ผู้เขียน หัวข้อ: เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์จ่อยื่น 3.3 หมื่นรายชื่อ หนุนตั้งคณะกรรมการคุมราคา  (อ่าน 339 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


เมื่อวันที่ 11 พ.ค. นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า เครือข่ายฯ ได้รวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อหนุนตั้ง “คกก.ควบคุมราคารพ.เอกชน” โดยในวันที่ 12 พ.ค.นี้ จะยื่นรายชื่อประชาชนจำนวน 33,000 รายชื่อ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมการควบคุมราคารพ.เอกชน ตามที่มีประชาชนเรียกร้อง ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องมีการควบคุมเนื่องจากที่ผ่านมา ได้รับเรื่องร้องเรียนและมีหลักฐานว่ารพ.เอกชน คิดค่ายาและค่าบริการสูงเกินจริงจำนวนมาก อีกทั้งยังมีคดีรพ.เอกชนโกงค่ารักษาอีกด้วย 
 
 “เบื้องต้นเครือข่ายฯ ตั้งเป้าแค่ให้มีสนับสนุนประมาณ 10,000 คน แต่ปรากฎว่าแค่เพียง 2 สัปดาห์ มีประชาชนลงชื่อสนับสนุนเรื่องนี้กว่า 33,000 คน สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ที่เดือดร้อนจากค่ารักษาพยาบาลที่สูงเกินจริงของรพ.เอกชนนั้น มีอยู่จริงและจำนวนมาก” นางปรียานันท์ กล่าว
 
 ด้าน พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า สำหรับค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนนั้น จะมีหลายหมวดแต่หลักๆ จะแบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ 1.ค่าธรรมเนียมบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งไม่เพียงแต่วิชาชีพแพทย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักกายภาพบำบัด เป็นต้น 2.ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ ค่ายาและเวชภัณฑ์ต่างๆ อาทิ สายสวนหัวใจ ข้อเข่าเทียม เป็นต้น และ3.ค่าบริการต่างๆ ของสถานพยาบาลนั้นๆ ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีการเซอร์วิสที่แตกต่างกันไป ดังนั้น หากจะคุมค่ารักษาพยาบาลก็คงต้องแยกแต่ละหมวด ซึ่งในความเป็นจริงอาจมีหมวดย่อยๆ อีกมาก ตรงนี้ตนไม่ทราบชัดเจน จำเป็นต้องมีหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ
 
 “ปัญหาที่ผ่านมาหลายคนเพ่งเล็งไปที่วิชาชีพแพทย์เป็นหลัก ซึ่งจริงๆ แล้ว ค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน ไม่ได้พิจารณาในส่วนของวิชาชีพแพทย์เท่านั้น แต่มีหลายอย่างประกอบด้วย ที่สำคัญในโรงพยาบาลไม่ว่าจะเอกชนหรือรัฐบาล ไม่ได้มีเพียงแพทย์เท่านั้น แต่ยังมีวิชาชีพอื่นๆ อีกด้วย จึงอยากให้มีการพิจารณาด้วยเช่นกัน ส่วนกรณีที่มีการมองว่ารพ.เอกชน สั่งยามากเกินจำเป็นนั้น ประชาชนสามารถร้องเรียนมายังแพทยสภาให้ตรวจสอบได้” พล.อ.ต.นพ.อิทธพร กล่าว
 
 แหล่งข่าวสธ. กล่าวว่า ที่ผ่านมา ค่ารักษาพยาบาลแพง ส่วนสำคัญอยู่ที่ค่ายา โดยพบว่ายาชนิดเดียวกัน แต่ในโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งกลับคิดราคาแตกต่างกันไป หรือบางกรณีเกิดคำถามในการตรวจวินิจฉัยและตรวจคัดกรองโรคของแพทย์ว่า มีการใช้เครื่องมือมากจนเกินความจำเป็นหรือไม่ เพราะเมื่อมีการใช้เครื่องมือมากก็ย่อมทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

 นอกจากนี้ โรงพยาบาลหลายแห่งมีการจัดแพคเกจการรักษา อย่างแพคเกจทำคลอด แต่ละแห่งมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการคลอดธรรมชาติ หรือผ่าคลอด รวมทั้งบริการเสริมในการดูแลหลังคลอด เป็นต้น แต่ราคาแพคเกจทำคลอดถือว่าค่อนข้างสูง โดยหากเป็นการคลอดปกติมีราคาตั้งแต่ 22,000-56,000 บาท ขณะที่แพคเกจผ่าคลอดจะมีราคาสูงขึ้นระหว่าง 32,000-80,000 บาท เป็นต้น จึงเกิดคำถามว่าแม้จะเป็นทางเลือกของผู้รับบริการ แต่ควรมีมาตรฐานราคากลางที่ไม่ควรสูงจนเกินไปหรือไม่






ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1431336822