ผู้เขียน หัวข้อ: เชบีเฉียดไทย เตือนจว.เหนือ  (อ่าน 386 ครั้ง)

ออฟไลน์ bigpoint

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 854
เชบีเฉียดไทย เตือนจว.เหนือ
« เมื่อ: สิงหาคม 06, 2013, 08:33:42 pm »

   
เชบีเฉียดไทย เตือนจว.เหนือ
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:42:42 AM »
แม่สอดอพยพ หนีภัยดินถล่ม



ลดแล้ว - สภาพน้ำท่วมในพื้นที่ จ.พังงา เริ่มลดระดับลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าวัดย่านยาว อ.ตะกั่วป่า แม้จะมีน้ำท่วมผิวจราจรอยู่บ้าง แต่รถยนต์เล็กสามารถสัญจรผ่านไปมาได้แล้ว เมื่อวันที่ 4 ส.ค.

พายุเชบีอ่อนแรง กลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่เมื่อรวมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทำให้ฝนตกหนัก อุตุฯเตือน 8 จังหวัดทั้งเหนือกลางใต้ เฝ้าระวัง ที่ลำพูนแจ้งเตือนประชาชนตามที่ราบลุ่ม 4 ลำน้ำระวังน้ำป่า และดินโคลนถล่ม ที่ตาก ตลิ่งลำน้ำเมยสไลด์บ้านพัง 10 หลัง ต้องอพยพวุ่น ส่วนที่พังงา น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย แต่ชาวบ้านยังเดือดร้อนขาดประปา-ไฟฟ้าใช้ รมต.ชัชชาติลงพื้นที่จ.ตรัง สั่งระดมกำลังซ่อมสะพานที่ถูกน้ำ ซัดขาด



เมื่อวันที่ 4 ส.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเกี่ยวกับพายุดีเปรสชั่น เชบี ว่า พายุดังกล่าวอ่อนกำลังกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ปกคลุมประเทศพม่าตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคเหนือ ภาคกลางด้านตะวันตก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในจังหวัด จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ตาก กาญจนบุรี ระนอง พังงา และภูเก็ต ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนทะเลอันดามันตอนบนยังคงมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะนี้ไว้ด้วย



นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าพายุเชบีอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมอยู่บริเวณเมือง เชียงตุง ประเทศพม่า ถือว่ายังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้มีฝนตกหนักและมีฝนตกหนักบางแห่ง ทางศูนย์จึงออกประกาศแจ้งเตือนจังหวัดทางภาคเหนือให้ระมัดระวังภัยอันตรายจากสภาวะน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจ.เชียงใหม่ เชียงราย ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน ให้ระวังภัยดังกล่าวไว้ด้วย



นายวิชัย ตินโนเวศ ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยา จ.ลำพูน กล่าวเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนัก จากผลกระทบของพายุโซนร้อน ?เชบี? ระหว่างวันที่ 3-5 ส.ค.นี้ ว่า เพื่อป้อง กันและแก้ไขปัญหา อันเกิดจากสภาวะดังกล่าว ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิต ทรัพย์สิน และผลผลิตทางการเกษตรของประชาชน จึงขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำ ที่ลาดเชิงเขาและบริเวณพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยของจังหวัด ระมัด ระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติ อันเกิดจากฝนตกหนัก แม่น้ำสายต่างๆ ทั้ง 4 สายในจังหวัด คือ น้ำปิง น้ำกวง น้ำลี้ และน้ำแม่ทา หากมีน้ำสีแดง หรือเหลืองขุ่น ไหลเชี่ยวแรง อาจทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ควรอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย ทั้งคน และสัตว์เลี้ยง ส่วนในช่วงระยะเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่ใช้เครื่องมือสื่อสารและโทรศัพท์มือถือ ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานในที่โล่งแจ้ง ขณะที่มีฝนฟ้าคะนอง



นายวิชัยกล่าวว่า จ.ลำพูน ตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และดินโคลนถล่ม ที่ศาลากลาง จ.ลำพูน และที่ว่าการอำเภอ 8 อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 57 แห่ง เพื่อป้องกันเหตุอุทกภัย ดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ โดยจังหวัดสำรวจพบหมู่บ้านที่เสี่ยงภัยต่ออุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม 328 หมู่บ้าน โดยเฝ้าระวังการเตือนภัย และเตรียมอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยแก่ประชาชนในหมู่บ้านเสี่ยงภัย



ที่จ.นครราชสีมา จากกรณีที่น้ำล้นตลิ่งในเขตอ.พิมาย จ.นครราชสีมา ส่งผลให้ต้นข้าวที่อยู่ริมคลองชลประทานเกิดรากเน่า จากการจมน้ำกว่า 300 ไร่ เกษตรกรต้องเร่งฉีดยาฆ่าเชื้อราไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆ ขณะเดียวกันเกษตรกรบางส่วนที่อยู่ห่างออกจากคลองชลประทานออกไป สามารถกักเก็บน้ำใช้เพื่อการเกษตรได้



ผลจากการที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในจังหวัดนครราชสีมา ยังทำให้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 5 แห่ง ในจ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำไหลลงอ่าง เฉลี่ย 4.4 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 36 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บทั้งหมด ได้แก่ อ่างเก็บน้ำ ลำตะคอง มีปริมาณน้ำ 74 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 23.56 ของความกจุกกักเก็บ อ่างเก็บน้ำมูลบน มีปริมาณน้ำ 45 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 31.95 ของความจุกักเก็บ อ่างเก็บน้ำลำแชะ มีปริมาณน้ำ 120 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 43.96 ของความจุกักเก็บ อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง มีปริมาณน้ำ 29 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น ร้อยละ 27.02 ของความจุกักเก็บ และอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ มีปริมาณน้ำ มีปริมาณน้ำ 50 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 51.37 ของความจุกักเก็บ



ที่จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนตกหนักติดต่อหลายวัน และมีน้ำป่าไหลหลากที่ อ.แม่สอด จ.ตาก นายสุวิทย์ ลังกาวงศ์ ส.อบจ.ตาก เขต 4 อ.แม่สอด รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดดินยุบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำเมย บ้านใหม่ริมเมย หมู่ที่ 10 ต.แม่กาษา อ.แม่สอด ติดชายแดนไทย-พม่า จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่ามีบ้านเรือนของชาวบ้าน 10 หลัง ที่ปลูกสร้างอยู่ติดริมตลิ่งแม่น้ำเมย มีดินแนวรอยแยกจากแม่น้ำเมยเป็นเส้นทางยาวผ่านเข้าใต้ถุนบ้านประมาณ 5 เมตร ซึ่งทำให้บ้านเรือนของราษฎรพังทลาย มีกลุ่มชาวบ้านหลายหลังพยายามขนย้ายออกจากพื้นดังกล่าว



นายสุวิทย์กล่าวว่า จากรอยแยกของแม่น้ำเมยทำให้ฐานของเสาบ้านไม่สามารถที่จะรองรับน้ำหนัก บ้านอาจจะพังทลายลงได้ ชาวบ้านจึงรื้อถอนไปแล้ว 2 หลัง นอกจากนี้ตรวจสอบพบดินสไลด์ริมตลิ่งแม่น้ำเมยของฝั่งไทยยาว ประมาณ 10 กิโลเมตร และมีแนวโน้มดินจะสไลด์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากให้หน่วยงานทุกภาคส่วนรวมถึงภาครัฐลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนด้วย



ส่วนที่จ.หนองคาย สภาพอากาศโดยทั่วไปมีเมฆฝนปกคลุมทั่วบริเวณ ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ อยู่ที่ 9.94 เมตร แต่ยังถือว่ามีระดับที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเดียวกัน และยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย เนื่องจากระดับตลิ่งในจังหวัดหนองคาย สามารถป้องกันระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ถึง 12 เมตร



อย่างไรก็ตามถึงแม้สถานการณ์ระดับน้ำโขงจะต่ำ ชาวบ้านก็ยังกังวลอยู่เนื่องจากเกรงว่าประเทศจีนอาจระบายน้ำออกจากเขื่อนเพราะได้รับผลกระทบจากพายุหลายลูกจนทำให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งหากจีนปล่อยน้ำออกจากเขื่อนปริมาณมากๆ อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำโขง รวมทั้งจังหวัดหนองคายด้วย



ส่วนที่จ.พังงา นายชัยณรงค์ มหาแร่ นายกเทศมนตรีเมืองตะกั่วป่า เผยว่าระดับน้ำที่ท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองตะกั่วป่า จ.พังงา เริ่มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าวัดนิกรวราราม หรือวัดย่านยาว ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่จะเดินทางไปจังหวัดภูเก็ต และกทม. ปริมาณน้ำเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว แม้จะมีฝนตกหนักประปรายลงมาก็ตาม ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวสัญจรได้อย่างปลอดภัยแล้ว ขณะที่ระดับน้ำที่ท่วมขังบริเวณรอบนอกเขตเทศบาลเมืองตะกั่วป่า เช่น ในตำบลโคกเคียน บางนายสี และตำบลบางไทร ก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน แม้บางจุดระดับน้ำยังท่วมสูงกว่า 1 เมตรก็ตาม



สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ต.รมณีย์ อ.กะปง จ.พังงา ซึ่งเคยท่วมสูงเฉลี่ยเกือบ 2 เมตร รวมทั้งพื้นที่น้ำท่วมใน อ.ตะกั่วทุ่ง ทับปุด ท้ายเหมือง และ อ.เกาะยาว ระดับน้ำลดลงจนกลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีประชาชนจำนวนมาก เดือดร้อนจากกรณีที่น้ำประปา และไฟฟ้าถูกตัดขาดทั้งหมด ใช้การไม่ได้ รวมทั้งถนนและสะพานอีกหลายแห่งก็ได้รับความเสียหาย โดยยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือซ่อมแซม



ที่จ.ตรัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม และคณะ เดินทางตรวจสอบสภาพถนนสายตรัง-กันตัง ตั้งแต่ ต.บางเป้า ต.โคกยาง ไปจนถึง ต.บางสัก หลังถูกน้ำป่ากัดเซาะนับตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ถนนหลายสายพังเสียหาย 15 จุด โดยเฉพาะถนนสายกันตัง-บางสัก ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 ต.บางสัก อ.กันตัง ถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากกัดเซาะอย่างหนัก จนรถทุกชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้



ทั้งนี้ หลังจากระดับน้ำลดลงแล้ว นายเจษฎา วินสน ทางหลวงชนบท จ.ตรัง นำ เจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซม และเร่งให้สร้างสะพานเชื่อมต่อให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ รมว.คมนาคมสั่งให้นำสะพานชั่วคราวมาเพิ่มอีก 1 ตัว เป็นทางเบี่ยง พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ลงพื้นที่เพื่อดูปัญหา และเร่งแก้ไขให้ชาวบ้านอย่างทันท่วงที



สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม จ.ตรัง ใน 6 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.นาโยง อ.กันตัง อ.ปะเหลียน อ.วังวิเศษ และ อ.สิเกา รวม 30 ตำบล กว่า 120 หมู่บ้าน 1,800 หลังคาเรือนนั้น คลี่คลายแล้วหลังฝนหยุดตก ทำให้ระดับน้ำหลายพื้นที่ลดลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ ยกเว้นพื้นที่ราบลุ่มใน ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมืองตรัง ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา และ ต.โคกยาง อ.กันตัง รวมทั้งสองฝั่งแม่น้ำตรัง ซึ่งมีระดับน้ำสูง 20-50 ซ.ม. ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น หากมีฝนตกลงซ้ำอีก