ผู้เขียน หัวข้อ: เผาศพที่"สหรัฐ" จัดอาลัย เปิดชีวิตคู่รักสลด  (อ่าน 1382 ครั้ง)

ออฟไลน์ beebee

  • medtech ปี เอก
  • ******
  • กระทู้: 1550
    • อีเมล์

   
เผาศพที่"สหรัฐ" จัดอาลัย เปิดชีวิตคู่รักสลด
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:46:33 AM »
วิศวะมช.เชิดชูดร.หนุ่ม ญาติประสานกงสุลแล้ว รอรับ"อัฐิ"ส่งกลับไทย ไม่ฟ้องแกรนด์แคนยอน จุดฮันนีมูน-ฟ้าผ่าสยอง

จุดฟ้าผ่า - ป้ายแสดงจุดขึ้นไป ชมวิวที่เลอเฟเรอร์ โอเวอร์ลุก อุทยานแห่งชาติแกรนด์ แคนยอน สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นจุดที่ ดร.อารัมภ์ กาวีวงศ์ และทญ.รัชยา ตันตรานนท์ ภรรยา ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตทั้งคู่

ญาติ "ดร.อารัมภ์-ทญ.รัชยา" คู่ฮันนีมูนวัย 30 ปี เหยื่อฟ้าผ่าแกรนด์ แคนยอน ขอให้กระทรวงบัวแก้วประสาน เรื่องเพื่อฌาปนกิจร่างสามีภรรยาทั้งสองคนที่สหรัฐอเมริกา จากนั้นนำอัฐิกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่เมืองไทย คณาจารย์-น.ศ.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สุดอาลัยต่อการสูญเสีย "ดร.อารัมภ์" ซึ่งเป็นอาจารย์วิศวะอนาคตไกล พร้อมใจจัดนิทรรศการเผยแพร่ประวัติ รวมถึงผลงานต่างๆ ด้านพี่สาว ดร.ระบุไม่คิดฟ้องร้องเอาผิดผู้รับผิดชอบดูแลแหล่งท่องเที่ยว แกรนด์ แคนยอน

จากกรณีสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานข่าวสะเทือนใจไปทั่วโลก หลังเกิดเหตุฟ้าผ่าใส่นักท่องเที่ยวคู่สามีภรรยาเสียชีวิต ขณะไปเที่ยวฮันนีมูนชมทัศนียภาพบริเวณจุดชมวิวเลอเฟเรอร์ โอเวอร์ลุก อุทยานแห่งชาติ แกรนด์ แคนยอน รัฐอริโซนา สหรัฐอเมริกา เหตุเกิดวันที่ 23 ก.ค. ตามเวลาสหรัฐ หรือวันที่ 24 ก.ค. 2556 ตามเวลาประเทศไทย และในเหตุการณ์เดียวกันนี้มีเด็กชาวอเมริกัน บาดเจ็บอีก 1 ราย

ต่อมาตรวจสอบพบว่าผู้ตายคือ ดร.อารัมภ์ กาวีวงศ์ อายุ 30 ปี อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยา ลัยเชียงใหม่ (มช.) และทันตแพทย์หญิงรัชยา ตันตรานนท์ อายุ 30 ปี ทั้งสองคนเพิ่งเข้าพิธีมงคลสมรสเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนไปท่องเที่ยวแกรนด์ แคนยอน ดร.อารัมภ์เพิ่งเสร็จสิ้นงานนำเสนอผลงานวิจัยในการประชุมอาจารย์มหาวิทยาลัย เมืองซานฟรานซิสโก จากนั้นขออนุญาตทาง มช.ลางานต่อเพื่อพาทันตแพทย์หญิงรัชยา ภรรยา ฮันนีมูนตามสถานที่ท่องเที่ยวในสหรัฐ รวมถึง แกรนด์ แคนยอน

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยรัตน์ ศิริวัฒน์ ผู้อำนวยการ กองสื่อมวลชน กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินงานนำศพของดร.อารัมภ์ และ ทญ.รัชยา กลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศไทยว่า เนื่องจากกฎหมายของสหรัฐอเมริการะบุให้ญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ต้องแจ้งเจตจำนงว่าจะดำเนินการอย่างไร คือให้นำศพกลับประเทศเลย หรือฌาปนกิจศพที่สหรัฐแล้วนำเถ้ากระดูกกลับมาแทน ญาติต้องเป็นผู้ตัดสินใจและแจ้งความประสงค์ไปยังกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล ซึ่งจะประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ในสหรัฐอีกที

"เบื้องต้นกรมการกงสุลได้แจ้งเรื่องไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว คาดว่าญาติจะขอยื่นเรื่องดังกล่าวในวันที่ 29 ก.ค.นี้" นายชัยรัตน์กล่าว

ด้านนายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยว่า สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่แผนกสืบสวนสอบสวนของโคโคนีโนเคาน์ตี้ เมืองแฟล็กสต๊าฟ รัฐอริโซนา ถึงเหตุที่นายอารัมภ์ และ ทญ.รัชยา ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตบริเวณจุดชมวิวใกล้กับอุทยานแกรนด์ แคนยอน ขณะนี้ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสองยังอยู่ในความดูแลของหน่วยงานดังกล่าว ล่าสุดสถานกงสุลใหญ่และกรมการกงสุลติดต่อกับญาติของบุคคลทั้งสองเพื่อประสานเกี่ยวกับการดำเนินการต่อไป เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีญาติอยู่ที่สหรัฐด้วย เพราะเจ้าหน้าที่โคโคนีโนเคาน์ตี้ไม่สามารถดำเนินการใดๆ จนกว่าจะได้รับแจ้งเสียก่อน ทางเลือกคือจะให้เผาศพที่สหรัฐแล้วส่งเป็นอัฐิกลับมาไทย หรือให้จัดส่งร่างของผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา ขณะนี้ยังคงรอญาติแจ้งความจำนงก่อน ทั้งนี้ สถานทูตพร้อมอำนวยความสะดวกและดำเนินการตามความประสงค์ต่อไป

ที่จังหวัดเชียงใหม่ คณะนักศึกษาและ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิศวกรรม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) รวมทั้งคณาจารย์วิศวกรรม มช. ต่างร่วมกันจัดทำนิทรรศการเผยแพร่ประวัติและผลงานวิชาการต่างๆ ของ ดร.อารัมภ์ พร้อมติดตั้งบอร์ดขนาดใหญ่เพื่อให้นักศึกษา คณาจารย์ และบุคคลทั่วไปมาเขียนข้อความไว้อาลัย ดร.อารัมภ์และภรรยา

เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มช. เปิดเผยว่า นักศึกษา คณาจารย์ รวมถึงบุคลากรในคณะวิศวะต่างร่วมกันจัดทำนิทรรศการดังกล่าวขึ้นบริเวณชั้นจี อาคาร 30 ปี วิศวกรรมศาสตร์ มช. คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันพรุ่งนี้ โดยมีบอร์ดขนาดใหญ่ติดตั้งไว้สำหรับเขียนไว้อาลัยด้วย นอกจากนี้คณะวิศวะยังเปิดโอกาสให้เขียนข้อความไว้อาลัยในเว็บเพจ หรือเฟซบุ๊กของคณะวิศวะ มช. แล้วเจ้าหน้าที่จะพรินต์ตัดเอาข้อความเหล่านั้นมาติดบอร์ดที่ทางคณะจัดทำขึ้น สำหรับเรื่องการส่งอัฐิของผู้ตายมาประเทศไทยเป็นเรื่องของญาติดำเนินการ ซึ่งทางคณบดีจะประสานกับครอบครัวของผู้ตายอีกครั้งเพื่อให้รู้กำหนดการ แต่ตอนนี้คงต้องรอไปก่อน เพราะคาดว่าครอบครัวของ ดร.อารัมภ์ คงอยู่ในอาการเสียใจ จึงไม่กล้าจะไปรบกวนอะไรมากนัก

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของ ดร.อารัมภ์ เลขที่ 174 ซอยรื่นรมย์ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ พบกับน.ส.นิตยา กาวีวงศ์ พี่สาวของ ดร.อารัมภ์ ซึ่งเดินออกมานอกบ้านและเปิดเผยว่า ทุกคนกำลังอยู่ในอาการโศกเศร้าและมารดาก็อายุมากแล้ว ล่าสุดประสานให้ญาติที่สหรัฐดำเนินการฌาปนกิจศพที่สหรัฐอเมริกาแล้วส่งอัฐิกลับมาเชียงใหม่เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป คาดว่าคงต้องประสานกงสุลไทยและกระทรวงการต่างประเทศในวันที่ 29 ก.ค. อีกครั้งเพื่อดำเนินการฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตทั้งสองที่สหรัฐ

น.ส.นิตยาระบุด้วยว่า อย่างไรก็ตาม คงไม่ได้เดินทางไปสหรัฐ เพราะแม่อายุมากแล้ว และตนต้องดูแลแม่ คงให้ญาติที่สหรัฐและกงสุลไทยดูแล ส่วนที่มีหลายคนเสนอให้ฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานสหรัฐนั้นคิดว่าคงไม่ฟ้อง เพราะเป็นเหตุการณ์ในต่างประเทศ ไกลและค่าใช้จ่ายคงสูง ไม่ติดใจเอาความ

ที่จังหวัดชลบุรี ผู้สื่อข่าวไปยังคลินิกหมอมนัส เลขที่ 329 ถนนวชิรปราการ ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี เป็นคลินิกของ นพ.มนัส ตันตรานนท์ หมอสูตินรีเวช โรงพยาบาลชลบุรี และบิดาของ ทญ.รัชยา พบว่าประตูคลินิกปิด สอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียงเผยว่า ปกติคลินิกหมอมนัสเปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ ช่วงเย็น และวันเสาร์เปิดตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. แต่พบว่าเมื่อช่วงวันเสาร์คลินิกเปิดได้ประมาณ 10 นาทีก็ต้องปิด เห็นหมอมนัสรีบขึ้นรถออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ทราบว่าหมอมนัสมีลูก 3 คน คาดว่าน่าจะไปพักกับลูกคนโตที่อยู่กรุงเทพฯ เพื่อหาทางไปรับศพบุตรสาว