ผู้เขียน หัวข้อ: สธ.ต่อยอดพัฒนา “เมนูชูสุขภาพสู่สากล” รองรับการเข้าสู่ AEC  (อ่าน 999 ครั้ง)

ออฟไลน์ Por-MedTech

  • Global Moderator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1192
    • อีเมล์
สธ.ต่อยอดพัฒนา “เมนูชูสุขภาพสู่สากล” รองรับการเข้าสู่ AEC





         กระทรวงสาธารณสุข ต่อยอดพัฒนาเมนูชูสุขภาพ สู่ “เมนูชูสุขภาพสากล” ลดเค็ม ลดมัน เน้น! จุดขายเรื่องการใส่ใจสุขภาพผู้บริโภค เมนูแรกฝีมือเชฟมืออาชีพระดับโลก ผู้ปรุงเมนูชูสุขภาพประจำ ทำเนียบขาว เตรียมผลักดันการพัฒนาเมนูชูสุขภาพสากลให้มีความหลากหลายมากขึ้น รองรับการเข้าสู่ AEC

         ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่า การส่งเสริมให้คนไทยสุขภาพดีเป็นนโยบายที่สำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งการดำเนินงานโครงการเมนูชูสุขภาพนั้น นับเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนมีสุขภาพที่ดี  ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมการบริโภคที่ ไม่เหมาะสม รวมทั้งขาดการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ ทำให้มีภาวะน้ำหนักเกินซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคอ้วนลงพุง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด  เป็นต้นโดยเฉพาะโรคอ้วน กำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่คุกคามสุขภาพคนไทยและคนทั่วโลก สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการบริโภคอาหารประเภทผัด ทอด มากเกินไป รวมทั้งดื่มน้ำอัดลมและกินขนมหวานที่ให้พลังงานสูง เมนูชูสุขภาพจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้ประชาชนได้เลือกกินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ และเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งนอกจากจะให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว  เมนูชูสุขภาพยังได้มีการกำหนดมาตรฐานที่ดีต่อสุขภาพ 4 ด้าน ได้แก่  1) เป็นอาหารที่ปรุงประกอบด้วยอย่างน้อย 4 หมู่  ถ้ากินผลไม้ด้วยจะได้ครบทั้ง 5 หมู่  2)  มีปริมาณไขมัน ไม่เกินร้อยละ 25-30 ของการกระจายตัวของพลังงานในอาหารทั้งหมด  3) ปรุงด้วยอาหารที่สด สะอาด ปลอดภัยจากสารพิษปนเปื้อน และ 4) รสไม่หวานและเค็มจัด
 
          ศ.นพ.รัชตะ ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นประชากรไทยหรือประชากรของประเทศสหรัฐอเมริกาต่างก็ประสบปัญหาสุขภาพจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะจากการกินอาหารมันและเค็มเกิน รวมทั้งการบริโภคอาหารจากเนื้อสัตว์ที่มากเกินไป โดยพบว่าคนอเมริกาส่วนใหญ่มักจะใช้เนื้อในการประกอบอาหารเพราะสามารถผลิตเนื้อได้ในราคาถูก  ซึ่งการบริโภคเนื้อสัตว์มากจนเกินความจำเป็นของร่างกาย นอกจากจะทำให้สุขภาพเสื่อมแล้ว ยังเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆซึ่งได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน เป็นต้น โดยพบว่าพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมทำให้คนอเมริกัน 3 ใน 4 เสียชีวิต ด้วยโรคใดโรคหนึ่งข้างต้นเป็นประจำทุกปี
 
           “ในขณะที่ประเทศไทยจากการสำรวจของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ปี 2552 พบว่าคนไทยส่วนใหญ่กินเค็มเกินจากอาหารที่ใส่เครื่องปรุงรส ทั้งจากเกลือและน้ำปลา การบริโภคเป็นประจำทำให้ได้รับโซเดียมในปริมาณที่สูงกว่าที่ควรได้รับถึง 2 เท่า ส่วนการบริโภคไขมันอิ่มตัวของคนไทยจากการสำรวจพบมากในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ร้อยละ 13-15 หรือประมาณ 2 เท่าของปริมาณที่แนะนำคือร้อยละ 7  ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว
 
          ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย และสมาคมอนามัยแห่งประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐด้านสาธารณสุข(CDC-USA) ได้ร่วมกันจัดทำหนังสือ“เมนูสุขภาพ ลดเค็ม ลดมัน” (Healthy Menu Low Salt & Low Fat)ฉบับ 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่ในเล่มเดียวกัน แนะนำ 10 เมนูยอดนิยมในแต่ละภาค ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับเกลือและไขมันมากเกินพอ โดยได้มีการดัดแปลงให้เป็นเมนูสุขภาพมีการปรับลดปริมาณส่วนผสมของไขมันและโซเดียมลงร้อยละ 20-73 แต่ยังคงรสชาติของสูตรและความอร่อยไว้เหมือนเดิม อธิบดีกรมอนามัยกล่าวต่ออีกว่าขณะนี้สหรัฐอเมริกาได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นภายในประเทศ โดยรัฐบาลได้สนับสนุนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค  เน้นเมนูอาหารที่ช่วยในการส่งเสริมสุขภาพ เช่น ส่งเสริมให้มีการบริโภคอาหารจากพืชผักผลไม้ จากธัญพืชให้มากขึ้น บริโภคเนื้อน้อยลง ให้บริโภคอาหารที่เป็นอาหารสด ใหม่ไม่ผ่านกระบวนการปรุงประกอบที่ซับซ้อนเพราะจะทำให้คุณค่าทางโภชนาการสูญเสีย ส่งเสริมให้ลดการใช้เครื่องปรุง เช่น เกลือ เนย  ลด หวาน มัน เค็ม ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพและการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ นำไปสู่การสร้างเสริมสุขภาพที่ดีแก่ประชากรสหรัฐอเมริกา
 
         “ในโอกาสที่เชฟอาร์มสตรอง เชฟแถวหน้าของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นเชฟที่ปรุงอาหารเมนูชูสุขภาพประจำทำเนียบขาวเดินทางมาประเทศไทย เพื่อมาแลกเปลี่ยนการปรุงอาหารเมนูชูสุขภาพลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม ที่ร้านอาหารยุโรปซึ่งตั้งอยู่ที่ย่านสุขุมวิทในกทม.ทางเชฟอาร์มสตรองได้สาธิตการปรุงอาหารเมนู “สะตูไก่ เฟสติวัล” ในสไตล์ของเมนูชูสุขภาพแบบลดเค็มลดมันโดยได้มีการผสมสานการใส่เครื่องเทศสดไทยซึ่งมีทั้ง โหระพา กระเทียม หอมหัวใหญ่ พริกสด ฯลฯ เป็นการปรุงอาหารที่เน้นการใช้ส่วนประกอบที่เป็นผักสมุนไพรในปริมาณมากขึ้น มีการใช้เนื้อไก่ในปริมาณที่ลดลง ลดการใช้เครื่องปรุงที่เป็นเกลือ เนย เพื่อลดความเค็มและมัน ถือได้ว่าเมนู“สะตูไก่ เฟสติวัล” เป็นเมนูชูสุขภาพสากลตำหรับไทยเมนูแรกที่ได้รับการพัฒนาสูตรขึ้นมาใหม่โดยเชฟมืออาชีพระดับโลก  โดยกรมอนามัยจะผลักดันการพัฒนาเมนูชูสุขภาพสากลให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการอาหาร ผู้ปรุงอาหารในโรงเรียน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ภัตตาคาร ร้านอาหารและภาคอุตสาหกรรมอาหารทั้งไทยและนานาชาติได้นำไปใช้เป็นเมนูประจำ ในการ ปรุง ประกอบอาหาร รองรับการเข้าสู่ AEC ที่จะเกิดขึ้นในปี2558 นี้ ด้วยการสร้างจุดขายเรื่องการใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภค ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว



******************************
ที่มา : http://www.moph.go.th/moph2/index4.php