ผู้เขียน หัวข้อ: ไก่โต้งเฝ้าบ้าน แสนรู้ไล่จิกดุ  (อ่าน 479 ครั้ง)

ออฟไลน์ tikky

  • Global Moderator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1985
ไก่โต้งเฝ้าบ้าน แสนรู้ไล่จิกดุ
« เมื่อ: มิถุนายน 05, 2013, 01:20:03 pm »

   

« เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:17:07 AM »
แห่ดูเจ้าปุยฮีโร่ สุนัขช่วยทารก

เฝ้าบ้าน- ไก่โต้งที่นายวิทยากร จันทร์เพ็ญ ชาวบ้าน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านแทนสุนัข เพราะมีนิสัยชอบยืนเฝ้าหน้าบ้านทุกเช้า ส่งเสียงขันและไล่จิกตีคนแปลกหน้าที่เดินผ่านไปมา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.

รุมสดุดี"เจ้าปุย"สุนัขฮีโร่ช่วยชีวิตเด็กทารกแรกเกิดที่อยุธยา นายอำเภอ-กิ่งกาชาดท่าเรือรุดมอบใบประกาศ-ด๊อกแท็กคล้องคอให้ ยกย่องเป็นสุนัขสุดยอดวีรกรรม เผยมีผู้ขอรับอุปการะเด็กแล้ว 5 ราย ขณะเดียวกันก็เตรียมสืบหาแม่ใจร้ายที่นำไปทิ้ง ฮือฮาอีก สัตว์เลี้ยงแสนรู้ เจ้าไก่โต้งเมืองพิมาย ทำหน้าที่เป็นหมาเฝ้าบ้าน เจอคนแปลกหน้าเดินผ่านเป็นไม่ได้ ต้องโก่งคอขัน ไล่จิกตีจนต้องหนีกระเจิง ชาวบ้านเจอกรงเล็บบาดเจ็บไปหลายรายต่างไม่กล้าผ่าน

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ตำบลในเมือง อ.พิมาย จ.นครราช สีมา ว่ามีบ้านหลังหนึ่งเลี้ยงไก่โต้งไว้หน้าบ้าน ซึ่งไก่ตัวดังกล่าวมีพฤติกรรมที่แปลกจากตัวอื่น แต่กลับทำหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้าบ้าน โดยในทุกเช้าไก่ตัวดังกล่าวจะออกมายืนเฝ้าอยู่บริเวณหน้าบ้านพร้อมกับขันเสียงดังตลอดเวลาที่มีคนเดินเข้ามา และเมื่อคนแปลกหน้าเดินมาถึงหน้าบ้านไก่ตัวดังกล่าวก็จะเร่งไล่จิกไล่ตี จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ มีแผลจากการจิกกันหลายคน จนชาวบ้านแถวนั้นไม่มีใครกล้าเดินผ่าน จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบว่าที่บ้านเลขที่ 136 ม.2 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา บ้านของนายวิทยากร จันทร์เพ็ญ อายุ 42 ปี ได้เลี้ยงไก่โต้ง รูปร่างลักษณะตัวใหญ่ มีขนสีเหลืองนวล ยืนโก่งคอขันส่งเสียงอยู่บริเวณหน้าบ้านอยู่จริง ระหว่างนั้นได้มีชาวบ้านในละแวกนั้นเดินผ่านหน้าบ้าน ไก่ตัวดังกล่าวก็ขันส่งเสียงดัง พร้อมทั้งวิ่งไล่จิกไล่ตี จนต้องรีบวิ่งหนีออกไป

นายวิทยากรกล่าวว่า ตนซื้อไก่มาจากตลาดนัด ตอนที่ซื้อมายังเป็นเพียงไก่ตัวเล็กๆ ราคา 3 ตัว 20 บาท แล้วก็เลี้ยงมาจนปัจจุบันไก่ตัวดังกล่าวมีอายุ 3 ปี ส่วนไก่ที่ซื้อมาพร้อมกันอีก 2 ตัวได้ตายไปก่อนหน้านี้ ซึ่งตนได้ทำเล้าไก่เพื่อให้นอนอยู่ภายในเล้า แต่ไก่ตัวดังกล่าวไม่ยอมไปนอนกลับมานอนอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านเป็นประจำ และเมื่อมีคนแปลกหน้าหรือชาวบ้านในละแวกนั้นเดินผ่านหน้าบ้านก็จะมีพฤติกรรมขันส่งเสียงดังออกมา พร้อมทั้งจะวิ่งไล่จิกไล่ตีเมื่อมีคนเดินมาถึงหน้าบ้าน จนทำให้มีชาวบ้านได้รับบาดแผลจากการถูกไก่จิกเป็นจำนวนมาก จนไม่ค่อยมีใครกล้าเดินผ่านหน้าบ้าน

ส่วนความคืบหน้ากรณีสุนัขฮีโร่แสนรู้คาบถุงใส่เด็กทารกแรกเกิดที่ถูกทิ้งมาให้เจ้าของนั้น วันเดียวกัน ที่บ้านพักของนาย กำเหนิด ทองมาก อายุ 39 ปี นางภุมรัตน์ ทองมาก อายุ 35 ปี สองสามีภรรยา เลขที่ 87 ม.1 ต.ศาลาลอย อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของสุนัขฮีโร่เพศผู้ชื่อปุย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ ผกก.สภ.ท่าเรือ นายวันชัย สำรวมจิตร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศาลาลอย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ อบต.ได้เดินทางเข้าเยี่ยม พร้อมมอบเงินสดจำนวนหนึ่งให้เจ้าของบ้านไว้ซื้ออาหารให้เจ้าปุย สุนัขฮีโร่ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ ด.ญ.สุดารัตน์ หรือน้องแนน ทองมาก อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนท่าเรือนิตยานุกูล อ.ท่าเรือ ได้มาช่วยชี้จุดที่พบทารก บริเวณบันไดบ้าน

น้องแนนกล่าวว่า เมื่อตื่นขึ้นได้ออกมาจากห้อง พบเจ้าปุยนั่งเฝ้าถุงพลาสติกสีขาว ขนาดใหญ่ มัดปาก ซ้อนกันอยู่ 2 ชั้นวางพาดอยู่ตรงบันได โดยเจ้าปุยส่งเสียงเห่าเป็นช่วงๆ จึงเปิดถุงออกดู พบว่าด้านในถุงเป็นเด็กทารก ลำตัวมีเลือดแห้งติดตามตัว สายรกยังไม่ได้ตัด ช่วงนั้นรู้สึกตกใจจึงรีบนำเด็กออกจากถุงไปด้วยผ้าเช็ดตัว ก่อนไปเรียกพ่อแม่ลงมาดู ส่วนถุงพลาสติกที่ใส่เด็กมานั้นไม่รู้ว่าสุนัขคาบไปไว้ที่ไหน เนื่องจากกำลังให้ความสนใจแต่กับตัวเด็ก เนื่องจากเด็กทารกยังมีลมหายใจอยู่ ลำตัวเด็กเริ่มมีสีคล้ำ พ่อกับแม่จึงได้แจ้งหน่วยกู้ภัยอยุธยารวมใจให้ช่วยแจ้งโรงพยาบาลท่าเรือมารับเด็กไปรักษา ช่วงที่ถุงพลาสติกวางอยู่บนบันไดลักษณะคอของเด็กพาดอยู่บนบันได ถึงเวลานี้ยังอยากได้เด็กมาเป็นน้องสาวเพราะสงสารเป็นเด็กที่กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่แรกเกิด

พ.ต.อ.จิตเกษมเปิดเผยว่า ได้มาดูและสอบถามพ่อแม่ของเด็กถึงรายละเอียดต่างๆ ในช่วงที่พบเด็ก และดูจากน้องแนนที่ได้ชี้จุดที่สุนัขนั่งเฝ้าถุงพลาสติก ดูแล้วน่าจะมีคนที่นำถุงทารกแรกเกิดมาวางทิ้งไว้ อาจจะเข้ามาทางหลังบ้านซึ่งเป็นป่า และบังเอิญสุนัขไปพบ แล้วคาบมาหรืออาจจะมีคนนำมาวางทิ้งไว้ที่บันไดบ้านแล้วสุนัขเห็นจึงได้มานั่งเฝ้าเพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขตัวอื่นมากัด ส่วนในเรื่องคดีได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวให้ได้มากที่สุด เพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้ ประกอบกับได้สอบถามชาวบ้านมีผู้ได้ยินเสียงหมาเห่าในช่วงตี 4 กว่าๆ ต้องหาผู้กระทำผิดให้ได้ เพราะเป็นคดีเกี่ยวกับการพรากเด็ก

เชิดชู- นางศศิธร ปิ่นนิกร นายกกิ่งกาชาด อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา มอบใบประกาศเกียรติบัตรให้กับ "เจ้าปุย" สุนัขฮีโร่ที่ช่วยชีวิตเด็กทารกแรกเกิดไว้ได้ พร้อมติดล็อกเกตรูป เจ้าปุยให้ที่ปลอกคอด้วย เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.

นายวันชัยเปิดเผยว่า ทางอบต.ได้มีการประชุมกันถึงเรื่องนี้ พร้อมที่จะยกย่องเจ้าปุยสุนัข ให้เป็นฮีโร่ของชาว ต.ศาลาลอย และชาวอำเภอท่าเรือ เบื้องต้นได้มอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อซื้ออาหารเลี้ยงเจ้าปุย หากขาดเหลือยินดีที่จะเข้าไปช่วยเหลือได้ตลอดเวลา

นายกำเหนิด เจ้าของสุนัข เปิดเผยว่าได้ปรึกษากับครอบครัวและพ่อแม่แล้ว ยินดีรับเด็กไว้เลี้ยงเพราะเชื่อว่าเด็กมีบุญจะส่งเสริมให้ครอบครัวของตนมีความเจริญได้ รู้สึกสงสารเด็กมากส่วนที่มีคนพูดถึงเกี่ยวกับลูกสาวต่างๆ นานา คนในครอบครัวของตนรู้ดีว่าลูกสาวประพฤติตัวอย่างไร เป็นคนดีช่วยเหลือพ่อแม่ทำงาน ตั้งใจเรียน อยู่กับพ่อแม่ตลอดเวลา ตนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ เพื่อความกระจ่างของลูกสาว คนเราต่างจิตต่างใจย่อมพูดกันไปเรื่อยไม่ติดใจ เอาเวลาไปทำมาหากินดีกว่า และเลี้ยงเจ้าปุย เพราะเป็นสุนัขที่ฉลาดและจิตใจดี เพียงแต่เจ้าปุยนั่งเฝ้าถุงพลาสติกถือว่าเป็นฮีโร่แล้ว หากเป็นสุนัขอื่นเห็นอาจจะกัดกินก็ได้

นายช้อย ทองมาก อายุ 62 ปี ปู่น้องแนน เล่าว่า เจ้าปุยเกิดเมื่อหลังน้ำท่วมปี 2554 ได้ 2 ปีกว่า เป็นสุนัขที่ไม่ดุ ไม่กัดใคร มีเห่าบ้าง ชอบคาบสิ่งของไปทั่ว ชอบกินน้ำตาล ไก่ย่าง ปลาทู ต้มจืด เชื่อว่าวันเกิดเหตุน่าจะคาบถุงมาวางไว้ที่บันไดบ้าน

ต่อมาในช่วงบ่าย นายวิทิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ และนางศศิธร ปิ่นนิกร นายกกิ่งกาชาดอำเภอท่าเรือ พร้อมคณะได้เดินทางมาที่บ้านของครอบครัวของสุนัขฮีโร่ พร้อมมอบใบประกาศเกียรติบัตรให้เจ้าปุย ฮีโร่ในใจคนท่าเรือ ที่ก่อวีรกรรมช่วยชีวิตเด็กทารกแรกเกิดไว้ได้ โดยขอให้ฮีโร่ปุย และเจ้าของมีความสุขมีผู้อุปถัมภ์ค้ำชูตลอดไป ลงชื่อนายอำเภอและนายกกิ่งกาชาด พร้อมติดล็อกเกตที่คอเจ้าปุยด้วย

นายวิทิตเปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบไปที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ทราบว่าอาการของเด็กปลอดภัย แต่ยังอยู่ในตู้อบและใช้เครื่องช่วยหายใจ ภายในไม่เกิน 2 อาทิตย์จะรับเด็กมาไว้ที่โรงพยาบาลท่าเรือเพื่ออนุบาลต่อไป ขณะนี้มีชาวต่างชาติยื่นความจำนงขอเลี้ยงดูเด็กแล้วจำนวน 5 ราย รวมทั้งเจ้าของบ้านที่พบเด็กด้วย โดยให้ลงชื่อกันไว้ก่อนจะต้องปรึกษากับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งผลคดีจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนเจ้าสุนัขฮีโร่หรือเจ้าปุย ซึ่งขณะนี้ได้ร่วมกันตั้งชื่อใหม่ว่า "คาบทอง" ให้ เจ้าปุยเป็นสุนัขที่ไม่ดุร้าย ฟังรู้เรื่อง เป็นสุนัขพันธุ์บางแก้วผสมพันธุ์ไทย ลักษณะหูตั้ง ถือว่าซื่อสัตย์ ทางอำเภอได้มอบเกียรติบัตรไว้พร้อมกับยกย่องเจ้าของสุนัขเป็นผู้ที่เลี้ยงสุนัขได้ดี

"ขอเตือนสติพ่อแม่ของเด็กที่ใจแตกให้มีสติและคิดก่อนการนำเด็กมาทิ้ง เป็นความผิดทางอาญา หากมีปัญหาให้มาปรึกษาได้กับกิ่งกาชาด ไม่ใช่นำเอาเด็กมาทิ้งไว้ ขณะนี้ผมได้ตั้งชื่อว่า ด.ญ.สุทธิรักษ์ ส่วนนายกกิ่งกาชาดได้ตั้งชื่อว่าพบพันธุ์บุญ โดยทั้ง 2 ชื่อจะให้ประชาชนได้ร่วมคัดเลือกชื่อใดชื่อหนึ่ง วันนี้ได้เรียกกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งอำเภอโดยมอบหมายให้ผู้นำท้องถิ่นทุกหมู่บ้านออกสำรวจว่าในหมู่บ้านใดมีใครตั้งท้องหรือไม่ก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังโรงงานต่างๆ เจ้าของหอพัก ให้ช่วยตำรวจหากพบหรือข้อสงสัย เกี่ยวกับใครให้แจ้งไปที่อำเภอท่าเรือหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ" นายวิทิตกล่าว