ผู้เขียน หัวข้อ: ตร.ทำแผนคดีถ่วงน้ำฆ่านิสิตม.เกษตรฯ  (อ่าน 984 ครั้ง)

ออฟไลน์ tikky

  • Global Moderator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1985
ตร.ทำแผนคดีถ่วงน้ำฆ่านิสิตม.เกษตรฯ
« เมื่อ: มกราคม 04, 2012, 08:51:42 pm »
ตร.ทำแผนคดีถ่วงน้ำฆ่านิสิตม.เกษตรฯ
 

วันที่ 3 ม.ค. พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี ผบก.น.4 พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.อุดมสุข

พร้อมด้วยเจ้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.อุดมสุข นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ที่ก่อเหตุร่วมกันฆ่าถ่วงน้ำนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปทำแผนที่เกิดเหตุ มีนายอภิรพัฒน์ สุขะอารมณ์ นายภานุพงศ์ ศิริพันธุ์พานิช นายปภาวิน หมายประทุม และนายณัฐพล อินทร์เงิน 4 ผู้ต้องหาร่วมกันลักพาตัว นายปิยพันธ์ ฐิติอักษรศิลปะ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วเรียกค่าไถ่ ก่อนที่จะจับใส่กุญแจมือถ่วงน้ำ จนเสียชีวิต
 เจ้าหน้าที่พาตัวผู้ต้องหาไปทำแผนที่ลานจอดรถชั้น 4 อิมพีเรียลลาดพร้าว ซึ่งผู้ต้องหานำผู้ตายขึ้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส แล้วขับพาไปยังซอยนวมินทร์ 112 นัดเจอกับผู้ต้องหาอีกกลุ่ม หลังจากที่นำตัวผู้ตายมาจากลานจอดรถ


 จุดดังกล่าวผู้ต้องหาทั้งหมดลงมือทำร้ายผู้ตายและจับเอาถุงพลาสติกคลุมหัวและเปลี่ยนขึ้นรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นซันนี่
 
ก่อนจะพาขับตระเวนเพื่อไปกดเงินตามจุดต่างๆ หลังจากที่ได้เอาโทรศัพท์ของผู้ตายโทรไปบอกแม่ของผู้ตายให้โอนเงินให้แต่ไม่ได้รับเงิน และที่คลองปักหลัก 2 ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก แขวงประเวศ เขตประเวศ ซึ่งเป็นจุดที่มีการจับผู้ตายถ่วงน้ำหลังไม่ได้รับเงินจำนวน 2 ล้านบาทโอนเข้าบัญชีตามที่ได้เรียกร้องไป โดยผู้ต้องหาช่วยกันจับผู้ตายเหวี่ยงลงคลองเนื่องจากผู้ตายมีรูปร่างใหญ่และต้องจับถ่วงด้วยกระสอบทราบจำนวน 3 กระสอบ โดยเป็นการจับโยนลงจากสะพานข้ามคลองดังกล่าว


 ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า  นายอภิรพัฒน์เป็นคนวางแผนทั้งหมด ใช้เวลานานหลายสัปดาห์กว่าที่จะลงมือ
 
ส่วนสาเหตุที่ทำเพราะต้องการเงินของผู้ตาย เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี นายอภิรพัฒน์ซึ่งทำงานเป็นสถาปนิกรับออกแบบและทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ต้องการเงินไปใช้จ่าย จึงว่าจ้างนายปภาวินและนายณัฐพลในราคา 1 แสนบาทให้อุ้มผู้ตายไปเรียกค่าไถ่ และว่าจ้างนายภาณุพงศ์ 2 หมื่นบาท ให้คอยไปกดเอทีเอ็มของผู้ตาย ซึ่งชุดสืบสวนมีพยานและหลักฐานจากกล้องวงจรปิดชัดเจนทั้งหมด


 หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด