
จากกรณีเหตุกระหน่ำยิงที่ลานจอดรถสถานที่ท่องเที่ยวเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี เป็นเหตุให้ นายอนันตชัย หรือ ฟอส อายุ 20 ปี และ น.ส.ปวีณา หรือ สปาย อายุ 20 ปี เสียชีวิต ซึ่งตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 3 ราย และหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับคือ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี เจ้าของสถานบันเทิง ใน จ.ภูเก็ต ซึ่งเคยชอบและคิดจะขอน้องสปายแต่งงานมาก่อน
ขณะที่เมื่อวานนี้ (1 ส.ค.) ที่วัดบ้านนาตาล ต.นาตาล อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ญาติได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพนายฟอส นางจอมศรี ชมพูฟื้น แม่ของฟอส อยู่ในอาการร่ำไห้กอดฉากรูปหน้าศพลูกชาย และยืนยันว่าลูกชายไม่ได้ชอบผู้หญิง ขณะที่บรรดาญาติต่างรุมสาปแช่งเสี่ยอ้วน เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่นำตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วพร้อมกับให้ลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต
นายแชมป์ (นามสมมติ) ชายหนุ่มที่ปรากฏในภาพถ่ายกอดและหอมแก้มกันกับนายฟอส ได้ติดต่อผ่านรายการทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 โดยให้ข้อมูลว่า ตนก็เห็นภาพของตัวเองปรากฏตามสื่อโซเชียลต่างๆ และมีการพาดหัวข่าวในลักษณะที่เป็นการเปิดภาพแฟนหนุ่มของฟอส ทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก เพราะไม่เป็นความจริงตามที่มีการนำเสนอ
ส่วนภาพดังกล่าวถ่ายขึ้นเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา ขณะนั้นตนทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ในผับแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองภูเก็ต ส่วนฟอสเป็นลูกค้าที่มาเที่ยวที่ร้านและรู้จักแต่ไม่ได้สนิทสนมกัน จึงขอยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นอะไรกับฟอส
ภาพดังกล่าวเป็นการเอนเตอร์เทนลูกค้าเท่านั้น และขอยืนยันว่าตนเป็นผู้ชายแท้ ชอบผู้หญิง ส่วนตอนนี้ผับดังกล่าวก็ได้ปิดตัวลงไปแล้ว และตนก็ไม่ได้ทำอาชีพพนักงานเสิร์ฟแล้ว
ทั้งนี้ ตนไม่ได้พบเจอกับฟอสมานานแล้ว และไม่ทราบเช่นกันว่าภาพดังกล่าวที่ปรากฏออกมาสู่สังคมได้อย่างไร ส่วนตัวคาดว่าอาจเป็นเพื่อนของฟอสที่เป็นคนถ่ายรูปนี้ให้ อาจจะนำไปให้กับครอบครัวฟอสจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด อย่างไรก็ตาม ตนขอฝากไปถึงคนที่กำลังแชร์ภาพดังกล่าว หรือกำลังพูดถึงภาพดังกล่าว ขอให้หยุดการกระทำ และตนก็เป็นกังวลมากว่าอาจถูกโยงไปยังคดีที่กำลังเกิดขึ้น และอาจมีอันตรายตามมาได้ในภายหลัง
นอกจากนี้ ทีมข่าวยังลงพื้นที่หอพักของเสี่ยอ้วน บนถนนพระเมตตา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยจากการสอบถาม นายเต้ ผู้ดูแลหอพัก ยอมรับว่า หอพักแห่งนี้เป็นของเสี่ยอ้วน แต่ตอนนี้เสี่ยอ้วนไม่อยู่และไม่สามารถติดต่อได้ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาตรวจค้นที่หอพัก แต่ไม่พบเสี่ยอ้วน รวมทั้งหลักฐานใดๆ ส่วนน้องสปายและนายฟอส ตนไม่รู้จักเพราะเพิ่งมาเฝ้าหอพักแค่ 2 เดือนเท่านั้น
นายจรัส (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า เสี่ยอ้วนมาซื้อตึกทำหอพักได้ประมาณหนึ่งปีเศษ เพื่อให้พนักงานที่ทำงานที่บาร์ของตัวเองเช่าอยู่ โดยก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุยิงพ่อค้าขายไอศกรีมบนหอพักเสียชีวิต วันดังกล่าวเห็นตำรวจมุงอยู่จำนวนมาก และเสี่ยอ้วนยืนรอมอบตัว โดยไม่ทราบรายละเอียดอื่นๆ
หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ ซึ่งเท่าที่สัมผัสเสี่ยอ้วนเป็นคนธรรมดาไม่ได้มีอิทธิพล มักไปไหนมาไหนคนเดียวไม่มีลูกน้องตาม ซึ่งตนก็ทราบว่าเสี่ยอ้วนเป็นเจ้าของบาร์ในซอยบางลา และไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน แต่เคยมีคนบอกว่ามีผู้หญิงเยอะ
โดยตนก็เข้าใจว่าเสี่ยอ้วนทำงานกลางคืน น่าจะมีผู้หญิงมาติดพันหลายคน เมื่อทราบข่าวเรื่องการยิงที่เขาชีจรรย์ ทั้งยังมีชื่อเสี่ยอ้วนไปเกี่ยวข้อง ตนตกใจมาก เพราะไม่คิดว่าเสี่ยอ้วนจะทำถึงขนาดนั้น และก่อนเกิดเหตุ 3-4 วัน ตนก็ยังเห็นเจ้าตัวอยู่ในละแวกหอพัก
เช่นเดียวกับ นางแอน (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน เล่าว่า หลังจากเสี่ยอ้วนก่อเหตุยิงพ่อค้าขายไอศกรีม ได้เคยเล่าให้ตนฟังว่า อีกฝ่ายบุกรุกตอนกลางคืน โดยขึ้นไปถึงห้องพัก เจ้าตัวก็ได้โทรแจ้งตำรวจและรอมอบตัวจึงไม่ได้ติดคุก เพราะไม่ได้มีเจตนาหนี รวมทั้งได้จ่ายเงินค่าทำศพเป็นหลักล้าน แต่คดียังไม่จบ ซึ่งตนก็ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก
ทั้งนี้ เท่าที่รู้จักเสี่ยอ้วนเป็นคนพูดจาดี ไม่มีนิสัยก้าวร้าว ก่อนหน้านี้ก็เคยเห็นพาผู้หญิงประมาณ 3 คน ไปนั่งกินข้าวละแวกหอพัก แต่ไม่แน่ใจว่าหนึ่งในนั้นมีน้องสปายด้วยหรือไม่ เพราะตนไม่รู้จักน้องสปาย แต่จำน้องฟอสได้ ซึ่งน้องฟอสเวลาพูดจาชอบกรี้ดกร๊าด ร่าเริง ดูเหมือนไม่ใช่ผู้ชาย เมื่อทราบข่าวว่าน้องถูกยิงก็ตกใจ และยิ่งตกใจมากเมื่อมีชื่อเสี่ยอ้วนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะเสี่ยอ้วนดูสุภาพ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดจากที่ฟังข่าว ทำให้ต้องเชื่อว่าเสี่ยอ้วนเป็นคนลงมือก่อเหตุจริง
ที่มา...https://www.sanook.com/news/7407138/


บันทึกการเข้า