ผู้เขียน หัวข้อ: อึ้ง!"สีกาบิว"แบล็กเมล์พระผู้ใหญ่ ขึ้นเป็นเจ้าแม่ฮุบวัดฆ่าเณร...  (อ่าน 1448 ครั้ง)

ออฟไลน์ admin

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 2342
    • อีเมล์
อึ้งประวัติ "สีกาบิว" ก่อนจะขึ้นเป็นเจ้าแม่คุมวัดวังตะวันตก เมืองคอน เคยมีผัวเป็นตำรวจ แต่ถูกจับต้องคดี จึงหอบลูกหนี มีผัวใหม่ ตีสนิทพระผู้ใหญ่ ก่อนถ่ายรูปแบล็กเมล์ฮุบวัด โกยผลประโยชน์จนมีทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 30-40 ล้าน...
จากกรณีการขุดพบศพ "สามเณรปลื้ม" อายุ 17 ปี ถูกฆ่าโบกปูนฝังใต้ฐานพระพุทธรูป ภายในวัดท่าวังตะวันตก ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังถูกทาง "พระเด่น" ซึ่งเป็นพระลูกวัดวัดเดียวกัน ร่วมกับพวกลงมือฆ่า โดยอ้างว่าแค้นที่ถูกสามเณรผู้ตายเข้ามาขโมยทรัพย์สินของภรรยาพระเด่น สมัยที่ยังเป็นฆราวาส ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเด่นชัย หรืออดีตพระเด่น และนางปิยฉัตร หรือบิว มีประวัติไม่ธรรมดา โดยเฉพาะ นางปิยฉัตร สามีเก่าเป็นตำรวจชุดสืบสวนโรงพักแห่งหนึ่ง เมื่อ 10 ปีก่อนเคยโดนจับข้อหาล่อลวง นศ.หลาน สาวนายอำเภอมาสอบสวนในฐานะพยานที่เห็นเหตุการณ์นักศึกษาทะเลาะวิวาททำร้ายกัน ก่อนจะวางยาพาไปรุมโทรม ที่บังกะโลแห่งหนึ่ง จนถูกให้ออกจากราชการและศาลพิพากษาจำคุก 20 ปี แต่ตำรวจนายนี้หลบหนีคดีระหว่างประกันตัว จนอดีตนายอำเภอตั้งรางวัลนำจับสูงถึง 1 ล้านบาท จนขณะนี้ก็ยังตามจับกุมตัวอดีตสามีนางปิยฉัตรไม่ได้ จนนางปิยฉัตรต้องหอบลูกหนีไปหาบ้านเช่า และมีสามีใหม่หลายคน จนกระทั่งไปตั้งแผงขายน้ำปั่น บริเวณประตูวัดวังตะวันตก และเริ่มตีสนิทกับพระชั้นผู้ใหญ่ในวัด และถ่ายรูปเอาไว้ข่มขู่แบล็กเมล์ ก่อนจะมามีสัมพันธ์กับนายเด่นชัย

จากนั้นเข้ามาฮุบการบริหารจัดเก็บผลประโยชน์ในวัด ทั้งค่าเช่าแผงค้าขาย รวมถึงที่จอดรถและให้ปลดคณะกรรมการวัดออกทั้งหมด และตั้งนายเด่นชัยเป็นไวยาวัจกรวัด มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว โดยมีนางปิยฉัตรคอยผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ล่าสุดเรียกเจ้าของร้านค้ามาทำสัญญาเช่าใหม่ 30 ปี ซึ่งเรียกเก็บค่าเช่าครั้งเดียว ทันที 300,000 บาท จนปี 58 พระชั้นผู้ใหญ่ทนไม่ไหวหนีออกนอกวัด แต่นางปิยฉัตรก็ยังไปตามกลับมา ทั้งนี้หลังเข้ามาบริหารวัดจนมีฐานะร่ำรวย นางปิยฉัตรซื้อบ้านหลังใหญ่ในตัวเมืองนครศรีธรรมราชมูลค่า 3-5 ล้านบาท และซื้อบ้านที่กรุงเทพฯอีกมูลค่าเกือบ 20 ล้านบาท มีรถเก๋งหรู  2 คัน รถกระบะ 1 คัน และทรัพย์สินอื่น ๆ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 30-40 ล้าน   
           
ส่วนพระและสามเณรในวัด ไม่มีใครกล้าตอแยนางปิยฉัตร เพราะหากใครแข็งข้อ จะถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งพฤติกรรมของนางปิยฉัตร และนายเด่นชัยเป็นที่โจษขานไปทั่ว โดยชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ พร้อมเคยเตือนให้หยุดการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งสองกลับบอกว่า บาปกรรมไม่มีจริง หากมีจริงพระ-สามเณรที่ทำชั่ว คงได้รับกรรมกันไปหมดแล้ว  รวมทั้งคนในพื้นที่ยังเชื่ออีกว่า สาเหตุการฆ่าฝังศพสามเณรปลื้ม ไม่ได้มาจากที่ไปขโมยเงิน และสร้อยทองคำนางปิยฉัตร แต่มาจากการที่สามเณรปลื้ม ไปล่วงรู้ความลับหรือเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมบางอย่างของนางปิยฉัตร จึงวางแผนฆ่าปิดปาก....


ที่มา: https://www.dailynews.co.th/crime/577609
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2017, 03:26:37 pm โดย admin »