ผู้เขียน หัวข้อ: ยึดเพิ่มคลังสมบัติ‘บิ๊กกิ๊ก’ เก้าอี้หลุยส์-เฟอร์ฯโบราณ  (อ่าน 483 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์
ยึดเพิ่มคลังสมบัติ‘บิ๊กกิ๊ก’ เก้าอี้หลุยส์-เฟอร์ฯโบราณ เปิดเซฟน้องเขยฝังดิน-ตรวจพบไม้แปรรูปอื้อ


ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการตรวจยึดทรัพย์ขบวนการพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ฉายาพันธุ์เมื่อช่วงเย็นวันที่28พ.ย. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.วิสูตร ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พล.ต.ต.สำราญ ยินดีอารมณ์ ผบก.นนทบุรี นายอรรถพล เจริญชันษา ผอ.ป้องกันรักษาป่าและป้องกันไฟป่า กรมป่าไม้ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่นำหมายศาล จ.นนทบุรี เข้าตรวจค้นโกดัง เลขที่ 16/21 หมู่ 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ซุกซ่อนและเก็บไม้แปรรูปของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ที่นำมาเก็บไว้จำนวนมาก

 จากการตรวจค้นพบไม้สักไม้ประดู่และไม้มะค่าจำนวน4,500 แผ่น รวมมูลค่า 7,700,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในโกดังและอยู่ในตู้คอนเทรนเนอร์จำนวน 3 ตู้ นอกจากนี้ยังมีไม้แกะสลักเป็นเทวรูปถูกฝังดินอีกหลายชิ้น
 
 พล.ต.ศรีวราห์กล่าวว่าไม้ทั้งหมดจะทำการยึดไว้ตรวจสอบเพื่อหาแหล่งที่มาว่าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่เนื่องจากไม้ทั้งหมดเป็นไม้แปรรูปแผ่นใหญ่หายากและมีราคาแพงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะเป็นผู้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง




 ต่อมา ตำรวจกองปราบร่วมกับทหาร ร.1พัน 2 จำนวน 30 นาย เข้าค้นอาคารพาณิยช์ 3 ชั้น 3 คูหาติดกัน เลขที่ 172/7-9 ตรงข้ามกรมที่ดินนนทบุรี ถนนป๊อบปูล่า ซึ่งเป็นแหล่งเก็บทรัพย์สินของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ โดยอาคารหลังแรกเลขที่ 172/7 ชั้นลอย พบเป็นที่เก็บตู้สำหรับใส่พระบูชาจำนวน 50 ใบ บานพับประตูไม้สัก เสาไม้ นาฬิกาตู้ไม้ เสาหินอ่อนโรมัน ประตูไม้แกะสลักโบราณ ซึ่งมีทั้งของเก่าและของนำเข้าจากต่างประเทศประมาณ 50 ชิ้น
 
 ที่บริเวณชั้น 2 เก็บเก้าอี้เฟอร์นิเจอร์หลุยส์ เสาโรมัน เรือใบสำเภาแกะสลักไม้สัก และเป็นห้องที่อยู่อาศัยของคนงานประมาณ 3-7 คน ส่วนบนชั้น 3 พบเป็นที่เก็บภาพเก่าโบราณทั้งของไทยและของนำเข้าจากต่างประเทศปะปนกันอยู่จำนวนประมาณ 200 ชิ้น ยังประเมินมูลค่าไม่ได้
 
 ถัดมาอาคารเลขที่ 172/8 บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 พบเป็นที่เก็บตู้พระทำจากไม้สั่งทำจำนวนมาก และที่ตึกเลขที่ 172/9 พบตู้ไม้ตู้โชว์ขนาดใหญ่แกะสลักโบราณ ตู้นาฬิกาโบราณ เสาโรมัน ส่วนชั้นที่ 2 และ 3 เป็นที่พักของผู้อาศัยแต่ไม่พบตัว รวมแล้วทั้ง 3 อาคารพบทรัพย์สินจำนวนมากมา จากนั้นทหารกำลังขนของทั้งหมดไปเก็บไว้ที่ ร1 พัน 2 แจ้งวัฒนะ เพื่อรอการตรวจสอบต่อไป




 เวลา 16.30 น. วันที่ 29 พ.ย. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รรท.ผบช.ก. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ นำช่างมาเปิดตู้เซฟ จำนวน 2 ตู้ ที่ตรวจยึดได้จากบ้านเลขที่ 30/3 หมู่14 ตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายชอบ ชินนะประภา สามีของนางปิยพรรณ ชินนะประภา น้องสาวของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้ต้องหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับประโยชน์ จูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และกระทำผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดย เป็นตู้เซฟยี่ห้อลีโก้ สภาพไม่ได้ล็อกไว้ และตรวจสอบไม่พบสิ่งของด้านใน ส่วนตู้เซฟ 2 ใบ ที่นำมาเปิดในวันนี้ไม่พบทรัพย์สินใดๆ เชื่อว่ามีการขนย้ายทรัพย์สินมีค่าออกไปก่อนหน้านี้




ภายหลังจากการแถลงข่าว พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า ตู้เซฟดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดได้เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา มีการก่อปูนปิดไว้บริเวณข้างบ้าน เพื่ออำพรางตู้เซฟ จำนวน 3 ใบ ซึ่งเป็นตู้เซฟยี่ห้ออีเกิ้ล จำนวน 2 ตู้ ขนาดความกว้าง 61 ซม. สูง 36 ซม. ลึก 3.5 ซม. น้ำหนัก 60 กก. ความหนา 5 มม. ผลิตที่ประเทศเกาหลี ถูกออกแบบมาให้ใช้ฝังเก็บไว้ในกำแพงหรือใต้ดิน โดยจะปรากฏแค่หัวเซฟเท่านั้น และไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย

 เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีทรัพย์สินมีค่าอยู่ภายในแต่อย่างใด เชื่อว่ามีการขนย้ายทรัพย์สินมีค่าออกไปก่อนหน้านี้ และจะมอบให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง เพื่อหาความเชื่อมโยง อย่างไรก็ตามในวันจันทร์นี้ จะมีการเปิดตู้เซฟที่ยึดได้เมื่อวันที่ 28 พ.ย. จากบ้านพัก ของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ย่านเมืองทองธานี แจ้งวัฒนะ อีก 3 ใบ ซึ่งมีขนาดใหญ่ สูง 1.7 ม. และไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และเชื่อว่าน่าจะใช้เป็นตู้เก็บของมีค่า นอกจากนี้จะมีการขยายผลตรวจค้นบ้านพักของเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อีก 2-3 แห่งด้วย

 ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ในฐานะที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเผยว่า หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จะทำการตรวจสอบ เพื่อหาลายนิ้วมือแฝง และดีเอ็นเอที่อยู่บริเวณตู้เซฟดังกล่าว โดยใช้วิธีการปัดผงฝุ่นสีดำตามจุดต่างๆ ทั้งในและนอกตู้เซฟ ซึ่งผู้ที่ขนย้ายน่าจะมีดีเอ็นเออยู่ในที่เกิดเหตุ จากนั้นก็จะนำตู้เซฟดังกล่าวไปทำการตรวจสอบภายในห้อง ตู้ที่ใช้เทคโนโลยีที่ชื่อว่า ซุปเปอร์กลู ซึ่งเป็นการนำเอาความร้อนไปใช้กับวัตถุเพื่อหาลายนิ้วมือแฝงอีกครั้ง หากในกรณีที่วัตถุมีขนาดใหญ่ก็จะใช้วิธีลักษณะเดียวกันเพียงแต่ทำโดมเพื่อครอบวัตถุ อีกทั้งจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาความเชื่อมโยงกับตัวบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัตถุพยานชิ้นนี้



ขณะที่เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.วิสูตร ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ และได้พูดคุยกับนายสายันต์ น้องชายของนายชอบที่ปลูกบ้าน ติดกันกับบ้านของพี่ชาย พร้อมเดินตรวจสอบที่บ้านหลังแรกของนายชอบที่ได้ฝังตู้เซฟไว้ 2 ตู้ในดิน และฝังในกำแพงของบริเวณรั้วบ้าน หลังเจ้าหน้าที่ทหารขุดยึดไปเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยนำไปเก็บรักษาไว้ และวันนี้มีการเปิดตู้เซฟต่อหน้าสื่อมวลชน ซึ่งพล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้สอบถามถึงที่มาที่ไปของ 2 ตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวว่ามาอยู่ในที่ดินภายในรั้วบ้านนี้ได้อย่าไร
     
 นายสายันต์ กล่าวว่า ตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 2 ใบ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีตผบช.ก ได้ดำเนินการส่งคนมาทำฐานที่ตั้งของตู้คอนเทนเนอร์ จากนั้นจึงขนตู้คอนเทนเนอร์ตามมาและเริ่มทยอยขนไม้แผ่นแปรรูปมาเก็บไว้ พร้อมกับตู้คอนเทนเนอร์เมื่อประมาณ ปี 2554 ก่อนน้ำท่วมใหญ่สักระยะหนึ่ง ส่วนตัวตนเองไม่รู้ว่าไม้แปรรูปดังกล่าวเขาเอามาเก็บไว้เพื่ออะไรเพราะตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวด้วยเลย




พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่าหลังจากได้รับแจ้งว่าทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 2 ตู้ กว้าง 4 เมตร ยาว 10 เมตร เมื่อทางเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ตรวจสอบพบไม้แปรรูปแผ่นขนาด 300x30x3 , 253x30x3 , 355x25x3 , 300x25x3 จำนวน 559 แผ่น มูลค่าประมาณ 1,200,800 บาท  นอกจากนี้ยังมีบานประตู หน้าต่างจำนวนหนึ่ง จากการตรวจไม้แปรรูปพบว่าทุกแผ่นมีตราสัญลักษณ์ของกรมป่าไม้ ประทับไว้ที่แผ่นมีอักษรย่อ ตัว ย (ยึด) ตัว ป (ปล่อย) ซึ่งระหว่างการตรวจสอบทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถยืนยันหรือระบุได้ว่า สัญลักษณ์ที่พบนั้น เป็นตราประทับของจริงหรือปลอม