ผู้เขียน หัวข้อ: เจ้าหนี้ชี้ สาวตายคาเก๋งปริศนา คาดถูกฆ่าเงินนับแสนหาย วงจรปิดเผยขับซิ่งจนพิรุธก่  (อ่าน 341 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์





จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ดวงจันทร์ อายุ 33 ปี สภาพขาดอากาศหายใจ จากการใช้ถุงพลาสติกคลุมหัว อยู่ในรถยนต์ ซึ่งจอดทิ้งไว้บริเวณซอยเปลี่ยว ข้างคลองส่งน้ำชลประทาน

ล่าสุด วันนี้ (8 เม.ย.) เวลา 05.30 น.ที่วัดโพธิ์ศรี ต.คำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ นางบัวทอง และนายอนันต์ พ่อแม่ของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยครอบครัว ได้เดินทางมาเก็บอัฐิ โดยนางบัวทอง ผู้เป็นแม่ได้เก็บกระดูกส่วนฟันของลูกสาวเอาไว้ ส่วนที่เหลือนำไปเก็บไว้ใน “ธาตุ” หรือ ที่เก็บกระดูก โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ลูกสาวของผู้เสียชีวิตได้กอดอัฐิของผู้เป็นแม่ไว้ ก่อนนำไปบรรจุที่กำแพงวัด

นางบัวทอง แม่ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตอนที่เห็นกระดูกชิ้นส่วนของลูก ยอมรับว่าใจหาย คล้ายกับสายฟ้าฟาดลงกลางดวงใจ แต่ตนหวังเพียงว่า วันนี้ลูกจะได้รับผลบุญจากการทำบุญให้ และอยากให้ลูกได้ช่วยชี้เบาะแสของผู้กระทำความผิดให้กระจ่างออกมาด้วย ส่วนที่ตนได้เลือกเก็บชิ้นส่วนบริเวณฟันของลูกสาวเอาไว้ เพราะเป็นธรรมเนียมที่ทางครอบครัวปฏิบัติต่อกันมา ตนจะเก็บชิ้นส่วนไว้และแบ่งอีกส่วนไว้ที่บ้าน

ทั้งนี้ นางบัวทอง กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนไม่เชื่อว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตาย แต่คิดว่าหนึ่งในปมการเสียชีวิต อาจเกิดจากเรื่องการกู้หนี้ยืมสินด้วย

บรรยากาศที่ สภ.ลืออำนาจเจริญ นายเอ (นามสมมติ) พร้อมด้วยนางบี (นามสมมติ) ภรรยานายเอ เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ โดยนายเอ เปิดเผยว่า ตนและภรรยาเป็นเจ้าหนี้ของผู้เสียชีวิต

ซึ่งภรรยาตนได้ให้ น.ส.ดวงจันทร์กู้เงินไปไม่ถึงเดือน จำนวน 400,000 บาท และมีการทำร่างสัญญากัน แต่ตนไม่ทราบรายละเอียด โดยทางผู้เสียชีวิต ได้มีการคืนเงิน เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 200,000 บาท และอีก 200,000 บาท จะมีกำหนดคืนวันที่ 4 เม.ย. ซึ่งตรงกับวันที่ น.ส.ดวงจันทร์ เสียชีวิต

นายเอ บอกด้วยว่า ภรรยาเล่าให้ฟังว่า ช่วงเช้าวันเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์มาบอกว่า “ไปรอที่ธนาคาร ธ.ก.ส.หัวตะพาน 14.00 น. จะนำเงินมาให้” แต่เมื่อถึงกำหนดเวลาก็ไม่พบผู้เสียชีวิต และไม่สามารถติดต่อได้ ขณะนั้น นายเอไม่ได้คิดว่าผู้เสียชีวิตจะหนีหนี้ เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีประวัติที่ดีในการคืนเงิน แต่เรื่องภรรยาตนจะคิดอย่างไรนั้น ตนก็ไม่ทราบ ทั้งนี้ ตนคาดว่าน่าจะมีคนใกล้ตัวคนอื่น ปล่อยเงินกู้ให้กับผู้เสียชีวิตด้วย แต่ไม่ทราบว่าเป็นบุคคลใด

อย่างไรก็ตาม นายเอ บอกว่า ตนคิดว่าผู้เสียชีวิตไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่น่าจะเกิดจากการฆ่าชิงทรัพย์ หรือปล้นเงิน โดยน่าจะทราบว่า ผู้เสียชีวิตได้นำเงินออกมาจากธนาคารในวันเกิดเหตุ

ขณะที่ นางบี (นามสมมติ) ได้ออกมาจากห้องสอบปากคำ ก่อนที่จะรีบเดินไป โดยไม่ให้ข้อมูลกับทีมข่าว เมื่อถามว่า ได้เป็นเจ้าหนี้ของผู้เสียชีวิตจริงหรือไม่ เจ้าตัวก็ตอบว่า “ไม่ได้เป็น” และบอกต่อว่า “เป็นคนรู้จักกับพ่อของผู้เสียชีวิต และไม่ได้เป็นคนปล่อยเงินกู้” ก่อนจะเดินกลับออกไปพร้อมสามี

นอกจากนี้ ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้ภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณเส้นทางที่ น.ส.ดวงใจ ขับผ่าน มุ่งไปทางหมู่บ้านน้ำท่วม โดยจากภาพ พบว่า น.ส.ดวงใจ ขับรถมาด้วยความเร็ว จนฝุ่นคลุ้งไปทั่ว ซึ่งปกติแล้ว รถที่ขับมาเส้นทางนี้ จะต้องขับด้วยความระมัดระวัง เพราะถนนเป็นหลุมบ่อ

ด้าน นายวินัย สายสิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านน้ำท่วม เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนได้รับเรื่องจากทางลูกบ้านว่า มีรถมาจอดอยู่บริเวณคลองส่งน้ำชลประทาน ตนจึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ ให้มีการติดต่อญาติ ที่ตนเห็นประกาศตามหาจากเพจเฟซบุ๊ก

หลังจากนั้นตนได้เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุ แต่ยังไม่กล้าลงมาจากรถ เมื่อญาติเดินทางมาถึง ตนจึงได้เดินไปที่รถ พร้อมกับส่องไฟเข้าไปในรถ จึงพบว่าประตูล็อกอยู่ แต่ตอนนั้น ไม่เห็นใครอยู่ในรถ เมื่อสังเกตอีกครั้ง จึงพบว่ามีผู้หญิงนอนอยู่บริเวณด้านหลังเบาะนั่งคนขับ

โดยศพอยู่ในลักษณะนอนตะแคงขวา และมีถุงครอบหัว โดยลักษณะเบาะคนขับนั้น เอนมาเกือบชิดร่างผู้เสียชีวิต ส่วนเบาะด้านข้างคนขับ ก็เอนลงมาเช่นกัน แต่ไม่มากนัก คล้ายกับมีการปิดบังอำพราง

นายวินัย บอกว่า พลาสติกที่ครอบ อยู่ที่ศีรษะของผู้เสียชีวิตนั้น เป็นสีขาวใส แต่ตนไม่ทราบว่า มีการมัดปมในลักษณะใด เพราะช่วงนั้น เจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่ ไม่ให้เข้าไปในที่เกิดเหตุ แต่ตนเห็นว่า มีร่องรอยการบอบช้ำที่บริเวณขมับด้านขวา และตนได้ยินญาติพูดว่า น.ส.ดวงจันทร์ พกเงินมามากพอสมควร แต่ไม่ได้ระบุว่าเท่าไหร่ พร้อมบอกว่า กระเป๋าเงินได้หายไปด้วย

ด้าน นายพิชิต ลูกพี่ลูกน้องของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวว่า พบรถของน้องในวันเกิดเหตุ ตนจึงรีบเดินทางไป พบรถของน้องสาวมีรอยบุบ บริเวณซุ้มล้อด้านขวา คาดว่ารถน่าจะถูกชนกับขอบปูน ที่บริเวณจุดเกิดเหตุ

ขณะนั้น ตนไม่ได้ให้ใครแตะต้องที่รถ เพราะกลัวว่าหลักฐานจะคลาดเคลื่อน และได้ให้ผู้ใหญ่บ้านส่องไฟเข้าไปในรถ ตนเห็นแหวนสะท้อนกับแสงไฟ และเห็นมือของน้องสาวเป็นสีเขียว ประกอบกับร่างของน้องตนอยู่บริเวณจุดวางเท้าเบาะหลัง และพบว่าเบาะรถเอนลงทั้งสองข้าง

หลังจากนั้น เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ สังเกตพบว่า รถคล้ายกับมีการเปิดเครื่องยนต์ไว้ พบเพียงแผงหน้าปัดวิทยุที่มีไฟส่องสว่างอยู่ หลังจากนั้น ได้มีการนำร่างของน้องสาวออกมาจากรถ โดยพบว่ามีถุงพลาสติกใสคลุมศีรษะอยู่ และเห็นเจ้าหน้าที่คล้ายกำลังนำถุงพลาสติกออก ซึ่งตนยืนอยู่ห่างจากรถ 4 เมตร แต่เห็นว่าบริเวณดวงตาของน้องสาวมีรอยบอบช้ำด้วย

นายพิชิต กล่าวว่า น้องสาวตนน่าจะโดนทำร้าย แต่ไม่ทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งตนสันนิษฐานว่า การนำถุงพลาสติกมาครอบศีรษะ ก็เพื่ออำพรางบางสิ่ง แต่ทั้งนี้ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว

และส่วนตัว ตนคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการฆ่าชิงทรัพย์ หรือเกี่ยวกับเงิน ซึ่งอาจมีเรื่องของเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ ที่ขัดผลประโยชน์กัน แต่ตนไม่ทราบข้อเท็จจริง เพราะไม่รู้ว่าน้องได้มีการกู้ยืมเงินใครมาปล่อยต่อหรือไม่ ส่วนประเด็นที่น้องสาวของตนมีการปล่อยเงินกู้ให้กับคนในครอบครัวนั้น ตนก็ไม่ทราบ

อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบ ระบุว่า น้องตนฆ่าตัวตายจริง ครอบครัวก็พร้อมยอมรับ แต่ถ้าผลออกมาว่า น้องตนถูกฆ่า ก็เชื่อว่า สุดท้ายแล้วกฎแห่งกรรมมีจริง คนทำจะต้องได้รับผลกรรมอย่างแน่นอน

นายพิชิต เปิดเผยด้วยว่า ตนยังมีข้อสงสัยในเรื่องของที่คาดเบลท์ฝั่งด้านข้างคนขับ เพราะเห็นว่าลักษณะของสายคาดมีการมัดกองอยู่ จึงไม่ทราบว่าที่สภาพเบลท์เป็นเช่นนั้นเกิดจากสาเหตุใด จึงต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบอีกครั้ง





ที่มา...https://www.sanook.com/news/5991286/