรวยที่สุดในโลก 20 อันดับแรก หากยังทำผลงานเกาะกลุ่มหัวตารางพรีเมียร์ลีกไว้ได้ในฤดูกาลหน้า โดยเฉพาะเงินรางวัลจากแชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มจะทำรายได้ถึง 50 ล้านปอนด์ (2,500 ล้านบาท) “เจ้าสัวคิง เพาเวอร์” วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของทีมชาวไทย พานักเตะไปเลี้ยงพิซซ่า ฉลองแชมป์แบบเรียกนํ้าย่อย ที่ร้านอาหารอิตาเลียนในเมืองเลสเตอร์ มีกองเชียร์รุมล้อมแสดงความยินดีระหว่างทางแน่นขนัด ก่อนรับถ้วยแชมป์อย่างเป็นทางการ หลังจบเกมพรีเมียร์ลีกที่พบกับ “ทอฟฟี่” เอฟเวอร์ตัน ที่สนามคิง เพาเวอร์ วันเสาร์นี้ โดยมีสตีฟ เวิร์ทธี แฟนบอลตัวยงเป็นผู้มอบให้เวส มอร์แกน กัปตันทีม
ความเคลื่อนไหวของทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือลีกสูงสุดของอังกฤษได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมา 132 ปี พลิกโฉมวงการลูกหนังชนิดไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน จากทีมที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ชนิดหักปากกาเซียนทั่วโลก
ความคืบหน้าเรื่องราว “เทพนิยายบทใหม่ประดับ วงการลูกหนังเมืองผู้ดี” ของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ว่า กุนซือเคลาดิโอ รานิเอรี นำลูกทีมฝึกซ้อมตามปกติตั้งแต่วันอังคาร มีการนำป้ายผ้ามีข้อความพร้อมรูปถ้วยพรีเมียร์ลีก มาถ่ายรูปฉลองกันอย่างครึกครื้น ก่อนรับถ้วยอย่างเป็นทางการที่สนามคิง เพาเวอร์ ในวันเสาร์ที่ 7 พ.ค. ที่จะพบกับ “ทอฟฟี่” เอฟเวอร์ตัน ในเวลา 23.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ด้านนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรและเจ้าของทีมชาวไทย นำสตาฟฟ์โค้ชและนักเตะไปร่วมรับประทานพิซซ่าที่ภัตตาคาร “ซาน คาร์โล พิซเซเรีย” ในเมืองเลสเตอร์ เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนฉลองใหญ่ ท่ามกลางแฟนบอลจำนวนมากที่เข้ามารุมล้อมรถบัสของนักเตะระหว่างทางไปจนถึงหน้าร้านอาหาร ส่วนพิธีรับถ้วยแชมป์หลังจบเกมวันเสาร์นี้ เลสเตอร์ ซิตี้ให้เกียรติสตีฟ เวิร์ทธี แฟนบอลตัวยงของสโมสร ที่เคยได้แชมป์การเป็นดีเจ ซึ่งจัดโดยบาร์เคลย์ส สปอนเซอร์ของพรีเมียร์ลีก เป็นผู้มอบถ้วยให้เวส มอร์แกน กัปตันทีม โดยจะมีการผูกริบบินสีน้ำเงิน-เหลือง ซึ่งเป็นสีประจำสโมสรและเป็นสีประจำราชวงศ์ของไทยประดับที่ถ้วยพรีเมียร์ลีกด้วย
เวิร์ทธีเผยว่า เมื่อถึงวินาทีที่เขามอบถ้วยให้มอร์แกน เขาจะนึกถึงคุณยาย วัย 97 ปี ของเขาที่เชียร์เลสเตอร์มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1949 หรือ 67 ปีมาแล้ว เป็นแฟนบอลประเภท “ตั๋วปี” ที่อายุมากที่สุดของสโมสร แต่ปีนี้โชคไม่ดีที่สุขภาพไม่แข็งแรง จึงต้องยกเลิกตั๋วปี ทำให้พลาดโอกาสในการชมฤดูกาลอันแสนมหัศจรรย์ของเลสเตอร์ไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนมอร์แกน กัปตันทีมที่ทำประตูสำคัญให้ทีมได้หลายลูกในฤดูกาลนี้ กล่าวว่า เขาคงต้องกลั้นน้ำตาไว้ในขณะ รับถ้วย เพราะเป็นช่วงเวลาที่บีบคั้นอารมณ์อย่างยิ่งกับความสำเร็จในครั้งนี้
ด้านปีเตอร์ โซลส์บี นายกเทศมนตรีเมืองเลสเตอร์ ยืนยันอีกครั้งว่า จะมีการฉลองใหญ่อย่างแน่นอน อาจมีการตั้งชื่อถนน “รานิเอรี” หรือสร้างอนุสาวรีย์ให้ก็เป็นได้ ต้องรอดูบทสรุปอีกครั้ง
สกายสปอร์ตส์ สำนักข่าวของอังกฤษรายงานการวิเคราะห์ของทิม บริดจ์ จากบริษัทดีลอยต์ ที่ปรึกษาด้านการเงินและบัญชีชื่อดังของโลกว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะก้าวขึ้นเป็นทีมบอลที่ร่ำรวยที่สุด 20 อันดับแรกของโลกในอนาคตอันใกล้นี้ จากผลงาน การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและได้เล่นแชมเปียนส์ลีก รวมไปถึงสปอนเซอร์และการขายของที่ระลึกอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะแชมเปียนส์ลีกจะทำรายได้ถึง 50 ล้านปอนด์ แต่สิ่งสำคัญคือ ฤดูกาลหน้าเลสเตอร์จะต้องรักษาระดับการเล่น ทำผลงานให้ติดกลุ่มหัวตารางพรีเมียร์ลีกไว้อย่างต่อเนื่อง หากทำได้ดังนี้ ก็มีโอกาสที่จะติด “ท็อป 20” ของทีมบอลที่มีรายได้มากที่สุดในโลก
ขณะเดียวกัน “บิ๊กเสือ” นายสัมฤทธิ์ ธนะกาญจนสุทธิ์ ซีอีโอ สโมสรเรดดิ้ง อีกทีมในลีกอังกฤษที่มีเจ้าของสโมสรเป็นคนไทย ก็ได้ส่งสารร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมากล่าวว่า “ผมและคุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ประธานสโมสรเรดดิ้ง ขอแสดงความยินดีกับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษครั้งประวัติศาสตร์ไปครอง โดยเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีม 1 ใน 3 ที่คนไทยเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลในลีกอังกฤษ”
ซีอีโอเรดดิ้งกล่าวต่อไปว่า แนวทางของเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นแนวทางเดียวกับทีมเรดดิ้ง ที่ค้นหานักเตะดาวรุ่งไม่ดังมาปั้น จนพาทีมประสบความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญอีกอย่างของเลสเตอร์ คือการมีแมวมองที่สายตาแหลมคม บวกกับมีโค้ชที่สามารถเจียระไนนักเตะจนมีความเก่งกาจ ส่วนในผลพวงของการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของเลสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ชาวต่างประเทศหันมาชื่นชมคนไทย ให้ความเชื่อมั่นมากขึ้น ว่าคนไทยที่ซื้อทีมฟุตบอลสามารถบริหารทีมให้ประสบความสำเร็จจนคว้าแชมป์
“บิ๊กเสือ” สัมฤทธิ์เผยด้วยว่า ตอนนี้มีอีกหนึ่งทีมที่เจ้าของเป็นคนไทย ที่ได้เล่นรอบเพลย์ออฟ ศึกเดอะแชมเปียนชิพ คือ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ เราสนิทสนมกัน พูดคุยกันตลอด ก็ขออวยพรให้เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ สามารถผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟเเละทะลุเลื่อนชั้นไปเล่นพรีเมียร์ลีกอังกฤษในฤดูกาลหน้า และทีมเรดดิ้งจะตามไปทีหลัง อยากเห็นทีมของคนไทยอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษเยอะๆ
นอกจากนี้ สโมสรเรดดิ้งจะนิมนต์เกจิดังสายธรรมยุต พระอาจารย์วราห์ ปุญฺญวโร วัดโพธิ์ทอง เดินทางไปเจิมสโมสรถึงประเทศอังกฤษเพื่อความเป็นสิริมงคล
ส่วน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 910 เมื่อกลางดึกวันอังคารที่ 3 พ.ค. ไปร่วมฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่จะเจอกับเอฟเวอร์ตัน วันที่ 7 พ.ค. ที่คิง เพาเวอร์ สเตเดียม โดยเดินทางถึงสนามบินฮีทโธรว์ ประเทศอังกฤษ ในเวลา 07.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่นที่ช้ากว่าเมืองไทย 6 ชั่วโมง) โดยที่อดีตกองหน้าจอมตีลังกาของทีมชาติไทยได้ออกมาพูดถึงการเดินทางไปในครั้งนี้ เพื่อจะพูดคุยเกี่ยวกับความช่วยเหลือจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ว่า “การไปประเทศอังกฤษครั้งนี้ ผมคงจะต้องรอให้เลสเตอร์ ซิตี้ ฉลองแชมป์ในวันเสาร์นี้เสร็จสิ้นก่อน จากนั้นจะเข้าไปพูดคุยเกี่ยวกับแผนงานของพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นทีมงานสเก้าต์ รวมถึงเคลาดิโอ รานิเอรี ในการขอความร่วมมือกับสโมสร ก่อนที่ทีมชาติไทยจะลงเล่นในรอบ 12 ทีมสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย”
ซิโก้เผยต่อไปว่า “อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของทีมชาติไทยชุดใหญ่อย่างเดียวเท่านั้น เนื่องจากเจตนารมณ์หลักของท่านประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ อย่างคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ต้องการที่จะพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ทำให้เขาเปิดรับทีมชาติทุกชุด รวมทั้งสโมสรที่อยากจะไปเก็บตัวที่นั่น สามารถที่จะติดต่อไปได้ เพื่อที่จะเป็นอีกแนวทางในการยกระดับของลูกหนังไทยในอนาคต
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า สำหรับความสำเร็จของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งมีเจ้าของเป็นคนไทย และคว้าแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาครองได้สำเร็จ ถือเป็นตัวอย่างที่ดี และเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงการฟุตบอลของไทย เริ่มตั้งแต่ในระดับเยาวชน ที่ทางเลสเตอร์มีการส่งเสริม นำนักเตะเยาวชนไทย ไปฝึกซ้อมกับสโมสรอยู่เป็นระยะก่อนหน้านี้อยู่แล้ว การพัฒนาตรงนั้นถือว่าสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงฯ และการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่กำลังจะทำให้เกิดลีกฟุตบอลในระดับเยาวชนขึ้นมา เพื่อสร้างฐานที่มั่นคง ไปสู่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ต่อไป
“ความสำเร็จของเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นตัวอย่างที่สำคัญ ว่าไม่จำเป็นต้องมีซุปเปอร์สตาร์ในทีมมากมาย โครงสร้างและทีมเวิร์กต่างหากที่เราต้องนำมาคิด และนำไปประยุกต์ใช้ ทราบกันดีว่า ก่อนเริ่มฤดูกาล เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้ถูกคาดหมายว่าจะได้แชมป์เลย แต่สุดท้ายกลับทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ ตรงนี้จึงทำให้กลับมาคิดว่า จากที่หลายคนมองว่าฟุตบอลไทยไปบอลโลกไม่ได้ ไม่มีโอกาส เชื่อว่าตรงนี้ก็จะเป็นอีกแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้บอลไทย ก้าวไปสู่ฟุตบอลโลกในอนาคตได้ต่อไป” นางกอบกาญจน์กล่าว
ต่อข้อถามที่ว่า ความสำเร็จของเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับไทยเราในหลายด้าน ทางกระทรวงฯมีแนวทางที่จะดึงสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ มาช่วยโปรโมตกีฬาและการท่องเที่ยวของไทยหรือไม่ นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า ก็อยากจะดึงทีมเลสเตอร์ มาช่วยโปรโมตกีฬาและการท่องเที่ยวของไทย แต่ตรงนี้ก็ต้องไปคุยในรายละเอียดกันอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าเลสเตอร์ ซิตี้ จะเดินทางมาไทยอยู่แล้ว ก็จะได้หารือในประเด็นดังกล่าวต่อไป
ที่มา...
http://www.thairath.co.th/content/615665


บันทึกการเข้า