ผู้เขียน หัวข้อ: ชมโลกใต้ทะเลอ่าวพร้าว-เปิดใจนักประดาน้ำหญิง  (อ่าน 410 ครั้ง)

ออฟไลน์ beebee

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1550
    • อีเมล์

   
ชมโลกใต้ทะเลอ่าวพร้าว-เปิดใจนักประดาน้ำหญิง
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:11:30 AM »
 
 
ครบหนึ่งสัปดาห์พอดี สำหรับเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลจากท่อรับน้ำมันดิบของบริษัท พีทีที โกบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รั่วกลางทะเล บริเวณพื้นที่อำเภอเมืองระยอง ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุด ทางตะวันออกเฉียงใต้ 20 กม. และคราบน้ำมันยังไหลตามกระแสน้ำไปลอยเหนือพื้นที่อ่าวพร้าว เกาะเสม็ดเพียงหนึ่งวันให้หลัง
จากนั้น หลังจากที่ใช้เวลา บวกกับกำลังแรงกายจากอาสาสมัคร ทั้งเจ้าหน้าที่ ปตท.และนาวิกโยธินจากทัพเรือภาคที่ 1 จนถึงวันนี้ คราบน้ำมันบนหาดพร้าว แทบจะหายไปเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงการขนย้ายบิํ๊กแบ๊กบรรจุน้ำมันและทรายบนเปื้อนคราบน้ำมันที่ต้องทยอยขนออกนอกเกาะ

การขจัดคราบน้ำมันเป็นเพียงหนึ่งในภารกิจที่จะต้องทำให้สำเร็จจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ แต่ความกังวลที่ตามมาคือ ปัญหาสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะทรัพยากรทางทะเลจะถูกทำลายและเสียหายไปมากน้อยแค่ไหน
ทีมข่าว "ไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสร่วมเดินทางกับทีมนักประดาของชมรมดำน้ำ PTTGC ที่อาสามาร่วมสำรวจโลกใต้ทะเลรอบๆ อ่าวพร้าว พร้อมๆ กับทีมงานของกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ ที่นำเรือตรวจการณ์ขนาดเล็ก ตระเวนเก็บตัวอย่างน้ำและอากาศ รอบๆ อ่าวพร้าว เพื่อนำไปพิสูจน์ว่ามีสารเคมีที่ทำลายสภาพแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน

หลายวันมานี้ นักประดาน้ำเริ่มปฏิบัติหน้าที่ดำลงไปใต้ท้องทะเลใกล้ชายหาดอ่าวพร้าว ที่ระดับความลึก 8-10 เมตร โดยเรือจะเลือกนำพวกเขาไปหย่อนตรงจุดที่มีสัตว์น้ำอาศัยอยู่มาก แต่ละจุดจะใช้น้ำประดา 2 คน ลงไปถ่ายภาพใต้น้ำ เพื่อสำรวจความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอ่าวพร้าว วันที่เราไป เราพบกับนักประดาน้ำ 7 ชีวิต ในจำนวนนี้มีผู้หญิงอยู่ 3 คน พวกเธอเป็นพวกจิตอาสา มาจากชมรมดำน้ำของ PTTGC

ปัญนีนุช อัมระรงค์ ประธานชมรมดำน้ำของ พีพีทีจีซี เล่าให้ฟังว่า ไม่รู้สึกกลัวสารพิษ หรือคราบน้ำมัน เธอตัดสินใจดำดิ่งลงใต้ทะเลพร้อมกล้องบันทึกภาพใต้น้ำ เพราะจิตสำนึกของความเป็นคนไทยและความหวงแหนในโลกใต้ท้องทะเล ทำให้เธออาสามาทำงานนี้แม้จะร้อน และลำบากบ้าง แต่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเธอ

"ไม่กลัวค่ะ เราดำน้ำเก็บตัวอย่างน้ำเพียงเวลาสั้นๆ และสารพิษเองก็ไม่ได้มากมายรุนแรงอย่างที่เป็นข่าวลงไปครั้งหนึ่ง 15-20 นาที ขึ้นมาก็ไม่เป็นอะไร ทำมาหลายวันแล้ว" ปัญนีนุช กล่าว

ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.เป็นต้นมา ทุกๆ วัน เหล่านักประดาน้ำหญิงและเพื่อนร่วมชมรม จะลงไปดำน้ำสำรวจความเป็นไปของใต้ทะเลอ่าวพร้าววันหนึ่งอย่างน้อย 3 ไดฟ์ สิ่งที่พวกเธอสัมผัสและบันทึกภาพเอาไว้ เห็นได้ชัดว่า สิ่งมีชีวิต หรือเหล่าสัตว์ทะเล ยังอยู่กันอย่างดี ใช้ชีวิตของพวกมันตามปกติ ไม่พบปลาตาย หรือมีปะการังที่เปื้อนคราบน้ำมัน แถมรอบนี้ยังจับปูตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ใต้น้ำขึ้นมาโชว์สื่อมวลชนด้วย


แต่พวกเขาเหล่านี้ ยอมรับว่าการสำรวจรอบนี้เป็นเพียงการประเมินในระยะสั้น ยังคงต้องเฝ้าติดตามต่อไปว่า โลกใต้น้ำ ทรัพยากรทางทะเลจะถูกน้ำมันและสารเคมีที่ใช้ขจัดคราบน้ำมัน ทำลายระบบนิเวศน์ในระยะยาวหรือไม่ นอกเหนือจากบรรดานักประดาน้ำ ที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในเรือลำเดียวกันแล้ว ยังเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ ที่นำอุปกรณ์มาเก็บตัวอย่างน้ำในทะเล ที่ความลึกระดับ 1-2 เมตร กลับไปพิสูจน์ถึงความปลอดภัยด้วย เช่นเดียวกับการนำเครื่องมือตรวจวัดมลพิษทางอากาศ เพื่อพิสูจน์ถึงสภาพแวดล้อมรอบๆ อ่าวพร้าว ว่าเหมาะแก่การอยู่อาศัยของมนุษย์และสัตว์น้ำหรือไม่


ผลการพิสูจน์ต่างๆ จะทราบผลในราวๆ 7 วัน หลังจากนั้น จะได้ทราบว่า การฟื้นฟูอ่าวพร้าวที่หาดทรายที่เคยขาวสะอาด น้ำทะเลสีฟ้าคราม ความอุดมของทรัพยากรใต้ท้องทะเล จะกลับคืนมาได้อย่างไรและเมื่อไร ส่วนชายกลุ่มนี้ที่กำลังพักผ่อน หลังจากเก็บกู้คราบน้ำมันมาตลอดวัน แม้พวกเขาจะเป็นพนักงานของพีพีทีจีซีที่ต้องทำตามหน้าที่ แต่พวกเขาก็ทุ่มเทแรงกายและใจเพื่อให้ชายหาดที่คนไทยภาคภูมิใจกลับมาสู่สภาพเดิมอีกครั้งโดยเร็วที่สุด กล่าวให้ความมั่นใจกับนักท่องเที่ยวว่า

"พวกผมก็เหนื่อยนะ ทำงานกลางแดดทั้งวัน บางวันฝนก็ตกด้วย แต่อยากให้ชายหาดกลับมาเป็นปกติโดยเร็วเพื่อคนไทยทุกคน"...

 

ที่มา :
 www.thairath.co.th