
เมื่อเวลา 01.45 น. วันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า พ.ต.ท.ปรากรณ์ จันทร์แก้ว สารวัตรเวร สภ.เมืองลำพูน ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่ร้านทองแม่ซิวเฮียง เยาวราช เลขที่ 103 ถนนอินทยงยศ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ขณะที่รับแจ้งเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างหนัก จึงได้แจ้งประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองลำพูน และรถดับเพลิงใกล้เคียงทราบ เพื่อได้เข้าระงับเพลิง จากนั้นได้รายงานให้กับ พล.ต.ต.จรัณฐค์ วรพัฒนานันน์ ผบก.ภ.จว.ลำพูน, พ.ต.อ.ปิติวัตติ์ วงษ์ชัยกวัฒน์ รอง ผบก. พ.ต.อ.บัญชา เศรษฐกร ผกก.สภ.เมืองลำพูน จากนั้นได้ร่วมกันเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบเป็นตึกแถว 3 ชั้น ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่หัวมุมของอาคารที่ตั้งเป็นห้างจำหน่ายทองรูปพรรณ มีชื่อร้านทองแม่ซิวเฮียง เยาวราช เลขที่ 103 ถนนอินทยงยศ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มีนางปราณี คนธ์รัตนะกุล เป็นเจ้าของร้านทองที่เกิดเหตุ ขณะที่เพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ ได้มีรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองลำพูน จำนวน 5 คัน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างหนัก โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณชั้นล่างของร้าน จากนั้นเพลิงได้ลุกลามขึ้นไปไหม้บนชั้นที่ 2 ของอาคาร และลามขึ้นไปจนถึงชั้นที่ 3 ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังเทศบาลใกล้เคียง เพื่อขอรถดับเพลิงสนันสนุน ในการดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่
ต่อมาได้มีรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำของเทศบาลตำบลของแต่ละตำบล ตำบลละ 2 คัน มีรถน้ำ 1 คัน และรถดับเพลิง 1 คัน มีเทศบาลตำบลอุโมงค์ ตำบลเหมืองง่า ตำบลหนองช้างคืน ตำบลเวียงยอง ตำบลบ้านกลาง ตำบลต้นธง ตำบลประตูป่า ตำบลป่าสัก ตำบลหนองหนาม ตำบลบ้านแป้น และตำบลริมปิง รวมทั้งของเทศบาลเมืองลำพูน มีรถดับเพลิงจำนวน 27 คัน ต่างได้ระดมกำลังฉีดน้ำดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างหนัก และฉีดน้ำป้องกันการลุกลามไปติดอาคารข้างเคียง
และขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังฉีดน้ำดับเพลิงอยู่ได้มีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นช่วงๆ มีเปลวเพลิงพุ่งออกมาทางหน้าต่างเป็นสีแดงกลุ่มใหญ่ ทำให้ไทยมุงที่มามุงดูในที่เกิดเหตุ วิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาดับเพลิง ประมาณ 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ และไม่ได้ลุกลามขยายวงออกไป ส่วนอาคารต้นเหตุวอดทั้งอาคาร
จากการสอบสวนในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า สาเหตุอาจจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุเจ้าของร้านทองไม่ได้อยู่ที่ร้าน และไม่มีผู้ใดพักอยู่ในห้อง เนื่องจากเป็นวันตรุษจีน ได้พากันออกไปนอกพื้นที่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่ประการใด
ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และงานป้องกันจังหวัดลำพูน ประเมินค่าเสียหายไว้ที่ 20 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่แท้จริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เข้าตรวจพิสูจน์หาหลักฐานและสาเหตุที่เกิดขึ้นในขั้นตอนต่อไป



บันทึกการเข้า