
ตำรวจรวบชายอ้างตัวเป็นญาตินายพล หลังร่วมกับเพื่อนตำรวจ ก่อเหตุรุมทำร้ายคนขับรถแท็กซี่ บาดเจ็บสาหัสที่อาร์ซีเอ ก่อนเกิด เหตุกลุ่มคนร้ายเมาเหล้าหนัก มาขอนั่งต่อร้านสลิม แต่ถูกพนักงานร้านปฏิเสธเพราะร้านปิดแล้ว พาลหาเรื่องทำร้ายแท็กซี่จนสลบเหมือด เพื่อนวินแท็กซี่ยกพวกเข้าช่วย สู้ไม่ได้ต้องยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าพร้อมประกาศศักดา “แน่จริงไปตามตำรวจมา สน.ไหนก็ได้ พ่อกูเป็นนายพล” สุดท้ายจนมุมขณะย้อนมาเอาคืน
ตำรวจ สน.มักกะสัน รวบชายอ้างตัวเป็นญาตินายพล หลังร่วมกับเพื่อนตำรวจรุมทำร้ายคนขับรถแท็กซี่ บาดเจ็บสาหัสที่อาร์ซีเอ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 28 ก.ย. ขณะที่ พ.ต.ท.จิระวัฒน์ ยอดกระโหม รอง ผกก.ป.สน.มักกะสัน ขณะออกตรวจพื้นที่ ได้รับแจ้งเหตุมีกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าและทำร้ายร่างกายมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าทางเข้าสถานบันเทิง อาร์ ซี เอ ใกล้แยกจตุรทิศ ถนนจตุรทิศ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.จึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ
ที่เกิดเหตุพบนายธานินทร์ พรำนัก อายุ 31 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 1 ต.คูบ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ถูกกลุ่มคนร้ายรุมทำร้ายชกต่อยจนหมดสติ มีบาดแผลที่ใบหน้าบวมปูด ใกล้กันพบรถแท็กซี่โตโยต้า รุ่นอัลติส สีเขียวเหลือง ทะเบียน มช 8241 กรุงเทพมหานคร ของนายธานินทร์ และปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. 7 ปลอก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนเจ็บรีบนำส่ง รพ.ราชวิถี เพื่อช่วยเหลือต่อไป
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายธานินทร์ เป็นคนขับแท็กซี่ได้มาจอดรถรอผู้โดยสารตรงจุดเกิดเหตุ และลงจากรถไปซื้อน้ำ ช่วงเวลาเดียวกันได้มีรถตู้โฟล์ค รุ่นทรานสปอร์เตอร์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฮข 8514 กรุงเทพมหานคร มาจอดใกล้รถนายธานินทร์ มีชายฉกรรจ์ 4 คน ลงมาจากรถตรงเข้ามารุมทำร้ายชกต่อยจนสลบเหมือด และยังข่มขู่ใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย นอกจากนี้หนึ่งในคนร้ายได้ตะโกนท้าทายว่า “แน่จริงไปตามตำรวจมา สน. ไหนก็ได้ พ่อกูเป็นนายพล” ก่อนทั้งหมดจะขึ้นรถตู้ขับหลบหนีมุ่งหน้าทางด่วนพระราม 9 เจ้าหน้าที่จึงได้วิทยุสกัดจับ
เวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับกุมรถตู้คันดังกล่าวได้ที่บริเวณหน้าร้านแฟมิลี่มาร์ท ถนนเพชรอุทัย แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. จากการตรวจค้นพบ ส.ต.ต.บุลเสฎฐ วุฒิวิญญชน อายุ 27 ปี ตำรวจสังกัด สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และนายชุติรัตน์ ถนอมสิงห์ อายุ 27 ปี อ้างเป็นลูกนายพล และภายในยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อกล็อก 26 สีดำ หมายเลขทะเบียนปืน กท 54222933 พร้อมกระสุนขนาดเดียวกัน 8 นัด และอาวุธปืนขนาด .45 ยี่ห้อกล็อก หมายเลขทะเบียนปืน กท 55308779 พร้อมกระสุนขนาดเดียวกัน 18 นัด โดยปืนทั้งสองกระบอกบรรจุกระสุนพร้อมใช้งาน จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนที่ สน.มักกะสัน
พ.ต.ท.จิระวัฒน์ รอง ผกก.ป.สน.มักกะสัน เปิดเผยว่าจากการสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่าก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหา 4 คน มีอาการเมาเหล้าจากที่อื่นได้มาเที่ยวต่อที่ร้านสลิม ภายในสถานบันเทิง อาร์ซีเอ แต่ถูกพนักงานของร้านสลิมไม่ให้เข้า เนื่องจาก เกินเวลาให้บริการแล้ว ทำให้กลุ่มผู้ต้องหาโมโหและออกมาพาลหาเรื่องนายธานินทร์ โชเฟอร์แท็กซี่ จนเกิดมีปากเสียงชกต่อยกัน จังหวะนั้นกลุ่มวินแท็กซี่จำนวนมากที่จอดอยู่ด้านหน้าทางเข้าสถานบันเทิงอาร์ซีเอ ได้เข้ามาช่วยทำให้กลุ่มผู้ต้องหาสู้ไม่ได้ จึงข่มขู่ใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าและขึ้นรถตู้หลบหนี จากนั้น ส.ต.ต.บุลเสฎฐและนายชุติรัตน์ได้ไปตระเวนส่งเพื่อน แล้วผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมอาวุธปืนก็ย้อนกลับมาดูที่เกิดเหตุเพื่อจะขอเอาคืนกลุ่มแท็กซี่จนถูกตำรวจสกัดจับกุมได้
รอง ผกก.ป.สน.มักกะสันกล่าวต่ออีกว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนเบื้องต้นถูกแจ้งข้อหามีและพกพาอาวุธปืน กระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกาย และยิงปืนในที่เกิดเหตุ ต้องรอนายธานินทร์ คนเจ็บ หรือพยานมาชี้ตัวว่าใครเป็นคนทำร้ายและยิงปืน จะแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต เพิ่มเติมและติดตามผู้ต้องหาที่เหลือส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สำหรับนายธานินทร์คนเจ็บขณะนี้ทราบว่ารู้สึกตัวแล้ว จะให้พนักงานสอบสวนเข้าสอบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมาสรุปเหตุการณ์ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ใช้เงินสดคนละ 75,000 บาท ประกันตัวออกไป
ด้าน พ.ต.อ.วิเชียร ปทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน กล่าวว่า ส.ต.ต.บุลเสฎฐ วุฒิวิญญชน ผบ.หมู่ ป. สภ.กระทุ่มแบน ที่เป็นผู้ต้องหา จบจากตำรวจภูธรภาค 7 และทำงานอยู่ที่นี้ได้ 1 ปี ต่อมาได้ไปช่วยราชการเป็นตำรวจอารักขา ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และไม่ทราบความเป็นไปอีกเลย
มีรายงานว่า ส่วนนายชุติรัตน์ ถนอมสิงห์ ผู้ต้องหาอีกหนึ่งคน มีนามสกุลเหมือนกับนายทหารท่านหนึ่งสังกัดกองทัพบก ยศ พล.อ.
ที่มา http://www.thairath.co.th/


บันทึกการเข้า