ผู้เขียน หัวข้อ: องค์การอัปสราประณามรูปถ่ายอนาจารในอุทยานประวัติศาสตร์พระนคร  (อ่าน 378 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


ภาพถ่ายหญิงเปลือยท่อนบนในปราสาทหลังหนึ่งภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนคร ที่เผยแพร่อยู่ในเฟซบุ้คช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอัปสราที่ดูแลจัดการอุทยานประวัติศาสตร์ของกัมพูชาได้กล่าวประณามและระบุว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังภาพชุดนี้.--Photo/CambodiaDaily.

       
แคมโบเดียเดลี่ - องค์การอัปสราขู่ดำเนินคดีต่อผู้ที่ผู้เบื้องหลังชุดภาพถ่ายอนาจารที่เผยให้เห็นหญิงสาวเปลือยท่อนบนถ่ายภาพภายในปราสาทของอุทยานประวัติศาสตร์พระนคร ใน จ.เสียมราฐ โดยระบุว่า ภาพชุดดังกล่าวนั้นเป็นการกระทำที่ขาดความยั้งคิด และลามกอนาจาร
       
       ชุดภาพถ่ายที่สร้างความไม่พอใจให้แก่บรรดาผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวกัมพูชาที่แชร์ภาพในช่วงสุดสัปดาห์ เป็นภาพหญิงเอเชียรายหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางปราสาทในอุทยาน สวมเพียงแค่กางเกงทรงฮาเร็ม และผ้าโพกศีรษะ ภาพถ่ายถูกโพสต์ครั้งแรกในบล็อก “Wanimal” เมื่อเดือน ต.ค. 2556 พร้อมกับคำบรรยายภาพว่า “Khmer Lady”
       
       องค์การอัปสรา หน่วยงานของรัฐบาลที่ดูแลจัดการอุทยานประวัติศาสตร์ได้กล่าวประณามภาพถ่ายเหล่านี้
       
       “องค์การอัปสราขอประณามภาพถ่ายผู้หญิงเปลือยครึ่งตัวที่ยืนอยู่ด้านหน้าปราสาท เพราะการถ่ายรูปโป๊เปลือยเป็นการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรม และวัฒนธรรมเขมรเป็นอย่างยิ่ง องค์การอัปสราได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อลงโทษต่อการกระทำที่ขาดความนึกคิดไตร่ตรอง และลามกอนาจารนี้” องค์การอัปสรา กล่าวในคำแถลงฉบับหนึ่ง
       
       ลอง โกสาล รองผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารขององค์การอัปสรา ระบุว่า ภาพถ่ายดังกล่าวถ่ายขึ้นที่ปราสาทพระขรรค์ และปราสาทบันทายกเดย และจากการสืบค้นเบื้องต้น พบว่า กลุ่มนี้มีฐานอยู่ในจีน และมีทักษะการผลิตรูปอนาจาร แม้องค์การจะยังไม่สามารถระบุตัวผู้ถ่ายภาพ หรือนางแบบได้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ชาวกัมพูชา
       
       รองผู้อำนวยการกรมศิลปากรและวัฒนธรรมประจำจังหวัดเสียมราฐ ระบุว่า ภาพถ่าย และคำบรรยายของสตรีที่ไม่ได้สวมเสื้อที่ปราสาทนั้นถือเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม แม้ว่าปราสาทหลายหลังจะประดับด้วยรูปสลักหญิงเปลือยท่อนบนก็ตาม
       
       “รูปสลักเหล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อ 1,000 ปีก่อน แต่เมื่อคุณถามผมในปี 2558 นั่นเป็นเรื่องที่ต่างกัน มันเป็นเรื่องที่ผิด” รองผู้อำนวยการกรม กล่าว.