ผู้เขียน หัวข้อ: ทาสยาบ้าคลั่ง ชักปืนรัวพี่สาว ญาติอีกคนรวม2ศพ ตร.ล้อมจับดวลเจ็บ  (อ่าน 1188 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์


หนุ่มทาสยาบ้าเสพยาจนคลั่งบุกกระหน่ำยิงพี่สาว กับญาติสาวร่างพรุนตายคาห้องน้ำ ตำรวจไประงับเหตุ บังอาจเปิดฉากยิงใส่ก่อนแล้วขี่รถ จยย.เผ่นหนี เลยถูกยิงสวนเข้าอกอาการสาหัส สอบสวนทราบว่าคืนที่ผ่านมา หนุ่มคลั่งไปซื้อปืนกับกระสุนมานั่งทำความสะอาดที่ระเบียงหน้าบ้าน พี่สาวเห็นท่าไม่ดีปิดล็อกประตูเก็บตัวอยู่กับสามีและลูกชายวัย 7 ขวบ เลยถูกยิงถล่มบ้านแต่กระสุนไม่ถูกใคร กระทั่งเช้าหนุ่มคลั่งขี่รถ จยย.ออกจากบ้าน พี่สาวชะตาขาดไม่คิดจะเกิดเหตุร้ายไม่ได้หนีไปไหน ส่วนญาติสาวเหยื่อกระสุนแวะมานั่งคุยที่บ้าน จังหวะเดียวกับหนุ่มคลั่งย้อนเข้าบ้านอาละวาดไล่ยิงตายสยองทั้งคู่

หนุ่มคลั่งยาบ้าฆ่าพี่สาวกับญาติ 2 ศพ แล้วฮึดสู้ยิงตำรวจเลยถูกเป่าดิ้นสิ้นฤทธิ์รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 พ.ย. ร.ต.ท.ศึกษา ตะปะสา รอง สวป.สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุหนุ่มคลั่งอาละวาดยิงปืนในบ้านเลขที่ 26/11 หมู่ 4 ซอยคลองห้าตะวันตก 19 ถนนเลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นำกำลังไปตรวจสอบพบเป็นบ้านยกพื้น มีรั้วลวดหนามล้อมรอบ อยู่ติดกับถนนซอย มีนายบรรเลง ชังอินทร์ อายุ 31 ปี หนุ่มคลั่งเป็นน้องเจ้าของบ้าน พูดโวยวาย นั่งเช็ดปืนบนระเบียงหน้าบ้าน เพื่อนบ้านข้างเคียงแจ้งว่าก่อนหน้านี้มีเสียงปืนดังขึ้นในบ้านหลายนัด

ตำรวจตะโกนบอกให้วางปืนก่อนมอบตัว แต่นายบรรเลงกลับทำท่าขึ้นลำปืน จนต้องขอกำลังสนับสนุนจากทางโรงพัก นายผาชัย โปรียานนท์ นายอำเภอคลองหลวง นำเจ้าหน้าที่ อส. และทหารร่วมปิดล้อมบริเวณบ้านอย่างแน่นหนาพร้อมเกลี้ยกล่อมให้นายบรรเลงมอบตัวโดยดีนานร่วม 2 ชั่วโมง จู่ๆนายบรรเลงเดินลงจากบ้านไปขี่รถ จยย.ยามาฮ่าฟีโน่ ทะเบียน วกล 644 กรุงเทพมหานคร จอดในบ้าน แล้วรัวยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่เปิดทางหนีเลี้ยวเข้าไปทางท้ายซอย ร.ต.ท.ศึกษา ตะปะสา รอง สวป.สภ.คลองห้า ซุ่มอยู่หลังเสาไฟยิงตอบโต้กระสุนทะลวงอกนายบรรเลงจนรถล้ม ตำรวจกรูเข้าล็อกตัวนายบรรเลงไว้ได้ พร้อมปืน 9 มม. สื่อมรณะ และถุงผ้ามีกระสุนปืนหลายสิบนัดเหน็บอยู่ที่เอวยึดไว้เป็นหลักฐาน รีบนำนายบรรเลงส่ง รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต

จากนั้นตำรวจขึ้นไปตรวจสอบในบ้าน พบภาพชวนสังเวชใจมีหญิงสาว 2 คน ถูกนายบรรเลงยิงด้วยปืน 9 มม. ตายคาห้องน้ำ 2 ศพ ทราบชื่อนางเนาวรัตน์ จี่แก้ว อายุ 35 ปี พี่สาวนายบรรเลง และเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ ถูกยิงเข้าหน้าผาก 1 นัด มือซ้าย 1 นัด อกซ้าย 1 นัด สะโพกซ้าย 1 นัด ต้นขาซ้าย 1 นัด แขนขวา 1 นัด รวม 6 นัด และ น.ส.รุ่งราตรี น้อยใหม่ อายุ 36 ปี เป็นลูกพี่ลูกน้องอยู่บ้านใกล้กัน ถูกยิงที่หน้าผาก 1 นัด และขมับซ้าย 1 นัด รวม 2 นัด จึงแจ้ง พ.ต.ท.สุไทย แววไธสง พงส.ผนพ.สภ.คลองห้า พ.ต.อ.ประเวทย์ ต้นสมบูรณ์ ผกก. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเขต 1 แพทย์เวร รพ.คลองหลวง ร่วมตรวจที่เกิดเหตุ

พ.ต.อ.ประเวทย์ ต้นสมบูรณ์ ผกก.สภ.คลองห้า เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายภิรมย์ ชังอินทร์ อายุ 55 ปี พ่อของนายบรรเลง หนุ่มคลั่งโหด รวมทั้งชาวบ้านละแวกที่เกิดเหตุ ทราบว่านายบรรเลง เพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดมาอาศัยอยู่บ้านนางเนาวรัตน์ ผู้ตายได้ราว 5 เดือน เมื่อคืนที่ผ่านมานายบรรเลงไปซื้อปืนและกระสุนมานั่งขัดปืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน นางเนาวรัตน์เห็นท่าไม่ดีล็อกบ้านเข้านอนกับสามีและลูกชายวัย 7 ขวบ จนเวลาราวตีสองนายบรรเลงเข้าบ้านไม่ได้อาละวาดยิงปืนใส่ตัวบ้าน นางเนาวรัตน์โทรศัพท์ไปบอกให้นายภิรมย์ช่วยตักเตือนนายบรรเลง แต่พอนายภิรมย์ขี่รถ จยย.มาถึงหน้าบ้าน ถูกนายบรรเลงยิงใส่ต้องหนีกลับบ้านไป

ผกก.สภ.คลองห้า กล่าวต่อว่า ต่อมาเช้าวันเดียวกันนายภิรมย์ไปแจ้งตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่พอมาถึงบ้านที่เกิดเหตุพบนางเนาวรัตน์แจ้งว่านายบรรเลงขี่รถ จยย.ออกจากบ้านไปแล้วคาดว่าไปหาแฟนสาวที่คลองหก เอาปืนติดตัวไปด้วย ส่วนสามีของนางเนาวรัตน์ไปส่งลูกเข้าโรงเรียนแล้วไปทำงานต่อ ตำรวจได้ติดตามนายบรรเลงไปแต่คลาดกัน ปรากฏว่า น.ส.รุ่งราตรี มาหานางเนาวรัตน์เพื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่านายบรรเลงขี่รถ จยย.มาถึงบ้าน นางเนาวรัตน์และ น.ส.รุ่งราตรี ตกใจวิ่งหนีไปซ่อนตัวในห้องน้ำ นายบรรเลงมีอาการคลุ้มคลั่งไล่ตามเข้าไปใช้ปืนยิงใส่ประตูห้องน้ำพรุน 6 นัด แล้วพังประตูเข้าไปยิงทั้งคู่เสียชีวิตคาห้องน้ำ เพื่อนบ้านข้างเคียงได้ยินเสียงปืนแจ้งตำรวจมาตรวจสอบอีกรอบ กระทั่งนายบรรเลงเปิดฉากยิงใส่ตำรวจเลยถูกยิงตอบโต้บาดเจ็บ

พ.ต.อ.ประเวทย์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบสารเสพติดในตัวนายบรรเลง คาดว่านายบรรเลงคงเสพยาบ้าแล้วเกิดอาการคลุ้มคลั่งฆ่าพี่สาวกับญาติดังกล่าว เบื้องต้นได้อายัดตัวในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและมีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง





ที่มา http://www.thairath.co.th/