ผู้เขียน หัวข้อ: การทำงาน "กะกลางคืน" เสี่ยงโรคหัวใจ  (อ่าน 1211 ครั้ง)

ออฟไลน์ tikky

  • Global Moderator
  • medtech ปี เอก
  • *****
  • กระทู้: 1985
การทำงาน "กะกลางคืน" เสี่ยงโรคหัวใจ
« เมื่อ: สิงหาคม 01, 2012, 01:55:47 pm »
การทำงาน "กะกลางคืน" เสี่ยงโรคหัวใจ
 


การทำงานเป็นกะมีความเสี่ยงกับการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองอุดตัน

 มากกว่าผู้ทำงานเป็นเวลาทั้งวัน ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงวารสารการแพทย์อังกฤษพบว่าการทำงานเป็นกะจะทำให้นาฬิการ่างกายผิดปกติ และมีความเชื่อมโยงกับโรคความดันโรหิตสูง
 
การจำกัดในเวลาทำงานกะกลางคืนจะช่วยให้ผู้ทำงานรับมือได้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าว
 
ทีมนักวิจัยประเทศนอร์เวย์และแคนนาดาได้วิเคราะห์ผลการศึกษา 34 การศึกษา พบว่า 17,358 คนเป็นโรคหลอดเลือดแดงเลี้ยงหัวใจอุดตันรวมถึงภาวะที่หัวใจหยุดเต้น 6,598 คนมีอาการหัวใจวาย 1,854 คนภาวะขาดเลือดเลี้ยงสมอง
 
โรคต่างๆเหล่านี้จะพบในคนทำงานเป็นกะมากกว่าคนทำงานเวลาปกติ The BMJ study ได้คำนวณการเชื่ยมโยงต่อความเสี่ยงพบว่ามีความเพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์ต่ออาการหัวใจวาย 24 เปอร์เซ็นต์ต่อความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ และ มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ในการเป็นโรคหลอดเลือดสมองอุตัน  แต่การทำงานเป็นกะไม่เชื่อมโยงต่ออัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะเพิ่มขึ้น
 
นักวิจัยได้สืบถึงสถานะสังคมและเศรษฐกิจของผู้ทำงาน ด้านโภชนาการสุขภาพโดยทั่วไปของพวกเขา แดน แฮคกัม  รองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเวสเทิร์ในแคนนาดา กล่าวว่าผู้ที่ทำงานเป็นกะมีแนวโน้มจะรับประทานอาหารและนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ  ผู้ที่ทำงานกะกลางคืนระบบประสาทจะต้องทำงานตลอดไม่มีเวลาพักผ่อน ซึ่งจะทำให้เป็นโรคอ้วนและคอเลสเตอรอล
 
ผู้เขียนกล่าวว่าโปรแกรมคัดกรองสามารถช่วยระบุปัจจัยเสี่ยงสำหรับคนทำงานเป็นกะได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูงและระดับคอเลสเตอรอล
 
และกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับอาการที่แสดงออกถึงปัญหาโรคหัวใจในช่วงต้นอีกด้วย
 
เจน ไวท์ นักวิจัยและผู้จัดการด้านบริการข้อมูลสถาบันความปลอดภัยและอาชีวอนามัย กล่าวว่าปัญหาที่ซับซ้อนในการทำงานเป็นกะ มันจะรบกวนความยากอาหารและระบบการย่อยอาหารที่ต้องพึ่งความสงบ และยังส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและเพิ่มโอกาสความผิดพลาดจากการทำงานและยังมีผลเสียต่อสุขภาพด้วย
 
เจน ไวท์ กล่าวว่าผลกระทบต่อการทำงานเป็นกะควรได้รับการจัดการที่ดี การหลีกเลี่ยงกะกลางคืน และกำหนดการเปลี่ยนกะมากที่สุด 12 ชั่วโมงและสร้างความมั่นใจให้กับพนักงงานโดยมีการจัดให้พักผ่อนขั้นต่ำอย่างน้อย 2 คืนเต็มก่อนจะมีกะกลางคืนถัดมา โดยวิธีการแก้ปัญหานี้จะช่วยให้ผู้ทำงานรับมือกับการเปลี่ยนกะได้
 
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะทำงานกลางคืนหรือทำงานในเวลากลางวันแบบปกติ การรับปประทานอาหารที่ดี การออกกำลังกาย และการไม่สูบบุหรี่สร้างความแตกต่างอย่างมากสำหรับสุขภาพหัวใจฟ

ขอบคุณบทความจาก ประชาชาติธุรกิจ