ผู้เขียน หัวข้อ: รับเสด็จในหลวง-ราชินี"ทรงพระเจริญ"ดังกึกก้อง  (อ่าน 423 ครั้ง)

ออฟไลน์ bigpoint

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 854





   
รับเสด็จในหลวง-ราชินี"ทรงพระเจริญ"ดังกึกก้อง
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:55:45 AM »












เสียงทรงพระเจริญ ดังกึกก้อง พสกนิกรชาวไทย พร้อมใจ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ หลังทราบข่าวดี ทั้งสองพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน ประทับ พระราชวังไกลกังวล

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณริมถนนบวรสถานพิมุข หน้าอาคารศรีสังวาลย์ ภายในรพ.ศิริราช มีประชาชนจำนวนมาก ทยอยเดินทางมาเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภายหลังทราบข่าวมหามงคลว่า ทั้งสองพระองค์จะเสด็จออกจากรพ.ศิริราช ในเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันนี้ เพื่อเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยต่างก็นำเสื่อ หรือแผ่นพลาสติก มาเป็นที่รองนั่ง  พร้อมกับชูธงพระปรมาภิไธยย่อ และพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยสำนึกในความจงรักภักดี ขณะเดียวกันที่ศาลา 100 ปี รพ.ศิริราช ได้เปิดให้มีการถวายพระพรเป็นวันสุดท้าย

สำหรับเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินพระราชวังไกลกังวล พ.ต.ท.ฤทธี วิเศษคามินทร์ รอง ผกก.จร.สน.บางกอกน้อย เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี จะเสด็จออกจากโรงพยาบาลศิริราชเวลา 16.00 น. ประตูท่าน้ำพรานนก ก่อนเลี้ยวขวาเข้าถนนอรุุณอัมรนทร์ ถึงแยกอรุณอัมรินทร์เลี้ยวขวาถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แล้ววนขึ้นทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ไปลงวงแหวนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าถนนพระราม 2 ใช้ถนนพระราม 2 ออกไปยังจังหวัดสมุทรสาคร

พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เผยว่า หลังประชาชนทราบข่าวว่าเส้นทางเสด็จฯจะผ่าน อ.เมืองสมุทรสาคร ด้วย ต่างพร้อมใจ รอรับเสด็จ กันจำนวนมาก โดนในพื้นที่รับผิดชอบ ของอ.เมืองสมุทรสาคร บนเส้นทางเสด็จ ถนนพระราม 2 ตั้งแต่สุดเขต สน.แสมดำ กม.ที่ 14 ถึง กม.ที่ 36 พื้นที่ บางคอรัด ยาวประมาณ 20 กม. ซึ่งจะมีการเรียกกำลังตำรวจประมาณ 200 นาย เวลา 13.00 น.เพื่อช่วยเหลือดูแลตลอดเส้นทาง ไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง หรือน้ำท่วมขัง พร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมเฝ้ารับเสด็จด้วย

ส่วนที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังที่ประชาชนทราบข่าวดังกล่าว ทุกหน่วยงานได้เตรียมความพร้อมต้อนรับเสด็จกันอย่างคึกคัก โดย นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลได้นำเจ้าหน้ากองช่างมาทำความสะอาดถนนเพชรเกษมและตบแต่งสถานที่หน้าวังไกลกังวลอย่างสมพระเกียรติ มีการประดับธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ ตั้งแต่ท่าอากาศยานหัวหิน ตลอดเส้นทางเสด็จไปจนถึงวังไกลกังวล พร้อมประดับไฟหลากสีอย่างสวยงามในเวลาค่ำคืน นอกจากนี้ตามสถานที่ราชการต่างๆ วัดวาอาราม สถานศึกษาก็มีการตกแต่งสถานที่ต้อนรับพระองค์ท่านอย่างสวยงามตลอดรายทาง

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล ผกก.สภ.หัวหิน ได้เตรียม ตร.จร.หลายร้อยนายคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและที่สำหรับจอดรถให้กับประชาชนนับหมื่นคนที่มารอรับเสด็จ

ส่วนบรรยากาศภายในตัวเมืองหัวหินคึกคัก เต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างเดินทางมาเฝ้ารอรับเสด็จทุกสารทิศ โดยในวันนี้ทางเทศบาลเมืองหัวหิน ได้เชิญชวนประชาชนสวมเสื้อสีชมพูและสีฟ้า และเตรียมเทียนชัยไว้ 1 หมื่นเล่ม เพื่อให้พสกนิกรได้จุดเทียนชัยถวายพระพรขณะขบวนล้นเกล้าทั้ง 2 พระองค์เสด็จผ่านด้วย



กระทั่งเวลา 16.25 น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จลงจากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ไปยังชั้นใต้ดินเพื่อประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับไปพักผ่อนพระราชอิริยาบถ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระยะเวลาหนึ่งตามคำกราบบังคมทูลของคณะแพทย์ฯ


          ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอยู่ในฉลองพระองค์สูทสีโอรส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอยู่ในฉลองพระองค์ผ้าไหมสีฟ้าลายดอกไม้ ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ พระพักตร์แจ่มใสเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ทั้งสองพระองค์ทรงแย้มพระสรวล และโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนที่มาเฝ้าส่งเสด็จอย่างเนืองแน่นตลอดสองข้างทางเสด็จตั้งแต่ด้านหลังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ผ่านตึกอานันทราช เลี้ยวขวาผ่านตึกสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราช หอประชุมราชแพทยาลัย ตึกอำนวยการ และเสด็จพระราชดำเนินออกทางประตูท่าเรือวังหลัง โดยรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านอย่างช้าๆ เพื่อให้ประชาชนชื่นชมพระบารมีของทั้งสองพระองค์อย่างใกล้ชิด


          พสกนิกรทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งคณะแพทย์และพยาบาลที่พร้อมใจกันมาส่งเสด็จอย่างคับคั่งต่างเปล่ง "เสียงทรงพระเจริญ" และร้องเพลงสดุดีมหาราชาดังกึกก้องยาวนาน พร้อมโบกธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ ภปร. และสก. ปลิวไสว และทูนพระบรมฉายาลักษณ์ไว้เหนือหัว หลายคนเมื่อได้เห็นว่าทั้งสองพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงต่างมีความสุขและน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความปลื้มปิติ


          ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ท่านแข็งแรงถึงได้เปลี่ยนพระอิริยาบถได้ และพี่น้องประชาชนได้มาเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดได้เห็นพระพักตร์ที่แจ่มใส ทางกทม.ก็มีการเร่งดำเนินการในเรื่องของโยธาต่างๆให้เสร็จก่อนท่านจะเสด็จพระราชดำเนิน


ด้านนางสาวจินดาภา เทวกุล ณ อยุธยา กล่าวว่า ปลื้มใจและรู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสมาส่งเสด็จวันนี้ เห็นพระพักตร์ท่านแจ่มใสแล้วชื่นใจ วันนี้หลังที่รับปริญญาเสร็จก็รีบกลับมาส่งเสด็จที่โรงพยาบาลศิริราช ดีใจที่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ และก็ได้เห็นพระบรมโอรสาธิราชในวันเดียวกัน

ด้านนางสาวลออ ลัดดากลม อายุ 81 ปี ชาวสมุทรปราการ กล่าวด้วยน้ำตาไหลอาบแก้มว่า พอทราบข่าวว่าทั้งสองพระองค์จะเสด็จฯ กลับวังไกลกังวล ดีใจมาก รีบออกจากบ้านมาส่งเสด็จ อยากชื่นชมบารมีของทั้งสองพระองค์ โดยเฉพาะสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ระยะหลังไม่ได้เห็นพระองค์เลย และเมื่อได้มาเฝ้าวันนี้ ได้เห็นทั้งสองพระองค์ทรงแข็งแรงมาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระสิริโฉมและทรงแข็งแรงมาก รู้สึกหายเป็นห่วง วันนี้มีความสุขมากๆ ขอถวายพระพรให้ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ อยู่เป็นมิ่งขวัญของคนไทยตราบนานเท่านาน


          สำหรับเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินจากโรงพยาบาลศิริราช ไปพรานนก ผ่านแยกอรุณอมรินทร์ ขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ขึ้นทางยกระดับคู่ขนานลอยฟ้า และลงทางยกระดับฉิมพลี บรมราชชนนีกาญจนาภิเษก ผ่านถนนพระราม 2 เพชรเกษม


เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังแจ้งว่าในส่วนของการถวายพระพร ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ปิดถวายพระพร



ศ.คลีนิค นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก่อนหน้านี้ว่า โดยรวมแล้วพระอาการดีขึ้นมาก ทรงมีพระราชประสงค์แปรพระราชฐาน ไปประทับที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถให้ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรงยิ่งขึ้น อีกทั้งให้ทรงพระสำราญ ส่วนพระอาการของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นั้น โดยรวมแล้วพระอาการดีขึ้น ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง สามารถพระดำเนินได้ดี แต่เพื่อความไม่ประมาททางรพ.ศิริราช ได้จัดทีมแพทย์ และพยาบาลที่ถวายการรักษาทั้งหมด ติดตามไปถวายการดูแล พร้อมกับเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ไว้ที่วังไกลกังวล และที่รพ.หัวหินไว้พร้อมแล้ว

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ รพ.ศิริราช เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2552 โดยสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2552 ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระปรอท (เป็นไข้) และมีพระอาการอ่อนเพลีย ตลอดจนเสวยพระกระยาหารได้น้อยลง คณะแพทย์จึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ  รพ.ศิริราช เพื่อตรวจหาสาเหตุ พร้อมกับถวายการรักษาด้วยน้ำเกลือทางหลอดพระโลหิต ร่วมกับยาปฏิชีวนะ

ในวันนั้น เหล่าพสกนิกรชาวไทยต่างห่วงใยในพระอาการประชวรจึงพร้อมใจกันเดินทางมาติดตามพระอาการประชวรที่รพ.ศิริราชอย่างเนืองแน่น ทั้งจากกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงต่างประเทศ เพื่อถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์

ตลอดระยะเวลาที่ประทับ ณ  รพ.ศิริราช มิได้ทรงว่างเว้นจากการทรงงาน ยังทรงติดตามการดำเนินงานของโครงการพระราชดำริต่างๆ อาทิ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เข้าเฝ้าฯ ถวายรายงาน พร้อมมีรับสั่งว่า "อยู่โรงพยาบาลมา 3 ปีไม่ได้ไปไหน แต่ถ้าได้ไปไหนบ้างก็จะช่วยได้บ้าง ถ้าออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่ก็คงจะช่วยได้มากกว่านี้"

นอกจากนี้ เมื่อมีพระวรกายแข็งแรง พระองค์จะทรงเปลี่ยนพระอิริยาบทในสถานที่ต่างๆ อาทิ  รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ สถานตากอากาศบางปู เป็นต้น โดยทรงมีสีพระพักตร์แจ่มใส ทรงแย้มพระสรวล โบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน สร้างความปลื้มปิติให้กับประชาชนที่เฝ้าฯ รับเสด็จเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ รพ.ศิริราชเพื่อถวายการดูแลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิดด้วย

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2555 สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ว่า เมื่อเช้ามืดของวันที่ 21 ก.ค. 2555 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระดำเนินออกพระกำลัง ทรงรู้สึกเวียนพระเศียร และทรงเซเล็กน้อย แต่ทรงรู้สึกพระองค์ดี รับสั่งได้ คณะแพทย์จึงถวายการตรวจพระวรกาย ตรวจพระสมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก พบว่ามีการขาดเลือดเล็กน้อยที่พระสมองส่วนหลังด้านขวา ไม่พบพระโลหิตออกในพระสมอง คณะแพทย์จึงขอพระราชทานพระราชานุญาตถวายพระโอสถทางหลอดพระโลหิต และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอให้งดพระราชกิจชั่วระยะเวลาหนึ่ง

พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างเป็นกังวลและห่วงใยในพระสุขภาพของทั้งสองพระองค์จึงพร้อมใจกันมาถวายพระพร ต่างนำแจกันดอกไม้ ผลไม้ พระพุทธรูป รวมทั้งของดีประจำท้องถิ่น และประจำจังหวัดจากทั่วประเทศ มาทูลเกล้าฯ ถวายทั้งสองพระองค์ไม่ขาดสายและต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน รวมทั้งในทุกวันอาทิตย์ เหล่าพุทธศาสนิกชนต่างพร้อมใจกันมาสวดมนต์ถวายพระพรให้ทั้งสองพระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์อยู่เป็นมิ่งขวัญของประชาชนชาวไทยไปตราบนานเท่านาน

จนกระทั่งถึงวันที่เสด็จออกจากรพ.ศิริราชกลับไปประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะเวลาประทับ ณ รพ.ศิริราช ของทั้งสองพระองค์ ประมาณ 3 ปี 10 เดือน โดยมีแถลงการณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ รพ.ศิริราช รวมทั้งหมด 65 ฉบับ และแถลงการณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระประชวรขณะประทับ ณ รพ.ศิริราช รวมทั้งหมด 14 ฉบับ.