ผู้เขียน หัวข้อ: พลายคลั่งกระทืบ พยาบาลดับ คาเพนียดกรุงเก่า  (อ่าน 575 ครั้ง)

ออฟไลน์ nongpoint

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1204
    • อีเมล์

   

« เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:08:08 AM »
 

สยอง ช้างกรุงเก่าคลั่งกระทืบพยาบาลสาวตายอนาถคาเพนียดคล้องช้าง เหยื่อพาญาติๆตระเวนไหว้พระทั่วเมืองอยุธยาก่อนไปดูช้างในช่วงใกล้ค่ำ ขณะยื่นมือไปให้อาหารเจอช้างพลายตัวโตใช้งวงคว้าร่างไปเตะแล้วกระทืบซ้ำจนอวัยวะภายในบอบช้ำสิ้นใจทุรนสามีถลันเข้าช่วยถูกช้างขี้โมโหจับเหวี่ยงลอยละลิ่วก่อนใช้งาแทงขาทะลุบาดเจ็บสาหัสไปอีกคน ด้านผู้ว่าฯอยุธยาเตือนนักท่องเที่ยวห้ามเข้าใกล้ช้างตามลำพังโดยไม่มีควาญช้างคอยดูแล

ช้างกรุงเก่าคลั่งกระทืบพยาบาลตายสยอง สามีบาดเจ็บสาหัสรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 26 พ.ค. พ.ต.ท.พิมุข นาคขำพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของคดี เดินทางไปที่เพนียดคล้องช้าง หมู่ 3 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง และสอบสวนว่าช้างเชือกไหนที่ก่อเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส รวม 2 ราย เบื้องต้นทราบว่าเป็นช้างจากวังช้างอยุธยา แล เพนียด ของนายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ จึงประสานไปยังนายอิทธิพันธ์ ขาวละมัย ผู้จัดการวังช้างอยุธยา แล เพนียด เข้ามาให้ปากคำในวันที่ 27 พ.ค. ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง และตรวจตั๋วรูปพรรณช้างว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนจะดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พิมุข นาคขำพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีนักท่องเที่ยวถูกช้างทำร้ายบาดเจ็บหลายรายบริเวณเพนียดคล้องช้าง หมู่ 3 ต.สวนพริก จึงประสานหน่วยกู้ชีพ รพ.พระนครศรีอยุธยา และหน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ด้านหน้าโรงเรียนตำหนักเพนียด ซึ่งมีเสาไม้ซุง หรือเสาตะลุงล้อมรอบ พบนายณรงค์ศักดิ์ เล็กสถาน อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 501/14 หมู่ 9 ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี ถูกงาช้างแทงที่ต้นขาขวาทะลุได้รับบาดเจ็บสาหัส ใกล้กันพบนางอรอุมา เล็กสถาน อายุ 36 ปี ภรรยา ถูกช้างเตะและกระทืบจนร่างกายบอบช้ำนอนหมดสติอยู่ เจ้าหน้าที่รีบนำตัว 2 สามีภรรยาส่ง รพ.พระนครศรีอยุธยา แต่นางอรอุมาเสียชีวิตไปก่อนแล้วเนื่องจากอวัยวะภายในบอบช้ำอย่างหนัก

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายทวีพร กรีโภค อายุ 57 ปี บิดานางอรอุมา ผู้ตาย พร้อมญาติรวม 5 คน เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อค้นหาโทรศัพท์มือถือของบุตรสาวที่ตกหายระหว่างเกิดเหตุ ก่อนเปิดเผยว่า นางอรอุมา บุตรสาวเป็นพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.วังม่วง จ.สระบุรี ก่อนเกิดเหตุได้พาหลาน 2 คน สามีและญาติรวม 7 คนมาเที่ยวไหว้พระใน จ.พระนครศรีอยุธยา และหลานอยากเห็นช้าง จึงพามาดูช้างที่ปล่อยไว้ในเพนียดคล้องช้างและเตรียมอาหารมาให้ช้างด้วย ขณะเกิดเหตุนางอรอุมายื่นมือเข้าไปเพื่อให้อาหารช้างพลายเชือกหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่งายาว แต่ช้างกลับใช้งวงดึงตัวเข้าไปในเสาตะลุง แล้วใช้เท้าเตะและกระทืบจนสลบไป ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของญาติๆ ระหว่างนั้นนายณรงค์ศักดิ์ สามี รีบเข้าไปช่วย ช้างจึงหันมาเอางาแทงถูกต้นขาขวา แล้วใช้งวงจับร่างเหวี่ยงขึ้นสูงกว่าเสาตะลุงจนตกลงมากระแทกพื้น ญาติรีบเข้าไปช่วยดึงทั้ง 2 คนออกจากเสาตะลุง ก่อนแจ้งตำรวจทราบ

“ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงโพล้เพล้ใกล้ค่ำ มีช้างอยู่ในวงล้อมเสาตะลุง 4-5 เชือก ส่วนที่เหลือเดินอยู่รอบๆรวมแล้วเกือบ 100 เชือก แต่หลังเกิดเหตุทราบว่าเจ้าของช้างได้นำช้างเชือกดังกล่าวไปซ่อนแล้ว จนถึงตอนนี้เจ้าของช้างยังไม่เคยมาดูแล หรือติดต่อมาเลย มีเพียงผู้หญิงอ้างเป็นเมียควาญช้างไปเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาล สอบถามว่าอาการเป็นอย่างไรบ้างแล้วรีบกลับไป โดยไม่ได้ช่วยเหลืออะไร สำหรับศพบุตรสาวจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี” นายทวีพรกล่าว

นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวถึงกรณีช้างทำร้ายนักท่องเที่ยวเสียชีวิตและบาดเจ็บที่บริเวณเพนียดคล้องช้าง ว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นที่ส่วนบุคคล ไม่ใช่ลานแสดงโชว์ เจ้าของวังช้างอยุธยาได้ขอเช่าจากทางราชการเพื่อนำช้างมาปล่อยให้พักผ่อนหลังให้บริการนักท่องเที่ยวที่ปางช้างแล้ว ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวเข้าไปจะต้องระมัดระวังตัวเองเพราะไม่มีควาญช้างดูแล ต่อจากนี้จะได้กำชับและตักเตือนเจ้าของช้างให้ระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

ผู้สื่อข่าวสอบถามนายสม (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ควาญช้างชาว จ.สุรินทร์ ซึ่งทำงานอยู่ในวังช้างอยุธยา แล เพนียด ให้ข้อมูลว่า ปกติช้างจะเชื่อฟังควาญช้างที่เลี้ยงดูมาเท่านั้น ถ้านักท่องเที่ยวจะให้อาหารช้างต้องมีควาญช้างคอยดูแลใกล้ๆ อย่าเสี่ยงให้อาหารตามลำพัง หรือปล่อยให้เด็กๆขว้างปาสิ่งของใส่ช้าง เพราะจะทำให้ช้างโกรธ ส่วนสาเหตุที่ช้างทำร้ายนักท่องเที่ยวครั้งนี้ อาจเกิดจากการถ่ายภาพด้วยการใช้แฟลชเนื่องจากเป็นช่วงใกล้ค่ำ แสงแฟลชจะเข้าตาช้างทำให้ช้างโมโหได้ง่าย

ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่ศาลาการเปรียญ วัดแก่งคอย จ.สระบุรี ญาตินำศพนางอรอุมา เล็กสถาน พยาบาลวิชาชีพ รพ.วังม่วง จ.สระบุรี เหยื่อเคราะห์ร้าย ที่ถูกช้างพลายของวังช้างอยุธยา แล เพนียด เหยียบตายที่เพนียดคล้องช้าง จ.พระนครศรีอยุธยา มาตั้งบำเพ็ญกุศล โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ เล็กสถาน สามีของผู้ตาย ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการเข้าช่วยเหลือภรรยา นั่งรถเข็นมารดน้ำศพภรรยาด้วยความโศกเศร้า มีบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิตมาร่วมฟังสวดพระอภิธรรมกันเนืองแน่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด

น.ส.รุ่งศิริ กรีโภค อายุ 25 ปี น้องสาวผู้ตายกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า พี่สาวมีบุตร 2 คน คนโตเป็นหญิงอายุ 8 ขวบ คนเล็กเป็นชายอายุ 4 ขวบ และพี่สาวยังเป็นเสาหลักของครอบครัว หลังเกิดเหตุขณะนำศพมาที่ รพ.พระนครศรีอยุธยา มีชายอ้างตัวเป็นผู้จัดการวังช้างอยุธยา แล เพนียด โทรศัพท์มาบอกตนว่าไม่ต้องห่วง พร้อมจะดูแลรับผิดชอบทุกอย่าง และนัดมาพูดคุยกันในเช้าวันนี้พร้อมกับตำรวจเจ้าของคดี แต่ญาติๆรออยู่ทั้งวันจนถึงค่ำก็ไม่เห็นมีใครติดต่อมา แม้แต่พวงหรีดเคารพศพก็ยังไม่มีเลย อยากขอให้เจ้าของช้างหรือผู้เกี่ยวข้องออกมาพูดคุยกันบ้าง ไม่ใช่เงียบเฉยแบบนี้ หากไม่มีความคืบหน้าใดๆครอบครัวตนจะเดินหน้าขอความเป็นธรรมต่อไป
 
ที่มา :
 www.thairath.co.th