ผู้เขียน หัวข้อ: สโม๊กทอล์กโชว์พัทยา วันนี้ก้าวหน้าไปญี่ปุ่น  (อ่าน 1168 ครั้ง)

ออฟไลน์ webmaster

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 3951
    • อีเมล์
เชิด หรือ เชิดตระกูล วงศ์มามี อายุ 35 ปี นักแสดงตลกทอล์กโชว์ ชื่อที่ใช้ในการแสดงสโม๊ก ทอล์กโชว์พัทยา มีผลงานการแสดงถึงระดับที่กล้าคุยว่า “ทิฟฟานี อัลคาซ่าร์ มิโมซ่า ทุกเวทีโชว์มาหมดแล้ว”

ฐานะอาชีพก็ถือว่ามั่นคง เชิดซื้อบ้านที่อยู่หลังนี้ เลขที่ 104/35หมู่ 6 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซื้อรถ และซื้อที่ 4 ไร่ ที่บ้านเกิดบุรีรัมย์ ถมที่ปูทาง เผื่อทำนา หรือไม่ก็ทำไร่มันสำปะหลัง

กว่าจะมาถึงวันนี้ เชิดเรียนคณะการโรงแรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพา จบมาทำชิปปิ้งส่งออก เงินเดือน 12,000 บาท รู้สึกว่าไม่พอใช้ พอดีเพื่อนชื่อปุ้ย ทิฟฟานี่ ชื่อในวงการนาตาลี เป็นดาวทิฟฟานี่ ชวนให้ไปทำงานด้วยกัน

เชิด เรียกตัวเองว่า “หนู” “หนูคิดว่าตัวตนเป็นคนตลกอยู่แล้วก็จึงรับปาก”

เริ่มครั้งแรก...เต้นคาบาเร่ต์ เป็นนายโชว์ได้ระยะหนึ่ง อายุถึงเกณฑ์ทหาร ออกไปเป็นทหารเกณฑ์ อยู่ปราณบุรี 2 ปี กลับมาทำทิฟฟานี่ต่อ แล้วก็ไปทำที่อัลคาซ่าร์

พอดีอัลคาซ่าร์มีการประกวด อัลคาซ่าร์คอนเทสต์ เปิดให้แสดงความสามารถชิงเงินรางวัล 10,000 บาท ทั้งล่อใจว่าผู้ชนะจะได้เงินเดือนขึ้น เชิดประกวดแข่ง 3 รอบ รอบแรก เชิดแสดงเป็นทาทา ยัง รอบที่สอง แสดงเป็นแดจังกึม รอบสุดท้าย เล่นเป็นทีม แสดงเป็นเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ จบการแสดงเชิดคว้ารางวัลที่ 1

รางวัลที่ 1 จากเวทีอัลคาซ่าร์ เชิดรับงานสลับหลายเวที เลิกจากอัลคาซ่าร์ก็ไปทำงานผับ เจอพี่ไข่มุก ซุปต้าร์ ได้ขึ้นทอล์กโชว์ด้วยกันครั้งแรก เชิดน้องใหม่เวทีทอล์กโชว์สั่นมาก

“ยังจำได้ งานนั้นเหมือนพี่ไข่มุกเรียกขึ้นไปฆ่า” เชิดฟื้นความหลัง “มืออาชีพอย่างพี่ไข่มุก ชงแล้วด่าแขกก็สนุก หนูพูดไม่ทันพี่ไข่มุก โดนด่าข้างเดียว”

เชิดอยากด่าเก่งเหมือนพี่ไข่มุกเกิดมุมานะ พี่ไข่มุกไปไหนเชิดไปด้วย คอยดูเทคนิค ดูการพูด ดูลีลา “พี่ไข่มุกไม่สอนอะไรมาก แต่ก็บอกไว้อย่างหนึ่ง มุกที่ดีที่สุดคือ มุกสด ไม่ใช่มุกเตี๊ยม”

บทเรียนนั้น เชิดจึงเรียนรู้ว่า เล่นมุกสดจะฮาสุด

ตัวอย่าง เห็นใครเดินเข้ามาในร้าน ถ้าจิกกัดเม้าท์เขา เรียกเสียงฮาได้ นั่นแหละที่สุดแล้ว

ทุกวันนี้เชิดเอาเรื่องปัจจุบันมาเล่น ผสมกับการฟังเพลงใหม่ๆ อะไรที่พอใส่กันได้ก็เอามาใส่

ตอนเหนียวไก่หาย ก็เอาคำพูดของเขามาใส่กับเพลงไก่ย่าง ตัดซาวนด์โน้นซาวนด์นี้มาใส่ บางทีนั่งนึกอะไรขำๆออกก็ลองตัดดู ทุกมุกที่คิดได้ ถ้าจะได้ดีก็ต้องซ้อมที่หน้ากระจกก่อน การซ้อมเชิดใช้คำว่า เล่นกับตัวเอง

ส่วนการตัดเพลง เราต้องตัดเอง จะได้รู้ว่าต้องทำอะไรบ้างในช็อตนั้น สีหน้าท่าทาง คนตัดกับคนเล่นต้องสอดคล้องกัน ถ้าคนหนึ่งตัด อีกคนหนึ่งเล่น ก็ไม่ขำ

เชิดเป็นฟรีแลนซ์ เดินสายทอล์กโชว์เกือบ 10 ปี ช่วงผับบูมๆ เล่นอยู่ 5 ที่ที่ละ 30 นาที จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ค่าตัวคืนละ 200 ตอนนี้ ต่อที่ คืนละ 2,000

วันเวลาผ่านเลยมาถึงวันหนึ่ง มีเหตุให้ความสัมพันธ์ระหว่างเชิดกับพี่ไข่มุกเปลี่ยนไป

วันนั้น...มีงานที่ต้องขึ้นด้วยกัน แต่เชิดติดที่ช่างนัดทำบ้าน พี่ไข่มุกก็โชว์คนเดียว ตำรวจลงผับตรวจยาเสพติด พี่ไข่มุกกินยาโรคประจำตัว ก็เป็นหนึ่งในนั้น ฉี่เป็นสีม่วง ตำรวจเขาแยกแยะไม่ได้ ก็จับไปด้วยเช้าพี่ไข่มุกโทร.มา ขอให้ไปช่วยประกันตัว จังหวะที่ตำรวจส่งฉี่ไปแยกสาร ก็รู้ว่าพี่ไข่มุกไม่ได้เล่นยา ตอนเย็นไปรับพี่ไข่มุกออกมา ความรู้สึกดีๆที่มีเพิ่มให้กัน พี่ไข่มุกออกปากรับเชิดให้เป็นลูกสาว

ถึงวันนั้น ความรักความผูกพันฉันน้องพี่ก็เปลี่ยนเป็นความรักความผูกพันฉันลูกแม่

ถึงตอนนี้ เชิดจำเป็นต้องปรับตัว โชว์ที่แนฟคลับพัทยาที่เดียว เหตุเพราะต้องเตรียมตัวไปญี่ปุ่น การเดินสายไปถึงญี่ปุ่น เป็นงานใหญ่ เป็นความก้าวหน้าครั้งใหม่ เชิดต้องพยายามเคลียร์ตัวเอง

10 กว่าปีที่ทำงานทุกคืน เชิดสารภาพต้องเป็นนักดื่ม...ดื่มตลอด ไม่ดื่มก็ไม่ได้ ตอนโชว์ แขกเอาแบงก์ร้อยพันแก้วเหล้ายื่นให้ เคยเอาแก้วช็อต 10 ช็อต เทรวมกันเต็มแก้วใหญ่ แล้วต้องกินให้หมด

แบงก์ที่พันแก้วคืนละหลายๆแก้ว เชิดเคยได้ทิปสูงสุด 20,000 บาทบางคืนเจอแก้วเหล้าพันแบงก์มากจนรับไม่ไหว เชิดเล่าว่า เคยยกแก้วทำท่ากิน แต่ปล่อยให้ไหลออกด้านข้าง หรือไม่ก็ใช้ลูกเล่น ทำเป็นเต้นๆให้เหล้าหก

ตอนแรกก็ต้องกินให้แขกเห็นว่าเรากิน บางทีก็เจอแขกยกเหล้าให้ 1 ขวด ให้ 3,000 เงื่อนไขต้องกินครึ่งขวด เราจะกินยังไงไหว ก็เทให้หกบ้าง หาจังหวะเล่นมุมเอา

บางคืนค่าตัวไม่เอา ได้ทิปแน่นๆ 5,000 เดี๋ยวนี้ตั้งเกณฑ์ไว้เลยขั้นต่ำ 3,000 ถ้าได้แค่ 1,000 หรือ 2,000 ถือว่าอยู่ไม่ได้ ต้องใช้การเดินทุกโต๊ะ เรียกทิป

กระบวนการดื่ม ดื่มเพื่อเรียกทิป ผลก็คือเสร็จงาน ทุกคืนเชิดก็เมา ตื่นเช้าก็แฮงก์ สุขภาพย่ำแย่ เมื่อมีเป้าหมายฟื้นสุขภาพเพื่องานใหม่...ก็ต้องรับงานให้น้อยลง...รับแก้วเหล้าพันแบงก์น้อยลง

ตามกำหนดการ เชิดจะไปญี่ปุ่นต้นมกราคม สัญญางานเมืองเกโระชิ 6 เดือน ที่พักอาหารฟรี มีรถรับส่งไปทำงานทุกวัน โชว์บ่ายค่ำ วันละสองรอบ

คนญี่ปุ่นส่งรูปมาให้ดู เมืองเกโระชิเป็นเมืองโบราณ เหมือนอยุธยาหรือสุโขทัยของเรา ที่ทำงานอยู่บนเขาเป็นธรรมชาติ อากาศดี...เห็นรูปแล้ว ก็เร่งวันเร่งคืน รอที่จะไป

การไปทำงานญี่ปุ่น 6 เดือน เชิดว่าเหมือนไปพัก ตั้งใจว่าไปแล้วจะเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่ม ก่อนหน้าเคยเรียนแต่ไม่ได้ใช้ เจอสึนามิแขกญี่ปุ่นก็หาย

เปลี่ยนจากเมืองไทยไปญี่ปุ่นถึงหกเดือน น่าจะมีคำถาม จะมีคนเป็นห่วง ห่วงหาบ้างไหม

ห่วงแรกของเชิดคือแม่ ตอนแรกแม่ไม่ให้ไป เหตุที่ห่วงคือไม่อยากให้ลูกกินเหล้า เชิดบอกแม่ให้หายห่วงว่า งานที่ไปสบายมาก โชว์อย่างเดียว ไม่ต้องกินเหล้า

เชิดเองก็ห่วงแม่ ต้องโทร.หาทุกวัน แม่แก่มากแล้ว ตอนนี้อายุ 75 ปี มีน้องสาวลูกน้าคอยดูแล

ห่วงต่อมา คนรู้ใจ คนที่เคยรักเคยใคร่กัน เชิดบอกว่า ตลกก็มีความรัก ตอนแรกที่ดังก็เป็นเนื้อเพลงสิรินทรา รู้เขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก หมดเงินไปไม่น้อย เวลาผ่านไป ก็ทำใจคิดว่าช่างมัน

ตอนอกหัก แยกไม่ออกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ขึ้นเวทีไปร้องไห้ไป แต่ต่อมาก็ทำใจ ขึ้นเวทีเราคือสโม๊ก ไม่ใช่เชิด

เชิดสารภาพ การเป็นเพศที่สามมักจะชอบเกี่ยวกับการเต้น การฟ้อน การรำ เพศที่สามเป็นเพศเอนเตอร์เทนคน แต่การเป็นตลกไม่ได้เป็นง่ายๆ ไม่ใช่รูปร่างหน้าตาไม่ดีแล้วเป็นตลก เดี๋ยวนี้คนสวยเป็นตลกก็เยอะ

ประสบการณ์ของเชิด คนเป็นตลกต้องมาจากข้างใน ภาษาวงการเรียก มาจากอินเนอร์ เช่นเดียวกับนักแสดงที่เก่งที่ดี ต้องมีอินเนอร์

แต่ความสามารถอย่างเดียว ในบางสถานการณ์ก็ต้องประกอบด้วยหุ่นหรือรูปร่าง บทเรียนนี้เชิดเรียนรู้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นชอบตลกตัวอ้วน คนที่ไปก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นพี่มารูโกะหรือคนอื่นๆก็อ้วน

รูปร่างเชิดวันนั้น ในสายตาตลกรุ่นพี่ สวยไป ผอมไป

เมื่อตั้งใจรับงานญี่ปุ่น ปัญหาที่เคยเป็นความหนักใจ...ของเชิดตอนแรกๆก็คือ การฟื้นฟูร่างกาย จากที่เคยสวย ผอม ให้เป็นคนสวย อ้วน...เชิดฟื้นฟูร่างกายมาได้ถึงวันนี้ ...เชิดเริ่มมีเนื้อหนัง อ้วนท้วนขึ้นมาบ้างแล้ว

เข้าสเปกที่ญี่ปุ่นต้องการแล้ว

ต่อไปนี้ก็เหลือแต่เวลา รอถึงวันที่จะไปทำงานจริง...จะประสบผลสำเร็จแค่ไหน เชิดมั่นใจ คนญี่ปุ่นก็คงไม่ต่างจากคนไทย ฮากับมุกตลกของเชิดได้ไม่แพ้กัน.




ที่มา http://www.thairath.co.th/