ผู้เขียน หัวข้อ: โจ๋ซดน้ำ"18ลิตร" อ้างไล่ผี-ดับสลด  (อ่าน 457 ครั้ง)

ออฟไลน์ nongpoint

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1204
    • อีเมล์
โจ๋ซดน้ำ"18ลิตร" อ้างไล่ผี-ดับสลด
« เมื่อ: ตุลาคม 10, 2013, 09:20:10 pm »
   
โจ๋ซดน้ำ"18ลิตร" อ้างไล่ผี-ดับสลด
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 12:24:20 PM »

 
สลดโจ๋คู่แฝดวัย 16 ร่วมพิธีกินเจที่จัดขึ้นบ้านญาติ อ.สะ เดา จ.สงขลา เชิญร่างทรงมาทำพิธีสุดพิลึกต้องดื่มน้ำมนต์คนละ 18 ลิตรทุกวัน เพื่อไล่ภูตผี กรอกน้ำจนคู่แฝดเกิดอาการชักเกร็ง ร่างทรงอ้างผีกำลังออกจากร่างบังคับดื่มน้ำเข้าไปอีกจนหมดสติทั้งคู่ ญาตินำส่งร.พ. แฝดน้องเสียชีวิตส่วนคนพี่แพทย์กู้ชีวิตได้ทัน แพทย์ระบุเหตุจากน้ำท่วมปอด และหัวใจล้มเหลว พ่อโร่แจ้งจับ ตร.เรียกสอบร่างทรงและคนในเหตุการณ์ เบื้องต้นรอสรุปก่อนดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ร.ต.ท.ปวิช ฤทธิ์ธรรมนาก ร้อยเวร สภ.สะเดา จ.สงขลา กล่าวถึงคดีนายปฐมรัตน์ หรือบูม บุญนคร อายุ 16 ปี หรือบูม อยู่บ้านเลขที่ 8 ถ.นิพัทธ์ภักดี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เสียชีวิตระหว่างร่วมพิธีกินเจที่ญาติๆ จัดขึ้นเองพร้อมเชิญร่างทรงมาทำพิธี เนื่องจากถูกบังคับดื่มน้ำเข้าไปจำนวนมากถึง 18 ลิตรจนเกิดอาการช็อก และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันนายปฏิพัทธ์ หรือบอม บุญนคร อายุ 16 ปี พี่ชายฝาแฝด ก็กินน้ำเข้าไปจำนวนมากจนหมดสติแต่แพทย์ช่วยชีวิตได้ทันว่า ต้องรอผลการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตจากแพทย์ว่ามาจากสาเหตุใด และรอสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ หากเข้าข่ายความผิดทางอาญาก็จะแจ้งข้อหาตามมูลความผิดจะดำเนินคดีกับผู้ เกี่ยวข้อง ในชั้นต้นคือนางกาญจนา ทรรมวงศ์ศา อายุ 36 ปี ที่อ้างตัวเป็นร่างทรงคอยทำพิธีดังกล่าว

ด้านนายณรงค์ บุญนคร อายุ 51 ปี พ่อฝาแฝดกล่าวว่านำศพแฝดคนน้องบำเพ็ญกุศลที่มูลนิธิสงเคราะห์คนชราอนาถา เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ส่วนสาเหตุของเรื่องมาจากลูกชายไปร่วมถือศีลกินเจ ที่ญาติจัดขึ้นเองภายในบ้านพักคนงานกรีดยาง พื้นที่เขาเล่ อ.สะเดา จ.สงขลา โดยมีนางกาญจนา ร่างทรงเป็นผู้นำประกอบพิธี เริ่มวันแรกเมื่อ 28 ก.ย. ที่ผ่านมาและจะมีพิธีไปจนถึงสิ้นสุดเทศกาลกินเจ โดยตอนเช้าจะเดินจงกรม เที่ยงทานอาหารเจ บ่ายนั่งสมาธิ และในช่วงเย็นตั้งแต่ประมาณ 4 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน จะมีพิธีสำคัญให้ทุกคนดื่มน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ขนาดถังบรรจุน้ำ 18 ลิตร เพื่อไล่ภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้ายออกจากร่างกายคนละ 1 ถัง หรือจนกว่าร่างกายจะรับไม่ไหวอาเจียนออกมา

นายณรงค์กล่าวอีก ว่า ตั้งแต่วันแรกแฝดคนน้องมีอาการชักเกร็ง ซึ่งร่างทรงและทุกคนเชื่อว่าเป็นอาการของภูตผีที่กำลังออกจากร่าง และได้ช่วยกันบีบนวดจนฟื้นขึ้นมา โดยมีนางกาญจนา เป็นร่างทรงคอยทำพิธีและพูดจาหว่านล้อม ทุกคนที่เข้าร่วมต่างหลงเชื่อ กระทั่งวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา ลูกทั้ง 2 คนถูกบังคับให้ดื่มน้ำเข้าไปอีก จนทั้งคู่มีอาการชักเกร็ง ซึ่งร่างทรงบอกว่าเป็นอาการของปีศาจเสือที่กำลังจะออกจากร่าง กระทั่งแน่นิ่งไป และญาติได้ช่วยกันปฐมพยาบาลจนฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และร่างทรงยังให้ดื่มน้ำเข้าไปอีก โดยบอกว่ายังมีภูตผีอีก 10 ตัวที่อยู่ในร่าง ต้องให้อาเจียนออกมาให้หมด ซึ่งแฝดน้องได้ชักเกร็งและหมดสติไปถึง 3 ครั้งก่อนที่จะแน่นิ่งไปในเวลาเที่ยงคืน เมื่อญาติเห็นว่าผิดปกติจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลสะเดาในเวลาประมาณตี 3 แต่เสียชีวิตไปก่อนแล้ว

"ส่วนแฝดคนโตมีอาการคล้ายๆกันแต่ แพทย์ช่วยไว้ได้ทัน และระหว่างที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล นางกาญจนา ร่างทรงได้แอบมาเยี่ยม และบอกกับลูกว่า นิมิตเห็นแฝดน้องได้ไปอยู่บนสรวงสวรรค์แล้ว และอยู่ในชุดที่สวยงามอีกด้วย"นายณรงค์ กล่าวและว่าหลังทราบรายละเอียดจึงนำศพของน้องบูม ไปให้แพทย์แผนกนิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งผลออกมาพบว่า มีสาเหตุมาจากน้ำท่วมปวด หัวใจล้มเหลว และสมองบวม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าดื่มน้ำเชข้าไปมากจนร่างกายรับไม่ไหว จึงตัดสินใฝจเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี เพราะต้องการหาคนผิดมาลงดทษและให้เป็นอุทาหรณ์กับคนอื่นๆ ด้วย