ผู้เขียน หัวข้อ: กู้เงินเรียน มีกฎใหม่ จำกัดเกรด!! มองต่างมุมก็ น่าคิด  (อ่าน 361 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


กรณีที่ “กยศ.” หรือ “กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” จะมีหลักเกณฑ์ใหม่ งดให้เงินกู้ยืมเรียนกับนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2.0 นั้น กรณีนี้ กยศ.ได้ออกมาย้ำว่า...เป็นกติกาที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ดีขึ้น และฝึกให้เยาวชน “มีวินัย-รู้จักรับผิดชอบ” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันทีในปีการศึกษา 2558 นี้ กรณีนี้ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมาก ซึ่งถึงแม้จะมีกระแสว่า...อาจจะมีการทบทวนเรื่องนี้กันอีกครั้ง จะพยายามหาทางผ่อนปรน-ช่วยเหลือให้ในบางกรณี แต่ก็คงมีนักเรียน-นักศึกษา ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่หวั่นใจ กลัวไม่มีสิทธิ-ถูกตัดสิทธิ “ไม่ได้เรียนต่อ”...

เกี่ยวกับ กยศ. นั้น เป็นกองทุนที่ถูกจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2538 ต่อมาปี 2539 จึงได้เริ่มดำเนินการ และในปี 2541 ก็มีการประกาศให้ กยศ.มีฐานะเป็นนิติบุคคล ภายใต้การกำกับดูแลจากกระทรวงการคลัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กู้ยืมเงินแก่ “นักเรียน-นักศึกษา” ตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญและสายอาชีพ จนถึงระดับปริญญาตรีที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่มีการเปิดเผย “หลักเกณฑ์ใหม่” ที่ทาง กยศ.จะงดให้เงินกู้กับเด็กที่มีผลการเรียนต่ำกว่า 2.0 กรณีนี้ นอกจากกระแสในส่วนของนักเรียน-นักศึกษา ผู้ปกครอง ใน “มุมวิชาการ-นักการศึกษา” ก็มีกระแส มีมุมมองที่น่าคิด...

มีทั้ง ’เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย“ กับ ’หลักเกณฑ์ใหม่“

ในฝั่งเห็นด้วยนั้นมองว่า...กรณีนี้เป็นกติกาสากล

ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งมองว่า...อาจยิ่งซ้ำเติมปัญหา??

กับมุมมองนักวิชาการ-นักการศึกษา เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกู้เงินเรียนของ กยศ.นี้ ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ทรรศนะผ่านทาง “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ว่า...ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นไปตาม “หลักสากล” เกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา รูปแบบนี้ก็เป็นรูปแบบที่ทั่วโลกใช้ ซึ่งสาเหตุที่ต้องกำหนดเกณฑ์ใหม่เช่นนี้ เพื่อให้นักเรียน-นักศึกษาตั้งใจและมีความรับผิดชอบมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายคนนำเงินกู้ยืมไปใช้ในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์

ส่วนที่หลายคนกังวลว่า...กรณีเด็กหัวไม่ดี หรือเรียนได้อ่อน ทั้งจากสาเหตุสภาพร่างกาย และปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัวที่ไม่ดี อาจจะยิ่งมีปัญหานั้น ก็เห็นว่าเรื่องนี้ “ควรมีข้อยกเว้น” โดยอาจเลือกพิจารณาเป็นกรณีไป อย่างไรก็ตาม ความเห็นส่วนตัวคิดว่าเด็กควรเปลี่ยนแนวทาง โดยหันไปเน้น “เรียนสายอาชีพ” และอีกกรณี รัฐอาจ “จัดระบบช่วยเหลือ” เช่น การให้ทุนแบบให้เปล่า กรณีที่เด็กรายนั้นยากจน หรือจัดโครงการหางานทำให้เด็ก ก็น่าจะเป็น “ทาง ออก” ที่ดี ในสถานการณ์เช่นนี้...

’กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นการเอื้อโอกาสให้เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาส ซึ่งเด็ก ๆ ก็ควรที่จะใช้ประโยชน์ หรือใช้โอกาสตรงนี้ให้คุ้มค่า ด้วยการตั้งใจเรียนให้ผลการเรียนออกมาดี ๆ เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นหลักสากลที่ทั่วโลกก็ใช้หลักเกณฑ์แบบนี้“...เป็นทรรศนะจาก ดร.อมรวิชช์

พิจารณาตามหลักสากลแล้ว...มุมนี้ก็น่าคิด

ทางด้าน ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ให้ทรรศนะกับกรณีดังกล่าวนี้ว่า...หลักเกณฑ์ใหม่ของ กยศ.นี้ ถ้าเริ่มใช้ก็ “จะมีผลกระทบ” กับนักเรียน-นักศึกษา แน่นอน ยิ่งถ้าเป็น “เด็กกลุ่มเกรดต่ำ-หัวไม่ดี” โอกาสที่เด็กจะตัดสินใจลาออกจากสถานศึกษา ต้องออกจากระบบการศึกษาก็มีสูง เนื่องจากขาดทุนทรัพย์ และยิ่งเป็นเด็กที่ต้องทำงานพิเศษ เพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างที่ยังศึกษา หากเด็กถูกตัดสิทธิ ไม่สามารถกู้เงินจากกองทุนได้ ก็อาจจะต้องเพิ่มเวลาทำงาน-ลดเวลาเรียน ซึ่งผลกระทบก็จะตกอยู่ที่เด็ก จะยิ่งทำให้ผลการเรียนออกมาไม่ดี

อาจทำให้เกิดเป็น “วังวนปัญหา” ไม่สิ้นสุด

ถ้าหากเป็นเช่นนี้จริง...มุมมองนี้ก็น่าคิด

อย่างไรก็ตาม ผศ.นพ.เฉลิมชัย ระบุอีกว่า...โดยส่วนตัวแล้วก็เข้าใจดีถึงเจตนารมณ์ของทาง กยศ. ที่หวังจะยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยให้ดีขึ้น รวมถึงต้องการฝึกวินัย ฝึกความรับผิดชอบ ให้เด็ก-เยาวชนไทย แต่เรื่องนี้ทาง กยศ.เองก็ควรจะมีการทบทวน โดย เสนอให้ “ยืดเวลา-ขยายเวลา” ออกไปอีกสักระยะ เพื่อให้โอกาสเด็กได้ปรับปรุงผลการเรียน อย่างน้อยอีก 1 เทอม หรือ 1 ภาคการศึกษา ซึ่งเชื่อว่า...หากเป็นเด็กที่มีใจรักการเรียนแล้ว ก็จะสามารถทำให้ผลการเรียนดีขึ้น จนผ่านเกณฑ์ตามที่ทาง กยศ.ตั้งไว้ ซึ่งก็จะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามที่ทาง กยศ.มุ่งหวัง

’หากให้โอกาสแล้ว เด็กทำไม่ได้ ก็เป็นสิทธิที่ทาง กยศ.จะไม่พิจารณาให้กู้อีก ซึ่งการให้โอกาสเด็กอีกครั้ง หากเขาสามารถเรียนได้จริง และเรียนจบได้ สุดท้ายประโยชน์ก็จะตกกลับสู่ กยศ. และรัฐ ที่นอกจากจะได้เงินกู้คืน เด็กที่เรียนจบและออกไปทำงานก็จะคืนประโยชน์กลับมาในรูปของการจ่ายภาษีนั่นเอง“ ...เป็นทรรศนะที่ ผศ.นพ.เฉลิมชัย สะท้อนไว้ ซึ่งก็มีนัยคล้ายหลักเกณฑ์มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ ซึ่งเด็กที่เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 2.0 จะถูกรีไทร์ แต่ก็มีหลักเกณฑ์ที่ให้โอกาส

ทั้งนี้ อธิการบดี มศว ยังมี “ข้อเสนอแนะ” ต่อ “การติดตามเงินกู้ยืม” ด้วยว่า...ควรทบทวนว่าที่ผ่านมามีอุปสรรคอะไรถึงทำให้เด็กบางคนไม่คืนเงินกู้ ทั้ง ๆ ที่เรียนจบและมีงานทำแล้ว ซึ่งเท่าที่ทราบบางคนก็มีความเข้าใจผิดคิดว่าไม่ต้องคืนเงิน และบางคนก็มองว่า “เงินกู้ กยศ.” เป็นส่วนหนึ่งของ “นโยบายประชานิยม”...ซึ่ง “มุมสะท้อน” ดังกล่าวนี้ ก็นับว่าน่าคิดเช่นกัน

“หลักเกณฑ์ใหม่” ก็เชื่อได้ว่ามีจุดมุ่งหมายที่ดี

แต่ “มุมมอง-ข้อเสนอแนะ” นั้นก็น่าพิจารณา

รวมถึงกับการคืนเงินกู้ที่สะดวก-ไม่ชวนงง??.






ที่มา http://dailynews.co.th/Content/Article/309465/_%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99_+%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88+_%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%94!!_+%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B9%87+_%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%3F_