ผู้เขียน หัวข้อ: เปิดโฉมหน้าทีมฆ่า"เอ็กซ์-จักรกฤษณ์" โยงคนใกล้ชิดจอมบงการ  (อ่าน 522 ครั้ง)

ออฟไลน์ pigky

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1170



   
เปิดโฉมหน้าทีมฆ่า"เอ็กซ์-จักรกฤษณ์" โยงคนใกล้ชิดจอมบงการ
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 07:29:59 AM »
 
 
เริ่มเห็นโฉมหน้ากันแล้ว กับทีมสังหารและคนบงการฆ่า "เอ็กซ์" จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ซึ่งงานนี้ต้องให้เครดิตตำรวจนครบาล ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์, พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.ต.ต. จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.น.3 พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. ที่ลงมาดูแลคดีอย่างใกล้ชิด จนสามารถจับกุมคนร้ายเอาไว้ได้ ตำรวจใช้เวลากว่า 3 สัปดาห์ สืบจนรู้ตัวมือปืนและทีมฆ่า จึงทยอยออกหมายจับเผยโฉมหน้าคนร้าย

เบื้องหลังเป็นมาอย่างไรต้องติดตาม!?!

เสียงปืนนัดกระชากวิญญาณเอ็กซ์ สนั่นเสียงตอนเย็นวันที่ 19 ตุลาคม มือปืนพระกาฬ 2 คน ซ้อนท้าย จยย.จ่อยิงเอ็กซ์ ขณะขับเก๋งปอร์เช่ ทะเบียน ชส 2223 กรุงเทพมหานคร ที่บริเวณปากซอยรามคำแหง 166 คมกระสุน 9 มม. พุ่งเจาะอกไปเสียชีวิตที่ รพ. หลังเกิดเหตุการณ์ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ สั่งทีมสืบหาเบาะแสมือปืนทันที ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าคนร้ายรอจังหวะที่รถของเอ็กซ์ขับออกจากบ้าน แล้วจึงลงมือ นั่นแสดงให้เห็นว่ามีคนคอยชี้เป้า และเช็กความเคลื่อนไหวของเอ็กซ์ตลอดเวลา


กล่าวถึงปูมหลังสาเหตุการตาย ทีมสืบพบว่ามีหลายปมด้วยกัน ตอนแรกตำรวจตั้งตุ๊กตาเอาไว้กว้าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขายพระเครื่องขอเอ็กซ์ ความขัดแย้งในสมาคมยิงปืน รวมทั้งความขัดแย้งต่าง ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามสืบค้นทีละเปราะ ทีละประเด็น แต่ทว่าทุกอย่างก็ไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึง จึงพุ่งเป้าไปที่เรื่องสุดท้าย คือ ปัญหาครอบครัว ที่เอ็กซ์ระหองระแหงกับ "หมอนิ่ม" พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาสาว ที่มีมาแต่ช้านาน ซึ่งครั้งล่าสุดรุนแรงถึงขั้นภรรยาต้องเข้าร้องทุกข์กับนางปวีณา หงสกุล รมว.การพัฒนาสังคมฯ ว่าถูกเอ็กซ์ทำร้าย จนเรื่องบานปลายถึงตำรวจ ทำให้เอ็กซ์ต้องถูกจับดำเนินคดีหลายข้อหา โดนส่งตัวเข้าเรือนจำทหาร ก่อนที่จะพ้นโทษออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับภรรยาและธนาคาร กล่าวหาหมอนิ่มเข้าไปเปิดเซฟส่วนตัวนำทรัพย์สินออกไปหลายสิบล้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักฐานสำคัญที่พบ คือคนใกล้ชิดของผู้ตาย ส่งข้อความผ่านทางไลน์โทรศัพท์ บอกความเคลื่อนไหวของเอ็กซ์ ให้มือปืนที่ซุ่มรออยู่ลงมือทำงาน

ปมขัดแย้งครอบครัวจึงเป็นธงนำอันดับแรก

ก่อนจะสาวไปถึงจอมบงการ ทีมสืบแกะรอยมือปืนก่อน ตอนแรกตำรวจมีความหวังกับกล้องวงจปิด ที่ติดตั้งอยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ แต่ทว่าภาพที่บันทึกไว้ ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก เพราะขาดความคมชัด เลยทำให้ดูไม่ออก ว่ามือปืนใช้ยานพาหนะชนิดใดกันแน่ เจ้าหน้าที่จึงพยายามแกะรอยควบคู่ไปกับการใช้เทคนิคพิเศษ สืบจนรู้ว่าห้วงเกิดเหตุหมอนิ่ม กับนางสุรางค์ ดวงจินดา อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นมารดา ติดต่อกับนายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย อายุ 33 ปี และคนบางกลุ่มอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงเช็กประวัตินายจิรศักดิ์ พบไม่รู้จักมักคุ้นกับครอบครัวหมอนิ่มมาก่อน แต่ติดกันบ่อยครั้งอย่างน่ามีพิรุธ จึงโฟกัสที่ "จิรศักดิ์" ก่อนใคร ในที่สุดชุดทำงานของ พล.ต.ต.ฐิติราช พล.ต.ต.ประยนต์ และ พ.ต.อ.นพศิลป์ สืบจนรู้ว่า "จิรศักดิ์" กบดานอยู่ในพื้นที่ จ.กระบี่ จึงนำกำลังไปควบคุมตัวไว้
 


"จิรศักดิ์" จึงโดนหิ้วมาสอบก่อนใคร

ตอนแรกหมอนี่ทำพลิ้ว ไม่ยอมเปิดปาก แต่พอโดนบี้เข้ามาก ๆ ก็จนมุม ก้มหน้าสารภาพว่า เป็นคนลั่นไกสังหารเอ็กซ์ด้วยน้ำมือตนเอง โดยวันเกิดเหตุมี นายธวัชชัย หรือ "ไอ้อ้น" เพชรโชติ อายุ 33 ปี ทำหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซค์ให้ พอหลังเกิดเหตุก็แยกย้ายกันหลบหนี ส่วนเรื่องการรับงานนั้นซัดทอดว่ารับมาจาก นายสันติ หรือ "ทนายอีส" ทองเสม กับ น.ส.วรพรรณภูรี หรือ "แหม่ม" มนตรีอารีกุล วัย 46 ทำงานเป็นพนักงานบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ชุดคลี่คลายจึงรวบรวมหลักฐานเอาผิด เพราะสืบพบว่าทั้งหมดมีการติดต่อกันจริง ทั้งก่อนและหลังที่เอ็กซ์จะถูกยิง ตำรวจจึงขอนุมัติออกหมายจับ "สันติ"กับ"วรพรรณภูรี" พร้อมตามล่าตัว "ไอ้อ้น" ทันที

ต่อมาวันที่ 10 พ.ย. เจ้าหนาที่ตะครุบตัว น.ส.วรพรรณภูรี ไว้ได้ในซอยรามคำแหง 50 ในฐานะเป็น 1 ในทีมจัดหามือปืนยิงเอ็กซ์ จึงนำตัวมาสอบสวน ได้ความว่า "วรพรรณภูรี" เป็นคนติดต่อนายสันติ ให้จัดหามือปืนมายิงเอ็กซ์ เหตุที่ทำเพราะสงสารหมอนิ่ม ที่ถูกเอ็กซ์ทำร้ายเป็นประจำ โดย "วรพรรณภูรี" ย้อนเหตุการณ์ให้ตำรวจฟัง ว่า รู้จักหมอนิ่มและเอ็กซ์ มานานกว่า 7 ปีแล้ว เพราะตนเองเป็นลูกค้าที่คลินิกเสริมความงามของของนิ่ม แถมยังชักชวนให้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย ส่วนที่มาของคำสั่งตาย เริ่มจากเมื่อประมาณ 3-4 เดือนก่อนหน้านี้ นางสุรางค์ ดวงจินดา อายุ 70 ปี แม่หมอนิ่ม มาปรึกษา ว่า หมอถูกเอ็กซ์ใช้กำลังข่มเหงอย่างรุนแรงเป็นประจำ เกรงว่าลูกสาวจะได้รับอันตราย จึงรู้สึกเห็นใจ และพานายสันติ ที่สนิทกัน ไปทำความรู้จักกับนางสุรางค์ เพื่อจัดหามือปืนมาทำงาน


อันเป็นที่มาของกระสุนนัดสังหาร!!

"วรพรรณภูรี" เล่าด้วยว่า ในวันที่ 29 ก.ค. ตนเองกับนายสันติ นัดเจอกับนางสุรางค์ โดยนางสุรางค์ จ่ายเงินค่าจ้างงวดแรกให้ จำนวน 600,000 บาท กับนายสันติ เพื่อจัดหามือปืน และอีกงวดจ่ายอีก 600,000 ตอนปลายเดือน ซึ่ง น.ส.วรพรรณภูรี อ้างว่าตนเองไม่ได้รับเงินค่าจ้างหรือส่วนแบ่งแต่อย่างใด ที่ทำไปเพราะความสนิทสนม และเห็นอกเห็นใจครอบครัวหมอนิ่ม

"ดิฉันรู้จักกับหมอ คุณแม่และน้องเอ็กซ์ มานาน กว่า 7 ปีแล้ว ที่ผ่านมาได้ยินเรื่องเอ็กซ์ทำร้ายหมอนิ่มมาตลอด ตอนนั้นน้องนิ่มแท้งลูกเข้ารักษาตัวที่ รพ.เสรีรักษ์ คุณแม่ได้เรียกแหม่มไปพบที่ รพ. ขอความช่วยเหลือให้ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้หน่อย จึงพาทนายอีกที่รูจักกับกลุ่มมือปืนไปพบและคุยกับแม่ แอบคุยตอนหมอนิ่มนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ตอนแรกทนายอีสขอค่าเหนื่อยทีมสังหาร 6 แสน และตอนหลังขอเพิ่มอีก 6 แสน จนกระทั่งมือปืนทำงานสำเร็จ และหลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อทนายอีสได้อีกเลย" น.ส.วรพรรณภูรีอธิบายถึงแผนการ ก่อนจะยืนยันว่างานนี้หมอนิ่มไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย แต่น่าจะทราบตอนงานศพเอ็กซ์ ว่าแม่เป็นคนจ้างวานฆ่าสามี
 
http://static.cdn.thairath.co.th/media/content/2013/11/11/382088/o6/420.jpg

เมื่อหลักฐานโยงใยชัดเจนแบบนี้ บ่ายวันที่ 10 พ.ย. พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติออกหมายจับนางสุรางค์กับหมอนิ่ม ฐานร่วมกันใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระทั่ง วันที่ช่วงบ่ายวันที่ 11 พ.ย. หมอนิ่มกับแม่ เดินทางเข้าพบนางปวีณา หงสกุล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อประสานมอบตัวกับตำรวจ สน.มีนบุรี เพื่อรับทราบข้อหาสู้คดี

นางสุรางค์ ยอมรับว่า จ้างมือปืนให้ไปยิงลูกเขยจริง ซึ่งทำไปเพราะสงสารลูกกับหลาน ที่ถูกเอ็กซ์ทำร้าย และพฤติกรรมไม่ดีขึ้น หลังออกมาจากเรือนจำ พร้อมยืนยันว่า ลูกสาวไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นกับการจ้างวานฆ่าเอ็กซ์
ขณะที่ หมอนิ่ม ยืนยันว่า ไม่รู้เห็นกับคดีนี้ และอยากให้เรื่องราวของตน เป็นอุทาหรณ์ให้กับสังคม ในเรื่องการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งตนเข้าใจความรักของแม่ที่มีต่อลูก และหากเป็นไปได้ จะขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า ไม่เคยมีปัญหาเรื่องชู้สาว และไม่ได้มีปัญหาเรื่องนำทรัพย์สินออกไปจากตู้เซฟของสามี หลังจากนั้นทั้งคู่จึงขอยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวสู้คดี
บทสุดท้ายไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ เพราะยังมีผู้ต้องหาที่เหลือลอยนวลอยู่

ใครทำอะไรไว้ย่อมได้รับกรรม!?!

/////
 
ที่มา :
 www.thairath.co.th