ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้รับร้องเรียนจากประชาชน ร้านอาหาร และร้านขายเครื่องดื่มจำนวนมากว่า ราคาสินค้าส่วนใหญ่ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี สวนทางกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ที่จะไม่ให้สินค้ารายการใดปรับขึ้นราคา โดยร้านขายกาแฟในตลาดนัดกระทรวงพาณิชย์ได้ปรับขึ้นราคาอีกแก้วละ 3-5 บาท หลังจากราคาน้ำแข็งปรับขึ้นกระสอบละ 5 บาท ส่วนนมข้นหวาน นมข้นจืดปรับขึ้นอีกกระป๋องละ 1 บาท ทั้งที่ก่อนขึ้นราคาต้องแจ้งกรมฯก่อน รวมถึงชาผงสำเร็จรูป ส่วนร้านขายอาหารปรุงสำเร็จ แม้จะยังไม่ขึ้นราคาขณะนี้ แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้นเช่นกัน หลังจากผักสดทรงตัวในราคาสูงต่อเนื่องมานาน 3 เดือน และหากรัฐบาลปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือนอีก อาจต้องปรับขึ้นราคาอาหารจานด่วนได้ จากปัจจุบันที่ขายจานละ 30-35 บาท
นอกจากนี้ ข้อมูลการสำรวจราคาสินค้าเพื่อใช้คำนวณเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ ยังพบว่า ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นจริง สวนทางกับที่กรมการค้าภายในระบุ โดยล่าสุดเดือน เม.ย.56 ราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.15% โดยราคาสินค้าที่เพิ่ม ได้แก่ ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้งเพิ่มขึ้น 0.74% เนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น 6.15% ไข่และผลิตภัณฑ์นมเพิ่มขึ้น 3.11% ผักและผลไม้เพิ่มขึ้น 13.14% เครื่องประกอบอาหารเพิ่มขึ้น 0.52% อาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 1.7%
ขณะที่ดัชนีราคาหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มก็สูงขึ้น 1.42% โดยราคาที่เพิ่ม ได้แก่ หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าสูงขึ้น 0.68% และที่สำคัญราคาแนะนำที่กรมการค้าภายในประกาศยังไม่สอดคล้องกับราคาตลาดที่แท้จริง เช่น ราคาแนะนำเนื้อหมู กก.ละ 119 บาท แต่ในตลาด กก.ละ 125-130 บาท เช่นเดียวกับราคาไข่ไก่ เบอร์ 2 ราคาแนะนำขายปลีกที่ฟองละ 2.60-2.90 บาท แต่ราคา
ตลาดฟองละ 3.20-3.50 บาท นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานจากผู้บริโภคบางส่วนว่า ขณะนี้ข้าวสารบรรจุถุงธงฟ้า 5 กก. ราคา 70 บาท ขาดตลาด และไม่มีวางจำหน่ายนาน 1-2 เดือนแล้ว ตั้งแต่โครงการร้านถูกใจสิ้นสุดเมื่อเดือน มี.ค.56 จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งผลิตออกมาขายอีก เพราะเป็นประโยชน์ต่อผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากปัจจุบันราคาข้าวสารแพงมาก โดยข้าวสารขาว กก.ละ 25-28 บาท ข้าวหอมมะลิ กก. 35-38 บาท.


บันทึกการเข้า