ผู้เขียน หัวข้อ: กระทรวงการต่างประเทศยัน ที่ประชุมองค์การพุทธโลกไม่มีมติกดดันเลิก ม.44  (อ่าน 401 ครั้ง)

ออฟไลน์ admin

  • Administrator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 2342
    • อีเมล์





 กระทรวงการต่างประเทศยัน ที่ประชุมองค์การพุทธโลก ที่เกาหลีใต้ ไม่มีมติกดดันเลิก ม.44 ชี้ผู้แทนชาวไทยยกประเด็นไปพูดในที่ประชุม แต่ที่ประชุมเห็นว่าเป็นเรื่องภายในประเทศ ต้องเคารพการดำเนินการ

       วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง กรณีข่าว องค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์ แห่งโลกจัดการประชุม Chairman of Standing Committee of The World Fellowship of Buddhist Youth (WFBY) ครั้งที่ 78 ระหว่างวันที่ 21-25กุมภาพันธ์ 2560 ณ วัดฮงปอบซา จังหวัดปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีผู้นำองค์กรพุทธ พร้อมเครือข่ายผู้นำองค์กรพุทธได้ร่วมประชุมกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการใช้มาตรา 44 ต่อวัดพระธรรมกาย นั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงเพิ่มเติม ดังนี้



       1. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมของการประชุมดังกล่าวแล้ว ประเด็นวัดพระธรรมกายกายไม่ได้ถูกบรรจุในวาระการประชุมตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ ประธานองค์การ ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายไทยได้ยกประเด็นดังกล่าวเข้าที่ประชุม โดยขอให้ที่ประชุมเห็นชอบ และร่วมกดดันให้รัฐบาลไทยยกเลิก มาตรา 44

       อย่างไรก็ดี ในที่ประชุม ฝ่ายผู้แทนและวัดของเกาหลีใต้เห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องภายในของประเทศไทย การดำเนินการต้องเคารพและเป็นไปตามกระบวนการและกฎหมายของประเทศไทย ซึ่งการหารือดังกล่าวเป็นการหารือสั้น ๆ และไม่ได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ หลังจบการประชุมแต่อย่างใด ซึ่งการประชุมสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ ผ่านมา และผู้เข้าร่วมการประชุมได้เดินทางกลับประเทศหมดแล้ว















   2. ส่วนประเด็นที่มีการระบุผ่านเฟซบุ๊กของ WFBY เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่ามีการสวดมนต์ที่วัดฮงปอบซา วิงวอนให้มีการยุติข้อขัดแย้ง (end conflicts and protect Buddhism in Thailand) นั้นว่า ตามปกติของวัดฮงปอบซาจะมีการร่วมสวดมนต์เป็นพิเศษทุกวันที่ 1 ของปฏิทินจันทรคติ ซึ่งตรง กับวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จึงมีการรวมตัวของพุทธศาสนิกชนเป็นจานวนมากเพื่อสวดมนต์และร่วมฟัง พระธรรมเทศนาเป็นปกติ และจากการตรวจสอบทราบว่า ไม่ได้มีการเทศน์หรือสวดมนต์วิงวอนให้มีการยุติข้อขัดแย้งตามที่ปรากฏแต่อย่างใด

       3. ทั้งนี้สถานเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงโซล ได้มีหนังสือชี้แจงถึงมูลนิธิ Paramita Foundation วัดฮงปอบซา และวัดโชเกซา ซึ่งเป็นวัดหลักของนิกายโชเก ซึ่งเป็นนิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเกาหลีด้วยแล้วซึ่งมูลนิธิและวัดดังกล่าวมีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมายภายในของไทยเพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม


       ด้านนางลินนา ตังธสิริ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ รักษาการโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงเพิ่มเติมถึงกรณีดังกล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ได้ตรวจสอบรายละเอียดการประชุมดังกล่าว พบว่า ประเด็นเรื่องวัดพระธรรมกายไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในวาระการประชุม แต่ประธานองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายไทยที่เข้าร่วมการประชุม ได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาพูดคุยในที่ประชุม

       โดยได้ขอให้ที่ประชุมเห็นชอบ และกดดันรัฐบาลไทย ให้เลิกเลิกการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ต่อวัดพระธรรมกาย ซึ่งผู้แทนฆราวาสและสงฆ์ในที่ประชุม เห็นว่าเป็นเรื่องภายในของประเทศไทย จึงควรให้ความเคารพ และเป็นไปตามกระบวนการภายใน และกฎหมายของไทย





ที่มา : https://hilight.kapook.com/view/149813