ผู้เขียน หัวข้อ: บินมาเลย์ ดิ่งทะเล 239 ชีวิตชะตามืด มีผู้โดยสารใช้พาสปอร์ตปลอม ผวาโยงก่อการร้าย  (อ่าน 342 ครั้ง)

ออฟไลน์ beebee

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1550
    • อีเมล์



เมื่อวันที่ 8 มี.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน “เอ็มเอช 370” กัวลาลัมเปอร์-ปักกิ่ง ขาดการติดต่อสูญหายไปจากเรดาร์ของหอบังคับการการบิน ประเทศเวียดนาม ภายหลังบินออกจากสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มุ่งหน้าไปลงจอดยังสนามบินกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน


 เที่ยวบินเอ็มเอช 370 บรรทุกผู้โดยสาร พร้อมด้วยลูกเรือรวม 239 คน แยกเป็นลูกเรือ 12 คน และผู้โดยสารอีก 227 คน ประกอบด้วย ชาวจีน 153 คนรวมเด็กเล็ก 1 คน มาเลเซีย 38 คน อินโดนีเซีย 12 คน ออสเตรเลีย 6 คน สหรัฐอเมริกา 4 คนรวมเด็กเล็ก 1 คน ฝรั่งเศส 3 คน นิวซีแลนด์ 2 คน ยูเครน 2 คน แคนาดา 2 คน รัสเซีย 1 คน อิตาลี 1 คน ไต้หวัน 1 คน เนเธอร์แลนด์ 1 คน และออสเตรียอีก 1 คน


 รายงานข่าวระบุว่า เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 ดังกล่าวเทคออฟออกจากกัวลาลัมเปอร์ เวลา 00.41 น. ของวันที่ 8 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น มีตารางบินถึงกรุงปักกิ่ง ราว 06.30 น. แต่กัปตันขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบินระหว่างข้ามน่านฟ้าประเทศเวียดนาม บริเวณทะเลจีนใต้ เมื่อเวลา 02.40 น. หลังเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยเวียดนาม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากประเทศใกล้เคียงต่างเร่งนำกำลังออกตามหา ภายหลังสัญญาณหายไปอย่างไร้ร่องรอยนานกว่า 12 ชั่วโมง แม้เจ้าหน้าที่สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ จะระบุว่า ยังไม่พบสัญญาณเหตุอันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370


 สื่อเวียดนามรายงานว่า เครื่องบินลำดังกล่าวหายไปขณะบินผ่านตอนใต้ของประเทศ ก่อนส่งสัญญาณขอใช้น่านฟ้ามายังหอควบคุมการบินนครโฮจิมินห์ซิตี  ขณะที่กองบัญชาการทหารเรือเวียดนามระบุว่า จากทิศทางการบินและความเร็วของเครื่องบิน ทำให้สันนิษฐานได้ว่าเครื่องอาจตกห่างจากเกาะโถจู บริเวณแหลมก่าเมา ในจังหวัดเกียนยาง ราว 153 ทะเลไมล์ หรือประมาณ 300 กิโลเมตร แต่ยังไม่มีการรายงานพบซากเครื่องบินในบริเวณดังกล่าว   
   
 นายอาเหม็ด จัวฮารี ยาห์ยา ประธานกรรมการสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ แถลงว่า เครื่องบินขาดการติดต่อหลังเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประมาณ 2 ชั่วโมงและรู้สึกเป็นกังวลอย่างยิ่ง ซึ่งบริษัทจะมุ่งเน้นการค้นหาและให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรืออย่างเร่งด่วน แต่ความหวังยังมีเพราะกัปตันผู้ควบคุมเครื่องบินคือนายซาฮารี อาเหม็ด ชาห์ วัย 53 ปี ซึ่งเป็นนักบินทีมี่ความชำนาญ และทำงานกับสายการบินมาตั้งแต่ปี 2524


 สำนักข่าวซินหัวของรัฐบาลจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่หอควบคุมการบินแห่งชาติของจีนไม่ได้รับสัญญาณการบินเข้าสู่น่านฟ้าจีนของเที่ยวบินเอชเอ็ม 370 ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง ซึ่งขึ้นป้ายประกาศล่าช้าของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 บนบอร์ดแสดงข้อมูลการเดินทางขาเข้าและออกของเครื่องบิน ได้ปรับเป็นเที่ยวบินยกเลิก หลังสัญญาณเครื่องลำดังกล่าวยังคงขาดหายไร้การติดต่อ


 นายหวาง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจีน ให้สัมภาษณ์แสดงความหวังว่าผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่บนเครื่องบินจะปลอดภัย ล่าสุดทางการจีนได้ส่งเรือกู้ภัย 2 ลำไปยังทะเลจีนใต้แล้วเพื่อเร่งดำเนินการค้นหา ช่วยเหลือผู้ประสบภัย


 สำนักข่าวต่างประเทศแจ้งว่า “โบอิ้ง 777” เป็นเครื่องบินโดยสารของสหรัฐที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง นับตั้งแต่ปี 2544 ที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับโบอิ้ง 777 เป็นครั้งแรก จนถึงปี 2556 โบอิ้ง 777 มีอุบัติเหตุและความผิดพลาดเกิดขึ้นเพียง 9 ครั้ง รวมถึงเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ของสายการบินเอเชียน่า แอร์ไลน์เกาหลีใต้ ลงจอดกระแทกรันเวย์ที่สนามบินนครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนก.ค.ปีก่อน จนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย เจ็บอีกหลายร้อยคน


 ทั้งนี้ สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ถือเป็นสายการบินที่มีความปลอดภัยสูงเช่นกัน โดยตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อปี 2490 หรือ 67 ปีที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุและความผิดพลาดเกิดขึ้น 7 ครั้ง ซึ่งเหตุร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2520 หลังเที่ยวบิน 653 ถูกจี้และตกกระแทกพื้นสนามบินในรัฐยะโฮร์ ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือรวม 100 รายเสียชีวิต ซึ่งหากเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ตกจริง จะเป็นอุบัติเหตุรุนแรงที่สุดในรอบ 19 ปี นับตั้งแต่โบอิ้ง 777-200 เริ่มผลิตเมื่อเดือนมิ.ย. 2537


 ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของไทย เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวเครื่องสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ขาดการติดต่อและหายไปว่าเบื้องต้นได้รับรายงานจากบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ว่าเครื่องบินลำดังกล่าวไม่ผ่านเขตความรับผิดชอบของประเทศไทย จึงไม่สามารถระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการบิน เส้นทางบิน หรือสาเหตุของการขาดการติดต่อ  เบื้องต้นคาดว่าเครื่องบินลำดังกล่าวหายไปในระหว่างบินผ่านประเทศเวียดนามใต้ โดยเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องแบบ B777-200 ผู้โดยสาร 239 คน .


 เวลา 18.50 น. เว็บไซต์มาเลเซีย แอร์ไลน์ (malaysiaairlines.com) แจ้งว่า ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้า เป็นปฏิบัติการร่วมกันระหว่างมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม โดยในช่วงกลางคืนการค้นหาทางทะเลจะเดินหน้าต่อไป ส่วนการค้นหาทางอากาศต้องรอกลับมาปฏิบัติการอีกครั้งตั้งแต่เช้าวันพรุ่งนี้ ขอย้ำว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่พบซากเครื่องบินใดๆ ทั้งสิ้น


 ขณะเดียวกัน เว็บข่าว http://tuoitrenews.vn/ ของเวียดนาม รายงานว่า กองบัญชาการกองทัพเรือเวียดนามระบุว่า เครื่องมาเลเซีย แอร์ไลน์ ตกในทะเล ห่างจากเกาะโถจูของเวียดนาม ประมาณ 300 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ทางสายการบินไม่ยืนยันข่าวนี้
 
 ในส่วนของประเทศไทย พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ (ทร.) เปิดเผยสื่อมวลชนว่า ถ้าทางการมาเลเซียหรือเวียดนามร้องขอความช่วยเหลือในการค้นหามา ทางทัพเรือไทยได้จัดเตรียมกำลังพลรอให้ความช่วยเหลือแล้ว โดยสั่งกำลังเตรียมพร้อมไว้ที่กองทัพเรือภาค 2 จ.สงขลา มีเรือรบหลวง 3 ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงสงขลา เรือหลวงตาปี และเรือหลวงสัต***บ รวมทั้งเตรียมอากาศยานช่วยค้นหาไว้อีก 2 ลำ ทั้งหมดอยู่ในสถานะเตรียมพร้อมออกปฏิบัติหน้าที่ ทางการข่าวคาดว่าจุดที่เครื่องมาเลเซีย แอร์ไลน์ ขาดการติดต่ออยู่ค่อนไปทางน่านน้ำเวียดนาม เบื้องต้นเข้าใจว่ากองทัพเรือเวียดนามส่งกำลังร่วมค้นหา และตรวจสอบแล้ว


 เวลา 20.40 น. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น บีบีซี และสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของรัฐบาลจีนระบุว่า เครื่องบินของสำนักงานกู้ภัยและช่วยเหลือแห่งชาติเวียดนามพบเศษซากชิ้นส่วนบางอย่าง และคราบน้ำมันลอยอยู่เหนือผิวน้ำทะเลระหว่างเขตเชื่อมต่อมาเลเซียและเวียดนาม แต่ดาโต๊ะ เซรี ฮิชามมูดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีรักษาการกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย แถลงปฏิเสธว่ากระแสข่าวดังกล่าวไม่มีข้อเท็จจริง เนื่องจากยังไม่ได้รับการยืนยันรายงานดังกล่าวจากการบินพลเรือน และกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย


 เวลา 21.30 น. ซินหัวรายงานว่า นายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ปฏิเสธกระแสข่าวเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ตก โดยยืนยันว่าปฏิบัติการค้นหาจะดำเนินต่อไป เพราะขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลพอจะไปด่วนสรุป จึงยังมีความเป็นได้เกิดขึ้นในทุกๆ ทาง


  เวลา 23.20 น. สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานตรงกันว่า ข้อมูลของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ที่ระบุว่ามีผู้โดยสารชาวออสเตรีย ชื่อคริสเตียน โคเซล และชาวอิตาลี ชื่อลุยจิ มารัลดี อยู่บนเครื่องด้วย ล่าสุดทั้งสองคนออกมายืนยันว่าไม่ได้อยู่บนเครื่องลำเกิดเหตุ และพาสปอร์ตของทั้งคู่ถูกขโมยขณะอยู่ในประเทศไทย


 เว็บข่าวน.ส.พ.เทเลกราฟแจ้งว่า นายมารัลดี อายุ 37 ปี แจ้งกับพ่อแม่ว่าตนกำลังอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้ไปขึ้นเครื่องมาเลเซีย แอร์ไลน์ ที่หายไปแต่อย่างใด ส่วนเว็บข่าวเดอะการ์เดียนรายงานว่า นายมาร์ติน ไวส์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศออสเตรีย ระบุว่านายโคเซลอยู่ที่บ้านในออสเตรียและปลอดภัยดี ส่วนพาสปอร์ตนั้นถูกขโมยหายไปช่วงมาประเทศไทยก่อนหน้านี้


 ผู้สื่อข่าวสอบถามดาโต๊ะ อาซิส คาปราวี รองรัฐมนตรีคมนาคม มาเลเซียว่า กรณีชาวต่างชาติทั้งสองคนไปมีชื่ออยู่บนเครื่อง ทั้งที่ไม่ได้ขึ้นเครื่อง อีกทั้งพาสปอร์ตยังหายเช่นนี้ อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้โยงไปถึงเหตุก่อการร้ายหรือไม่ นายคาปราวีตอบว่า กำลังตรวจสอบข้อมูลต่างๆ รวมถึงภาพจากกล้องรปภ.ของสนามบินและกล้องวงจรปิดการตรวจกระเป๋าสัมภาระ ข้อมูลนอกเหนือจากนี้ยังพูดไม่ได้ จนกว่าทุกอย่างจะกระจ่าง