
สัปดาห์ที่ผ่านมา...กระแสในโลกออนไลน์พุ่งเป้าไปที่ “สารพัดคลิป” ที่ถูกนำมาแฉ...โดยเฉพาะกับ “คลิปทอมดี้ กอดจูบกันบน BTS-คลิปจอมปาดจนติดคุก-คลิปสาวอมแล้วดูดระหว่างขับรถ แถมเปิดประทุนโชว์ด้วย” ซึ่งแต่ละคลิป ถูกวิจารณ์กันมากมาย ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี...คละเคล้ากันไป
ซึ่งต้องยอมรับกันว่า ในสังคมออนไลน์เวลานี้ ทุกคนมีอิสระ มีตัวตนกันได้อย่างเสรี ทั้งผ่านตัวอักษร-ภาพถ่าย-คลิป...เสมือนหนึ่งว่า “ชีวิต...ไม่หยุดนิ่ง” หรือ “ชีวิต...ไม่มีวันออฟไลน์” นั่นเอง
ยิ่งเวลานี้...เทคโนโลยีจาก “สมาร์ทโฟน” ล้ำหน้าไปไกลมาก ทุกอย่างถูกถ่าย-ถูกเก็บไว้ ทั้งรูปตัวเอง ทั้งรูปคนอื่น...เพียงปลายนิ้วสัมผัส...จนถูกกระแหนะกระแหนว่า...“มนุษย์กล้อง” เจออะไรก็ต้องถ่าย เห็นอะไรก็ต้องแชะเก็บ...
ในข้อดี...ย่อมมีข้อเสีย...เพราะด้านหนึ่ง ผู้คนในโลกออนไลน์เห็นว่า การนำคลิป-นำภาพ...ที่แฉถึงพฤติกรรมต่างๆ ของคนนั้น เป็นสิ่งที่ดี ทำให้สังคมได้เห็นด้านมืดที่ไม่ควรเลียนแบบ อาทิพฤติกรรมของ“มนุษย์ป้า-มนุษย์ลุง”ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่น่าเอาเยี่ยงอย่าง...อย่างไรแต่อีกด้านหนึ่งก็มองว่า การนำคลิป-นำภาพมาเผยแพร่ เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น
เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจน “เดลินิวส์ออนไลน์” ขอนำไปค้นหาความจริง เพื่อคลายข้อสงสัยของ “คนในโลกออนไลน์” จากพ.ต.อ.สมพร แดงดี รองผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง
“ในทางกฎหมายผู้ที่ถ่ายคลิปใดๆ ก็ตาม หากไม่ได้นำเข้าเพื่อเผยแพร่ในระบบอินเตอร์เน็ต จะไม่มีความผิดทางอาญา แต่จะถือเป็นเรื่องการละเมิดในทางการรบกวน เช่น ปาปารัชซี่ไปแอบถ่ายดารา ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวที่สูงมาก มีความผิดลหุโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397”
โดยกฎหมายอาญา มาตรา 397 ระบุว่า...ผู้ใดในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการรังแกหรือข่มเหงผู้อื่น หรือกระทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากเจ้าตัวยินยอมให้ถ่าย ก็ถือว่าไม่เป็นการละเมิด
“อย่างคำว่าใครๆ ก็อัดคลิปได้ ผู้ถ่ายต้องไม่ใช้สิทธิรบกวนคนอื่น เช่นในสวนสาธารณะ ทุกคนมีสิทธิถ่ายภาพ และมีสิทธิเดินควงแขนและแสดงความรักแบบปกติ แต่ถ้าลูบคลำ ล้วง แลกลิ้น ไม่มีสิทธิทำแน่ ถือเป็นเรื่องอนาจาร...ขณะเดียวกัน หากมีคนถ่ายคลิปไปได้แล้วเอาไปเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต คนที่อยู่ในคลิปมีสิทธิฟ้องกลับ ว่าตัวเองถูกหมิ่นประมาท เพราะตัวเองไม่ได้ยินยอม”รองผู้บังคับการ ปอท. กล่าวและว่า แต่กฎหมายก็มีช่องไว้นั่นคือ คนที่ถูกถ่ายคลิป ก็ไม่มีสิทธิ์ไปยึดเอาคลิป เอาภาพ จากผู้ถ่ายไป...ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่วัตถุประสงค์ของการเอาไปนำเสนอ
พ.ต.อ.สมพร ขยายความต่อว่า การบันทึกภาพหรือวิดีโอโดยที่เจ้าตัวคนถูกถ่าย “ไม่รู้-ไม่ยินยอม” แต่หากผู้ถ่าย...ยังดื้อรั้นที่จะถ่าย ถือว่ามีความผิด เป็นการรบกวนสิทธิความเป็นส่วนตัว อีกทั้งเมื่อนำคลิปหรือภาพ ไปเผยแพร่ในระบบอินเตอร์เน็ต (หมายถึงผู้โพสต์) จึงเป็นความผิด ซึ่งจะได้รับโทษ 2 ข้อกล่าวหา คือนอกเหนือจากความผิดลหุโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 แล้ว ยังมีความผิดทางอาญาตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 พุทธศักราช 2550 มีโทษจำคุก 5 ปี และปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในขณะที่ผู้เผยแพร่ต่อ หรือผู้แชร์ ไม่ว่าจะเป็นลำดับที่เท่าใดก็ตาม ก็มีความผิดและจะได้รับโทษดังกล่าวเช่นเดียวกับผู้โพสต์
สำหรับผู้ที่ถูกถ่ายคลิปหรือถูกถ่ายภาพ หากแสดงพฤติกรรมในพื้นที่สาธารณะ ที่มีลักษณะเกินเลย มากกว่าการจับมือ ควงแขน อาทิ ลูบคลำ ล้วง จูบแลกลิ้น ถือว่าเข้าข่ายอนาจาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 388 “ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท”
ในกรณีที่คลิปโชว์ชัดเจน หรือมีหลักฐานว่า 1.เป็นคลิปที่อยู่ในระบบอินเตอร์เน็ต 2.เป็นคลิปลามก อนาจาร 3.ตรวจสอบไปยังใครต่อใครได้ว่า คลิปนั้นมาจากไหน สามารถเอาผิดคนเหล่านี้ได้หมด เจ้าหน้าที่รัฐไม่จำเป็นต้องได้รับการร้องทุกข์จากผู้ที่อยู่ในคลิป
“ใครก็ตาม...หากรู้ทีหลังว่า ตัวเองได้รับความเสียหายจากการถูกถ่ายคลิปหรือภาพ สามารถเอาผิดกับผู้ที่ถ่ายคลิปได้ แยกออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.ร้องทุกข์ตามกฎหมายอาญา มีอายุความร้องทุกข์ 3 เดือน (คือ 3 เดือน นับตั้งแต่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำผิด หากยังไม่ทราบ ก็ยังไม่เริ่มนับ) ซึ่งถ้าไม่ดำเนินการแจ้งความ หรือฟ้องร้องต่อศาลตามเวลาดังกล่าว จะดำเนินการเอาผิดไม่ได้ 2.ร้องทุกข์ตามกฎหมายแพ่ง ซึ่งสามารถเรียกค่าเสียหายได้ภายในระยะเวลา 1 ปี”
พ.ต.อ.สมพร กล่าวเตือนด้วยว่า ผู้นำเข้าข้อมูล หรือ “คนโพสต์” และผู้เผยแพร่ หรือ “คนแชร์” อย่าสนุกเกินเหตุ เพราะสุดท้ายจะตกเป็นเหยื่อข้อมูลในโลกออนไลน์ โดยก่อนใช้ “เม้าส์” คลิกเพื่อโพสต์และแชร์ ต้องคำนึงถึงศีลธรรม-วัฒนธรรม-ความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ควรคำนึงถึงภัยที่จะมาถึงตนเอง ทั้งภัยรอบตัวและภัยตามกฎหมาย...แบบคาดไม่ถึง
“แนะนำว่าหากภาพเหล่านั้นมีลักษณะหมิ่นเหม่ในทางกฎหมาย อย่ากดไลค์ อย่ากดแชร์ เป็นผู้เสพก็พอ หากจะนำเสนอควรเสนอในแง่ที่สร้างสรรค์จะปลอดภัย แต่ถ้านำเสนอในแง่ประจาน ทำให้ผู้อื่นเสียหาย จะมีความผิด สุดท้ายเมื่อเรื่องถึงศาล...คนที่นำเข้าระบบอินเตอร์เน็ต และคนแชร์ จะต้องรับโทษเช่นเดียวกัน” รองผู้บังคับการ ปอท.กล่าว
คำตอบ-คำเตือน...เหล่านี้...เป็นสิ่งที่ “มนุษย์กล้อง” ที่ชอบบันทึกภาพเหตุการณ์ แล้วอัพโหลดลงในโลกออนไลน์...ควรตระหนักเป็นอย่างยิ่ง รวมไปถึงพวก “ชอบกดไลค์-พอใจกดแชร์” ก็ควรไตร่ตรองเสียก่อน
อย่าเพียงคิดแต่เอาความสนุก-ความมันส์-ความสะใจ...เพียงอย่างเดียวไม่เช่นนั้น...ตื่นเช้ามา อาจเจอ “หมายเรียก” มาวางไว้ที่หน้าบ้าน...ก็เป็นได้



บันทึกการเข้า